เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 สำนักข่าว Irrawaddy ได้รายงานโดยอ้างอิงโครงการอาหารโลก (The World Food Programme – WFP) ที่เรียกร้องให้มีการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้กับประชาชนในรัฐยะไข่ ประเทศพม่าอย่างเร่งด่วน เนื่องจากความขัดแย้ง การตัดงบประมาณและการปิดกั้นไม่ให้มีการขนส่งอาหารไปยังรัฐยะไข่ หรือรัฐอาระกัน กำลังทำให้ประชาชนในพื้นที่เผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร อีกทั้งยังเผชิญกับภาวะขาดสารอาหารเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ WFP ระบุว่า จำนวนครอบครัวที่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารขั้นพื้นฐานได้ในพื้นที่ตอนกลางของรัฐยะไข่ กำลังเพิ่มขึ้นเป็น 57% จาก 33%ในเดือนธันวาคม 2567 ขณะที่สถานการณ์ในรัฐยะไข่ตอนเหนืออาจเลวร้ายมากขึ้นอีกเนื่องจากความขัดแย้งและปัญหาการเข้าถึงอาหาร โดยครอบครัวต่างๆ กำลังถูกบังคับให้ทำสิ่งต่างๆในภาวะที่สิ้นหวังเพื่อความอยู่รอด รวมถึงการกู้ยืมเงิน การขอทาน การออกจากโรงเรียน รวมถึงการค้ามนุษย์
WFP ได้เตือนว่า ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ และข้อจำกัดการเดินทางเคลื่อนย้ายที่เข้มงวด ราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้น และการลดเงินสนับสนุนด้านมนุษยธรรมจำนวนมาก จะทำให้วิกฤตความหิวโหยในรัฐยะไข่ดำเนินต่อไป โดยทาง WFP ถูกบังคับให้ตัดการช่วยเหลือชีวิตผู้คนมากกว่า 1 ล้านคนในพม่า เนื่องจากขาดแคลนเงินทุน ซึ่งต้องการเงิน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้คน 270,000 คนในรัฐยะไข่ในอีก 6 เดือนข้างหน้านี้
อีกด้านหนึ่งนักเคลื่อนไหวชาวโรฮิงญาได้ประณามกองกำลังอาระกัน (Arakan Army หรือ AA) ว่า ได้สังหารหมู่ชาวโรฮิงญาจำนวน 600 คน ที่หมู่บ้าน ‘Htan Shauk Kham’ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 หลังทางกลุ่มพยายามที่จะยึดเมืองบูทีดอง โดยยังอ้างว่า ชาวบ้านที่ถูกสังหารมีทั้งผู้หญิงและเด็ก อย่างไรก็ตามโฆษกของ AA ได้ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง โดยภาพศพที่ถูกนำออกมาเผยแพร่นั้นไม่ใช่ศพของชาวโรฮิงญา แต่เป็นศพของทหารพม่าที่เสียชีวิตระหว่างปะทะกับทางกลุ่ม โดยสังเกตได้จากศพที่เสียชีวิตสวมหมวกและรองเท้าทหาร
โฆษกของกองกำลังอาระกันยอมรับว่า มีทหารพม่าเสียชีวิตจำนวน 200 นาย ในระหว่างที่ปะทะกันที่หมู่บ้าน Htan Shauk Kham โดยเป็นทหารพม่าจากกองบัญชาการปฏิบัติการทางทหารที่ 15 ในเมืองบูทีดอง นอกจากนี้ยังตอบโต้นักเคลื่อนไหวชาวโรฮิงญาว่า ต้องการสร้างโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น
ขณะที่นักเคลื่อนไหวชาวโรฮิงญาระบุว่า เตรียมนำหลักฐานออกมาเปิดโปงกองกำลังอาระกันอีกในเร็วๆนี้นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า กองทัพพม่าได้เกณฑ์และฝึกทหารให้กับชาวโรฮิงญา เพื่อใช้ป้องกันจากการโจมตีจากทหาร AA
ด้านฮิวแมนไรท์วอทช์ได้กล่าวหา AA ว่าละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรงต่อชาวโรฮิงญาซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ที่นับถือศาสนาอิสลาม ขณะที่เมื่อเดือนที่แล้วองค์กร Fortify Rights ได้เรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศสอบสวนอาชญากรรมสงครามต่อชาวโรฮิงญาที่กระทำโดยกองกำลังอาระกันโดยกล่าวหาว่า AA ละเมิดกฎหมายสงครามอย่างร้ายแรงในศูนย์กักกันและตามหมู่บ้านที่ AA ควบคุมอยู่ นับตั้งแต่ปลายปี 2566 เมื่อกองกำลังอาระกัน เริ่มปฏิบัติการต่อต้านกองทัพพม่าครั้งใหญ่ ทำให้มีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศมากกว่า 400,000 คน โดยมีผู้หลบหนีไปยังบังกลาเทศมากถึง 200,000 คน
ทั้งนี้ปัจจุบัน Arakan Army สามารถควบคุม 14 เมืองจากทั้งหมด 17 เมืองของรัฐยะไข่ รวมทั้งเมืองบูทีดอง และเมืองปะแล็ตว่า ซึ่งอยู่ในรัฐชินซึ่งเป็นพื้นที่ติดกัน ขณะนี้ AAกำลังรุกคืบเตรียมเข้ายึดเมืองหลวงของรัฐ คือเมืองชิตต่วย และเมืองชายฝั่ง อย่างเมืองเจ้าก์ผิ่ว
ด้านนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้แถลงต่อนายมูฮัมหมัด ยูนุส รักษาการหัวหน้าคณะผู้แทนบังกลาเทศเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า มาเลเซียจะนำคณะผู้แทนระดับภูมิภาคเดินทางไปยังพม่า เพื่อผลักดันสันติภาพและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในบังกลาเทศ ซึ่งขณะนี้ บังกลาเทศให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญามากกว่า 1 ล้านคนในค่ายผู้ลี้ภัยในเขตค็อกซ์บาซาร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นค่ายผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก และที่เกาะบาซานชาร์ ซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งบริเวณปากแม่น้ำเมฆนาในอ่าวเบงกอล
