Search

ทีมทรัมป์เคลื่อนไหวเพื่อต้องการเข้าถึงแร่หายากของเมียนมา

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับฟังข้อเสนอที่แตกต่างกันซึ่งอาจเปลี่ยนนโยบายของสหรัฐฯ ต่อเมียนมาอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อเบี่ยงเบนแหล่งแร่หายากอันมหาศาลของเมียนมาออกจากจีนซึ่งเป็นคู่แข่งยุทธศาสตร์

รายงานจากแหล่งข่าวสี่รายที่มีความรู้โดยตรงเกี่ยวกับการหารือดังกล่าว แม้ยังไม่มีข้อสรุปใด ๆ และผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ายังมีอุปสรรคด้านลอจิสติกส์จำนวนมาก แต่หากแนวคิดเหล่านี้ถูกนำไปปฏิบัติจริง สหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องทำข้อตกลงกับกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธที่ควบคุมพื้นที่แหล่งแร่หายากประเภทหนักส่วนใหญ่ของเมียนมา ข้อเสนอหนึ่งเสนอให้มีการเจรจากับรัฐบาลทหารเมียนมาเพื่อให้เกิดข้อตกลงสันติภาพกับกองกำลังเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independence Army: KIA) ในขณะที่อีกข้อเสนอเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทำงานโดยตรงกับ KIA โดยไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลทหารพม่า ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้หลีกเลี่ยงการเจรจาโดยตรงกับผู้นำทหารของเมียนมาตั้งแต่การรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลประชาธิปไตยในปี 2021

แหล่งข่าวระบุว่า แนวคิดเหล่านี้ถูกนำเสนอต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ โดยผู้แทนธุรกิจของสหรัฐฯ รายหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาให้อองซาน ซูจี และมีการพูดคุยทางอ้อมกับ KIA รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกบางราย โดยการหารือเหล่านี้ยังไม่เคยได้รับการเปิดเผยมาก่อน

แร่หายากคือกลุ่มโลหะ 17 ชนิดที่ใช้ผลิตแม่เหล็กสำหรับแปลงพลังงานไฟฟ้าให้เป็นการเคลื่อนไหว โดยแร่หายากประเภทหนักถูกใช้ในอาวุธสมรรถนะสูง เช่น เครื่องบินขับไล่ โดยสหรัฐฯ ผลิตแร่หายากประเภทหนักได้น้อยมาก และต้องพึ่งพาการนำเข้า การประกันแหล่งแร่เหล่านี้เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลทรัมป์ในการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับจีน ซึ่งมีสัดส่วนการแปรรูปแร่หายากถึง 90% ของโลก

ตามรายงานของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) การติดต่อกับรัฐบาลทหารเมียนมาจะถือเป็นการเบี่ยงเบนจากนโยบายเดิมของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน เนื่องจากสหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรผู้นำทหารและกล่าวหารัฐบาลทหารว่าได้ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อพันธมิตรบางรายของรัฐบาลทหาร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายโดยรวมของสหรัฐฯ ต่อเมียนมา