สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 ว่า กองทัพพม่าได้ทิ้งระเบิดใส่ร้านน้ำชาและร้านขายเสื้อผ้า ซึ่งมีประชาชนพลุกพล่านในเมืองกุด เขตมัณฑะเลย์ ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตทันที 12 คน ขณะที่กองทัพพม่ายังคงเดินหน้าโจมตีตามเมืองต่างๆที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังปะหล่อง TNLA( Ta’ang National Liberation Army) เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นในเขตอ่องทุคะ และเขตเก่าอูบ่าเคตติ้ต ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองกุด
ชาวบ้านในพื้นที่กล่าวว่า ทางกองทัพพม่าได้ทิ้งระเบิดจำนวน 2 ลูก ทำให้บ้านเรือน 7-8 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย
“ผมเห็น 12 ศพ 1 ในผู้เสียชีวิตศีรษะขาดออกจากร่าง เป็นภาพที่โหดร้ายมาก” ชาวบ้านกล่าว ขณะที่ชาวบ้านอีกรายหนึ่งเห็นเช่นเดียวกันว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 20 ราย และคาดว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
อีกด้านหนึ่ง สื่อออนไลน์ Network Media Group รายงานว่า หลังยึดเมืองหนองเขียว ทางเหนือของรัฐฉานได้แล้ว กองทัพพม่าได้ยึดบ้านเรือนและร้านค้า ซึ่งเชื่อว่าให้การสนับสนุนกองกำลังปะหล่อง TNLA และกองกำลัง PDF ( People’s Defence Forceหรือ กองกำลังพิทักษ์ประชาชน) โดยมีบ้านเรือนจำนวน 10 หลัง รวมถึงร้านทอง ร้านขายของชำถูกประกาศยึดโดยกองทัพพม่า และมีการเผยแพร่ภาพบ้านที่ถูกยึดบนโซเชียลมีเดีย
ชายรายหนึ่งในพื้นที่อ้างว่า มีคนให้เบาะแสแก่กองทัพพม่า จึงนำมาสู่การยึดทรัพย์สินของชาวบ้านในครั้งนี้ นอกจากจะยึดทรัพย์สินของชาวบ้านแล้ว ทางกองทัพพม่ายังได้จับกุมชาวบ้านที่เชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับ TNLA และ PDF ด้วย
ทั้งนี้ตามรายงานของสำนักข่าว Shwe Phee Myay news agency กองทัพพม่าได้ยิงชายคนหนึ่งเสียชีวิตต่อหน้าครอบครัวของเขาในหมู่บ้านลองซัน เมืองหนองเขียว เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับตั้งแต่กองทัพพม่าสามารถยึดครองเมืองหนองเขียวได้อย่างเบ็ดเสร็จเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้พยายามเชิญชวนให้ประชาชนที่อพยพออกไปอยู่ที่อื่นกลับมายังเมืองหนองเขียว อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจกลับมาในพื้นที่ เนื่องจากไม่ไว้วางใจในกองทัพพม่า และมีชาวบ้านเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่ได้ตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยชาวบ้านบางส่วนได้กลับไปดูบ้านเรือนของตนในช่วงระยะเวลาสั้นๆก่อนจะเดินทางออกไปจากพื้นที่อีกครั้ง
ขณะที่เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะรัฐประหารได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกใน 63 ตำบล จากทั้งหมด 330 ตำบลทั่วประเทศ เพื่อรับประกันการบังคับใช้กฎหมายและความมั่นคง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือนธันวาคมปีนี้ หรือมกราคมปีหน้า ทั้งนี้ ใน 63 ตำบลที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก มี 46 ตำบลที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายต่อต้านกองทัพพม่าอย่างสมบูรณ์ ขณะที่กองทัพพม่าสามารถควบคุมได้แค่ 16 ตำบล โดยพื้นที่ชนบทส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มต่อต้าน บางตำบลยังคงเผชิญกับการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง
