เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568) สำนักข่าว Irrawaddy รายงานว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy) ของนางอองซานซูจี ได้ยื่นคำร้องต่ออาเซียน ประเทศพันธมิตร และองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงสหประชาชาติ ให้ช่วยเหลือนางอองซาน ซูจี ผู้นำประชาธิปไตยของพม่าวัย 80 ปี เพื่อให้ได้รับการรักษาพยาบาลและไม่ถูกจำกัด รวมทั้งขอให้นานาชาติช่วยเหลือกดดันให้มีการปล่อยตัวนางในทันที หลังจากมีรายงานออกมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า สุขภาพของดอว์ซูจีทรุดลง เนื่องจากป่วยเป็นโรคหัวใจ ซึ่งขณะนี้เธอกำลังถูกกุมขังเดี่ยวอยู่ในเรือนจำในกรุงเนปีดอว์ เมืองหลวงของพม่า
เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา นายคิม อาริส บุตรชายของดอว์ซูจี ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสุขภาพของมารดาพร้อมเปิดเผยว่า ดอว์ซูจีจำเป็นต้องพบแพทย์โรคหัวใจจากนอกเรือนจำ และได้ร้องขอให้พบแพทย์โรคหัวใจ แม้ว่าจะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าคำขอนี้ได้รับการอนุมัติจากทางรัฐบาลทหารพม่าหรือไม่ โดยดอว์ซูจีนั้น ถูกคุมขังเดี่ยวนับตั้งแต่การรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2564
อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าว DVB รายงานว่า นายซอว์มินทุน โฆษกของรัฐบาลทหารพม่า กล่าวกับสื่อฝ่ายสนับสนุนทหารเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ว่า ดอว์ซูจี นั้นยังสบายดี และอ้างว่า ข่าวการป่วยของดอว์ซูจีนั้นเป็นข่าวปลอมที่มีจุดประสงค์ทำลายชื่อเสียงของ พล.อ.มินอ่องหลาย ในระหว่างการไปทำภารกิจและเดินทางไปเยือนจีน
โฆษกของรัฐบาลทหารพม่ายังกล่าวด้วยว่า มีผู้ไม่ประสงค์ดีต่อพม่าอยู่เบื้องหลังการรายงานข่าวนี้ แต่เชื่อว่า ความพยายามของบุคคลเหล่านั้นจะไม่ประสบผลสำเร็จ
ทั้งนี้ พล.อ.มินอ่องหลาย ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ณ เมืองเทียนจิน ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายนที่ผ่านมา โดยได้พบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย เพื่อหารือเกี่ยวกับการสนับสนุนการเลือกตั้งในพม่า ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคมที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ผู้นำทหารพม่ายังมุ่งหวังให้พม่าเข้าเป็นประเทศสมาชิก SCO ด้วย
อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าว Mizzima รายงานว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ได้ส่งจดหมายถึงรัฐบาลจีนในนามของประชาชนชาวพม่า และมีการเผยแพร่จดหมายฉบับนี้สู่สาธารณะเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมีข้อเรียกร้องหลัก 3 ประการต่อจีน ได้แก่ ระงับการรับรองระบอบการปกครองของทหารพม่า ปฏิเสธการมีส่วนร่วมหรือการเข้าร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้งใดๆ ที่จัดโดยคณะรัฐบาลทหารพม่า และงดเว้นการเรียก พล.อ.มินอ่องหลาย ว่า “รักษาการประธานาธิบดี” ซึ่งทางการจีนใช้คำเรียกดังกล่าวระหว่างที่ พล.อ.มินอ่องหลายเดินทางเข้าร่วมประชุมที่จีน
NUG ได้โจมตีคณะรัฐบาลทหารพม่าภายใต้การนำของ พล.อ.มินอ่องหลาย ว่ากระทำการทารุณกรรมอย่างเป็นระบบ ทำลายเศรษฐกิจ และทำให้ประชากรเกือบครึ่งของประเทศให้ตกอยู่ในความยากจน และขัดขวางการลงทุนจากต่างประเทศ โดย NUG ยังเน้นย้ำถึงความร่วมมือกับองค์กรปฏิวัติชาติพันธุ์ (EROs) และกองกำลังป้องกันประชาชน (PDFs) โดยกลุ่มเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในพม่า ไม่เพียงแต่ในการต่อต้านกองทัพพม่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐด้วย NUG ยังได้เตือนว่า การเชิญ พล.อ.มินอ่องหลายเยือนจีน อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้จากสาธารณชนในพม่า และสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนในพม่าและจีนด้วย
