Search

วิกฤตแรงกดดันจากจีน-หนุนพม่า ว้าประกาศยุติความช่วยเหลือด้านอาวุธกับกองกำลังชาติพันธุ์

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจ Wa News Land ได้เผยแพร่บทความในหัวข้อ “วิกฤตระดับรากลึกด้วยแรงกดดันจากจีนของ UWSA” โดยบทความชิ้นนี้ระบุว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ที่เมืองปางซาง ซึ่งเป็นกองบัญชาการใหญ่ของกองกำลังสหรัฐว้า (United Wa State Army-UWSA) ได้มีการประชุมโดยประกาศว่าขณะนี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากจีนที่รุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปีจากการเป็นรัฐที่สงบและมั่นคง โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนอาวุโสจาก 3 องค์กรติดอาวุธชาติพันธุ์ในรัฐฉานเหนือเข้าร่วม ได้แก่ กองกำลังโกก้าง (Myanmar National Democratic Alliance Army-MNDAA) กองกำลังตะอางหรือปะหล่อง (Ta’ang National Liberation Army-TNLA) และกองกำลังรัฐฉานเหนือ Shan State Progress Party (SSPP)

กองกำลังว้าประกาศว่ามี 4 ประเด็นสำคัญที่สะท้อนวิกฤตที่กำลังเผชิญและเป็นแนวทางตัดสินใจทางการเมือง-การทหารของ UWSA 1. จุดยืนเรื่องสันติภาพของกองกำลังว้า UWSA ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และยืนยันว่าความสำคัญสูงสุดคือการอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ทั้งการศึกษาและการพัฒนาเศรษฐกิจของประชาชน ภายใต้ธงแห่งสันติภาพซึ่งย้ำหลายครั้งว่า นโยบายต่อกิจการภายในพม่าสำหรับว้า คือ “ไม่เลือกข้างและวางตัวเป็นกลาง” โดยมองว่านี่คือ “Burman issue” หรือปัญหาภายในของชาวพม่า

“แม้คำกล่าวนี้อาจถูกมองว่าเห็นแก่ตัว แต่สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นบทเรียนจากประวัติศาสตร์อันขมขื่นที่ชาวว้า ต้องเผชิญตลอดการต่อสู้เพื่อเอกราชของตน ในยุคพรรคคอมมิวนิสต์พม่า (1968–1989) ภายใต้เผด็จการทหารและการปกครองพรรคเดียวของเนวิน รวมถึงผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ ชาวว้าต้องเสียชีวิตไปมากมายเพราะปัญหาภายในของชาวพม่า

“ชาวว้าไม่เคยต้องการเข้าร่วมสงครามที่ไม่ก่อประโยชน์ต่อประเทศหรือผลประโยชน์ของชาติ ไม่ต้องการกลับไปใช้ชีวิตในสงคราม สูญเสียบ้านเรือน ทรัพย์สิน และกลายเป็นผู้ลี้ภัยอีก

“นโยบายสี่ตัด (ของกองทัพพม่า) และยุทธวิธีโหดร้ายที่ถูกใช้ในพื้นที่ว้า โดยไม่ได้รับความใส่ใจใด ๆ คือเหตุผลทางประวัติศาสตร์ที่ผลักดันให้ว้า ต้องพึ่งพาจีน หลังจาก UWSA แยกตัวออกจากพรรคคอมมิวนิสต์ในปี 1989 และมีข้อตกลงสันติภาพกับกองทัพ (พม่า) ผ่านมาถึง 36 ปีแล้ว แต่กองกำลังว้า ไม่เคยไว้วางใจแผนสันติภาพของสภาทหารพม่า ไม่ว่าจะบนโต๊ะเจรจาหรือบนเอกสาร ด้วยเหตุนี้กองกำลังว้าจึงมักถูกมองว่าเป็นกองกำลังชาติพันธุ์ที่อยู่แนวหน้าของการต่อต้านอำนาจเผด็จการ แต่ขณะเดียวกันก็สามารถเจรจากับรัฐบาลทหารพม่าได้อย่างชาญฉลาด นับตั้งแต่ปี 2021 กองกำลังว้า UWSA ประกาศนโยบายไม่แทรกแซง ไม่เข้าร่วมสงครามของกลุ่มใด และยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง แม้หลังการรัฐประหารและการเริ่มต้นขบวนการปฏิวัติในพม่า ( Spring Revolution) ก็ยังคงท่าทีนี้ และได้ประกาศซ้ำอีกเมื่อเริ่ม Operation 1027 รวมถึงครั้งที่กองกำลังโกก้าง MNDAA ยึดเมืองล่าเสี้ยว ได้เมื่อ 30 กรกฎาคม UWSA ชี้แจงต่อผู้แทนชาติพันธุ์ก่อนการประชุมว่า การพบกับรัฐบาลทหาร (พม่า) มีเหตุผลเพื่อผลักดันการเจรจาสันติภาพ พัฒนาเศรษฐกิจ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน” บทความระบุ

