Search

ชายแดนตะวันตกเดือด ทัพพม่าทุ่มกำลังบุกหนักหวังยึดพื้นที่คืนจากกะเหรี่ยง รบพุ่งตลอด 3 วันสนั่นมาถึงฝั่งไทย รุกคืบใกล้ถึงเมียวดี-ทหารตั๊ดมะดอว์ใช้โดรนทั้งระเบิดโรงเรียน ฉก.ราชมนูวางกำลังเข้ม

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 กองทัพพม่ายังคงทุ่มกำลังทหารบุกโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังยึดเมืองเมียวดี ในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับ อ.แม่สอด จ.ตาก คืนจากทหารกะเหรี่ยง แต่ได้รับการต่อต้านจากกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army–KNLA) ของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU)และกองกำลังกลุ่มพันธมิตร เช่น กองกำลังพิทักษ์ประชาชน ( People’s Defence Force: PDF) โดยการสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือดต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมาซึ่งได้ยินเสียงปืนชัดเจนในฝั่งไทย

ศูนย์ข้อมูลกะเหรี่ยง (Karen Information Center-KIC) รายงานว่า กองทัพพม่าต้องเผชิญความสูญเสียอย่างหนักและขบวนทหารแตกพ่าย หลังถูกกองกำลัง KNLA และPDF ร่วมกันซุ่มโจมตีในหลายจุด เช่นบริเวณใกล้หมู่บ้านหย่านโก๊ก บนถนนสายเก่าข้ามภูเขาดอน่า เชื่อมระหว่างเมืองกอกาเร็กและเมียวดี

“ทหารพม่าเริ่มยิงปืนใหญ่จากฝั่งหย่านโก๊กตั้งแต่ประมาณ 5 ทุ่มคืนวันที่ 1 กันยายน พอรุ่งเช้าวันที่ 2 กองทัพพม่าได้เคลื่อนขบวนขึ้นมา 3 ทิศทาง แต่ถูกกองกำลังฝ่ายต่อต้านตัดกำลังจนต้องถอยกลับไปทางหมู่บ้านหย่านโก๊ก ทิ้งทั้งศพทหารและผู้บาดเจ็บไว้ในสนามรบโดยไม่สามารถเก็บกู้กลับไปได้”แหล่งข่าวกล่าวกับKIC


KIC รายงานว่าในช่วงเช้าวันที่ 3 กันยายน กองกำลังทหารพม่าที่ถอยกลับจากแนวรบได้เคลื่อนกำลังกลับเข้าพื้นที่อีกครั้ง โดยมีการยิงปืนใหญ่จากฐานในเมืองไฮ่งวายสนับสนุนแนวรบฝั่งหมู่บ้านหย่านโก๊กและหล่ายเซ็งอย่างต่อเนื่อง


“กองทัพพม่าเคลื่อนกำลังจากหย่านโก๊กเพื่อกลับไปเก็บศพที่ทิ้งไว้แถวสะพานญีหน่องและหล่ายเซ็ง บางศพเป็นนายทหารระดับสูง” แหล่งข่าวท้องถิ่นจากเมืองกอกาเร็ก กล่าว


ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นมา กองทัพพม่าได้ระดมกำลังจากกองบัญชาการยุทธการพิเศษเขต 12 เปิดยุทธการเต็มรูปแบบในหลายแนวรบ ทั้งถนนสายใหม่, ถนนสายเก่าข้ามดอน่าภู และพื้นที่แนวเมืองเมียวดี-ซิงยันญีน่อง โดยใช้ปืนใหญ่ขนาด 120 มม. “Howitzer” และจรวดหลายลำกล้อง “Mizine” ยิงถล่มต่อเนื่อง พร้อมเคลื่อนกำลังภาคพื้นดินกว่า 500 นายเข้าสู่แนวรบ


KIC รายงานด้วยว่า ช่วงเช้าของวันที่ 3 กันยายน ทหารพม่าได้ใช้ โดรนแบบพลีชีพ (Kamikaze Drone) โจมตีใส่โรงเรียนสอนภาษากะเหรี่ยงของกระทรวงการศึกษาและวัฒนธรรม (KECD) ในความดูแลของ KNU พื้นที่กองพลที่ 7 รัฐกะเหรี่ยง ขณะที่นักเรียนกำลังเรียนหนังสือ โดยโดรนลำหนึ่งพุ่งชนและระเบิดภายในบริเวณโรงเรียน เป็นเหตุให้ ครูชาย 1 ราย ครูหญิง 1 ราย และนักเรียนอีก 1 คน ได้รับบาดเจ็บ
“ได้ยินมาว่ามีโดรนบินเข้ามา 3 ลำ แต่ที่ตกลงมาระเบิดจริง ๆ มีเพียงลำเดียว มีครูบาดเจ็บ 2 คน กับนักเรียน 1 คน ส่วนความเสียหายของอาคารเรียนยังไม่ทราบแน่ชัด” แหล่งข่าวในพื้นที่กล่าวกับ KIC


KIC รายงานด้วยว่าเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ทหารพม่าได้ใช้โดรน 4 ลำทิ้งระเบิดโจมตีด่านตรวจของกองกำลังปลดปล่อยประชาธิปไตยกะเหรี่ยง (DKBA) บริเวณทางแยกถนนกอกตวาน-กอกปะนอ ในเขตรัฐมอญ โดยระเบิดตกใส่รถโดยสารที่กำลังผ่านบริเวณดังกล่าว ทำให้ผู้โดยสารชาย 1 รายเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย ซึ่งรวมถึงหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย


เจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่งกล่าวว่า “เนื่องจากเป็นบริเวณด่านตรวจ รถทุกคันต้องชะลอความเร็ว ตอนนั้นเองที่ระเบิดตกลงมา พวกเราต้องรีบพาผู้บาดเจ็บ 4 รายส่งโรงพยาบาลในมะละแหม่ง แต่มี 1 รายที่เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล อีก 3 รายอาการสาหัส ส่วนผู้บาดเจ็บคนอื่น ๆ ถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น”


ก่อนหน้านี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กองพันทหารราบเคลื่อนที่เร็วที่ 208 ซึ่งอยู่ภายใต้กองบัญชาการภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของกองทัพพม่าได้ เคยใช้โดรนทิ้งระเบิดโจมตีด่าน DKBA บริเวณสะพานซัมเปียกู ส่งผลให้พลเรือนในรถโดยสาร 3 คันได้รับความเสียหาย

ขณะที่แหล่งข่าวจากฝั่งไทย ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวัน 2 กันยายนที่ผ่านมา ทหารพม่า ค่ายไหล่วะ ได้ทำการยิง อาวุธหนัก เป็นระยะ ๆ เข้าไปยังเป้าหมายบริเวณพื้นที่ บ้านทีมูทะ , บ้านนุโพ , บ้านแม่กะไน และ บ้านโด่งตะดา อ.เมียวดี จ.เมียวดี ด้านตรงข้ามบ้านริมเมย ม.2 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่เคลื่อนไหว ของกองกำลังกลุ่มต่อต้าน

แหล่งข่าวระบุว่า ในวันเดียวกันนี้กองกำลังกลุ่มต่อต้านที่นำโดย KNU ได้ปะทะกับ ทหารพม่าหน่วยขึ้นตรง กองพลทหารราบเบาที่ 55 บริเวณพื้นที่ เขากะแนคอคี เขตกอกาเร็ก ทั้งสองฝ่ายใช้เวลาในการปะทะกัน ประมาณ 30 นาที ซึ่งการสู้รบอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทยด้านแม่น้ำเมยไปประมาณ 8 กิโลเมตรรายงานข่าวแจ้งว่า หมู่บ้านห้วยส้านซึ่งเป็นชุมชนคนไทยพลัดถิ่น ใน จ.เมียวดี ชาวบ้านได้ยินเสียงปะทะกันตลอดทั้งวัน ล่าสุดพม่าได้เข้ามาปักหลักที่บ้านทีมูทะกว่า 200 นาย ห่างจากตัวเมืองเมียวดี เพียงแค่ 16 กิโลเมตรเท่านั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ยังคงวางกำลังเฝ้าตรวจ ติดตามสถานการณ์ เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย

รายงานข่าวแจ้งว่า หมู่บ้านห้วยส้านซึ่งเป็นชุมชนคนไทยพลัดถิ่น ใน จ.เมียวดี ชาวบ้านได้ยินเสียงปะทะกันตลอดทั้งวัน ล่าสุดพม่าได้เข้ามาปักหลักที่บ้านทีมูทะกว่า 200 นาย ห่างจากตัวเมืองเมียวดี เพียงแค่ 16 กิโลเมตรเท่านั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ยังคงวางกำลังเฝ้าตรวจ ติดตามสถานการณ์ เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย

On Key

Related Posts

กองกำลังรัฐฉานเหนือ-ใต้ต่างจัดงาน 79 ปีวันชาติไทใหญ่ “RCSS/SSA”จัดใหญ่แม้แต่กองกำลังว้ายังเข้าร่วมเป็นแขก “เจ้ายอดศึก”ชี้หากกลุ่มชาติพันธุ์ยังไม่ได้รับสิทธิเท่าเทียม-ถูกกดขี่ยากที่จะเกิดสันติภาพในพม่า