
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวอิระวดีรายงานว่า พะโด ซอว์ ตอว์ นี โฆษกของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(Karen National Union-KNU) KNU ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลทหารพม่าประกาศให้ KNU เป็นกลุ่มก่อการร้ายว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศและศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือแม้แต่ศาลในประเทศอาร์เจนตินา ก็ได้ออกหมายจับหรือเตรียมดำเนินคดีกับผู้นำกองทัพพม่าแล้ว แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าใครคือผู้ก่อการร้ายตัวจริง ใครคืออาชญากรระหว่างประเทศตัวจริง และใครคือองค์กรที่ผิดกฎหมาย ที่ควรถูกกล่าวหา
ขณะที่พะโด ซอ ตะมิน ทุน 1 ในกรรมการกลางของ KNU กล่าวว่า ไม่ใช่ความผิดของ KNU ที่ได้ออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และตอนนี้รัฐบาลทหารพม่าตอบโต้ด้วยคำประณามเพราะพวกเขาไม่พอใจกับเรื่องนี้ การเลือกตั้งที่วางแผนไว้นั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้แต่ภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2551 (2008) ของกองทัพพม่าเองด้วยซ้ำ
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมารัฐบาลทหารพม่าได้ประกาศให้ KNU เป็นองค์กรก่อการร้าย โดยอ้างว่า KNU นั้นมีพฤติกรรมเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความปลอดภัยสาธารณะ ชีวิต และทรัพย์สิน และยังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และสร้างความเสียหายต่ออาคารและทรัพย์สินที่รัฐเป็นเจ้าของ โดยการประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อเร็วๆนี้ KNU ประกาศไม่ยอมรับการเลือกตั้งโดยกองทัพพม่าที่จะมีขึ้นในปลายปีนี้
ด้านสตรีรายหนึ่งในพื้นที่ที่ KNU ควบคุมในเขตตะโถ่ง รัฐมอญ แสดงความกังวลว่า กองทัพพม่าจะโจมตีพลเรือนอย่างโหดร้ายมากขึ้น หลัง KNU ถูกประกาศว่าให้เป็นองค์กรก่อการร้าย
ทั้งนี้ KNU เป็นองค์กรติดอาวุธที่เก่าแก่ที่สุดโดยก่อตั้งขึ้นไม่นานหลังจากพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี พ.ศ. 2491 เพื่อให้มั่นใจว่าชาวกะเหรี่ยงจะได้รับเอกราชในการปกครองตนเองมากขึ้น แต่ KNU ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นองค์กรผิดกฎหมายหลังจากการรัฐประหารของนายพลเนวินเมือปี พ.ศ. 2505
เมื่อพ.ศ. 2558 ก่อนที่จะลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ สถานะที่ผิดกฎหมายของ KNU ถูกยกเลิกโดยรัฐบาลกึ่งพลเรือนที่นำโดยนายพลเต็งเส่ง ซึ่งKNU ได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 แต่ทางกลุ่มมีความเห็นว่า การรัฐประหารของกองทัพพม่าในปี 2564 ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่ทำร่วมกันไว้นั้นเป็นโมฆะ และทาง KNU ได้หันกลับไปต่อสู้กับกองทัพพม่า และเมื่อไม่นานมานี้ KNU ได้รับชัยชนะเหนือกองทัพพม่า โดยเฉพาะในเมืองกอกาเร็ก รัฐกะเหรี่ยง ขณะนี้ยังคงมีการสู้รบกันอย่างดุเดือด นอกจาก KNU แล้ว กองทัพพม่ายังได้ประกาศให้กลุ่มพันธมิตรสามพี่น้องอันได้แก่ กองกำลังโกก้าง MNDAA (Myanmar National Democratic Alliance Army) กองกำลังปะหล่อง TNLA (Ta’ang National Liberation Army) และกองกำลังอาระกัน AA (Arakan Army) รวมถึงกองกำลังป้องกันประชาชน PDF ในพื้นที่ใจกลางพม่า เป็นกลุ่มก่อการร้ายอีกด้วย