เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวเวียงจันไทม์ รายงานว่า รัฐบาลลาวและนักลงทุนกำลังดำเนินการเหมืองแร่แรร์เอิธ์และกระบวนการสกัดแร่ในพื้นที่ 8.76 ตารางกิโลเมตร ที่แขวงเซียงขวาง โดยมีเป้าหมายเพื่อการส่งออก โครงการการสำรวจแร่ตามสัญญาสัมปทาน 14 ปีพบว่า มีปริมาณแร่แรร์เอิธ์มากกว่า 28.5 ล้านตัน เป็นแร่ออกไซด์(TREO) กว่า 93.47 ล้านตัน
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักงานสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดแขวงเซียงขวาง ได้จัดการประชุมเพื่อทบทวนรายงานการประเมินผลกระทบข้ามพรมแดน(EIA) เพื่อเดินหน้าขั้นตอนต่อไป โดยการประชุมดังกล่าวได้เน้นย้ำถึงการแก้ไขปัญหาต่อข้อกังวลต่างๆ รวมถึง ความเสี่ยงของการรั่วไหลสารเคมีของบ่อกักเก็บหางแร่, การพังทลาย ผลกระทบจากการขนส่ง และดินยุบ
ดร.ซานะกอน อินทะวง ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อม และนาย บวนเงิน ฮุมซายาพอน รองผู้ว่าการแขวงเซียงขวาง เป็นประธานร่วมในการประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญเกี่ยวกับการจัดการขยะปนเปื้อน และมลพิษทางน้ำ อากาศ และเสียงในพื้นที่เหมืองในบ้านทม เมืองคูน
ทั้งนี้ผู้ร่วมประชมุได้ร่วมกันทบทวนรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้เพิ่มเติมจากการประชุมในระดับพื้นที่และความเห็นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคจากสำนักงานด้านสิ่งแวดล้อม ในระหว่างการประชุม ผู้พัฒนาโครงการได้ชี้แจงความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ และการแก้ไขรายงานอีไอเอ และเสนอมาตรการในการจัดการ การเฝ้าระวังและแผนการลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
การก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่โครงการจะใช้เวลา 2 ปี โครงการเหมืองแร่จะมีการดำเนินการในระยะเวลา 10 ปี และจะใช้เวลาต่อจากนั้นอีก 2 ปีเพื่อทำการปิดการดำเนินการของเหมือง เดิมนั้น สัญญาการสำรวจแหล่งแร่มีพื้นที่ประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร ในพื้นที่เมืองผาไซและเมืองคูน แต่มีการลดขนาดพื้นที่ลง โดยการขุดค้นแร่แรร์เอิธ์ เพื่อขายให้กับตลาดโลก ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเกี่ยวกับยานยนต์ อิเล็กโทรนิค การทำแผงโซล่าร์และพลังงานหมุนเวียน
ตัวแทนรัฐบาลและผู้ร่วมประชุมได้เรียกร้องให้ผู้พัฒนาโครงการต้องดำเนินการที่รัดกุมตามอีไอเอ โดยเฉพาะประเด็นเนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและแผนการติดตามเฝ้าระวังนำไปสู่การปฏิบัติ ก่อนที่จะมีการดำเนินการของเหมือง