บทความระบุต่อไปว่า 2. กองกำลังว้าจะไม่ให้ความช่วยเหลือใด ๆ แก่องค์กรติดอาวุธอีกต่อไป และยอมรับว่า ในช่วง Operation 1027 ระลอกแรกว้าได้ให้ความช่วยเหลือแก่พันธมิตรทั้งด้านอาวุธ เส้นทาง และพื้นที่ฝึกซ้อม รวมถึงให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยนับแสน ในเขตภายใต้การควบคุมของ UWSA ถูกใช้เป็นฐานให้ความช่วยเหลือกองกำลังโกก้าง MNDAA และกองกำลังพันธมิตรอย่างอาระกัน (Arakan Army-AA) และกองกำลังประชาชน PDF จากภาคสะกายและพะโค ในการสู้รบและยึดเมืองสำคัญ เช่น กุ๋นโหลง

“แต่จากนี้ไป UWSA ประกาศชัดว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลือทางอาวุธ เส้นทาง หรือเศรษฐกิจใด ๆ อีกไม่ว่ากรณีใด” บทความระบุ

บทความชิ้นนี้ระบุว่า 3. จีนแช่แข็งทรัพย์สิน (ยึดทรัพย์) มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของผู้นำ และจำกัดชายแดน จีนกดดันให้ว้าหยุดสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธ โดยขู่ว่าจะคว่ำบาตรหนักขึ้นหากไม่ปฏิบัติตาม นับตั้งแต่ระลอกที่สองของ Operation 1027 จีนเริ่มใช้มาตรการเข้มงวด เช่น การปิดกั้นสินค้าผ่านด่านต่างๆ ทำให้ชาวว้าขาดแคลนอาหาร ยา และเชื้อเพลิง เกษตรกรไม่สามารถส่งออกพืชผลไปจีนได้

“นอกจากนี้ จีนยังควบคุมระบบการเงินและธนาคารของว้า อย่างเข้มงวด โดยกองกำลังว้า UWSA ใช้เงินหยวนเป็นสกุลหลัก จีนถึงขั้นจับกุม Pauk Kyone Phone (A Chan) รองผู้บัญชาการว้า ในข้อหาพัวพันขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และมีการยึดทรัพย์มหาศาลของบริษัทและบุคคลชาวว้า”

บทความระบุต่อไปว่า 4. จีนจะไม่ยอมให้มีการสู้รบเพิ่มขึ้นในภาคเหนือของพม่า ตามคำกล่าวของ Zhao Ke An รองประธาน UWSA และรัฐมนตรีต่างประเทศ จีน โดยกล่าวหาว่ากองกำลังว้า ต้องรับผิดชอบต่อการสู้รบในรัฐฉานเหนือ เพราะการสนับสนุนอาวุธและเส้นทางให้พันธมิตร

“จีนขู่ว่า UWSA ต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาทั้งหมด”

บทความระบุถึงความเห็นของเบอร์ทิล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ระบุว่าโดยหลักแล้ว UWSP (United Wa State Party- พรรคการเมืองของว้า) ยอมอ่อนข้อให้จีน และช่วงเวลานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ จีนสรุปแล้วว่ากองกำลังว้าจะยังคงอยู่ในอำนาจ ขณะที่ฝ่ายต่อต้านทั้งกองกำลังชาติพันธุ์และกลุ่มการเมืองพม่าไม่มีทางชนะ และยิ่งสำคัญขึ้นในช่วงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง เพราะทหารพม่าหวังสร้างความชอบธรรมซึ่งจีนมองว่านี่เป็น ‘ก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง’”

เบอร์ทิลกล่าวว่า การตัดสินใจของพรรคว้า UWSP ซึ่งแท้จริงแล้วคือการตัดสินใจของจีน และจะส่งผลต่อศักยภาพการรบของกองกำลังตะอาง และกองกำลังโกก้างอย่างมาก โดยเฉพาะตะอางที่ถูกจีนกดดันให้ถอนกำลังจากเมืองตามแนวถนนมัณฑะเลย์-มูเจ้ ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าหลักชายแดนจีน ส่วนกองกำลังอาระกัน AA อาจไม่ได้รับผลกระทบมากนักเพราะสามารถยึดอาวุธจากกองทัพพม่าได้จำนวนมาก

บทความของสื่อว้าสรุปว่า UWSA กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่จากแรงกดดันของจีน ความแตกแยกที่อาจเกิดขึ้นกับพันธมิตร และท่าทีลำเอียงของจีนที่บั่นทอนความเป็นเอกภาพของ FPNCC (สมาพันธ์ของกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ 7 กลุ่มในพม่า Federal Political Negotiation and Consultative Committee)

 ขณะเดียวกันแนวรบในรัฐฉานเหนือก็ขยายวงกว้างขึ้น และขบวนการปฏิวัติพม่า Spring Revolution ที่ปะทุขึ้นจากการต่อต้านเผด็จการ คือบทเรียนสำคัญที่สะท้อนต่อสายตาของ UWSA

On Key

Related Posts

นักสิ่งแวดล้อมคะฉิ่นเผยเหตุเหมืองแรร์เอิร์ธขยายตัวลงใต้สู่ดินแดนอิทธิพล “ว้าแดง”มากขึ้น เชื่อผลกระทบในพื้นที่น้อยลงหลังกองกำลัง KIAจัดระเบียบ-ทำข้อตกลงกับนักธุรกิจจีน-หวังคืนรายได้ให้ชุมชน