
สำนักข่าว Kachin News Group (KNG) สื่อของชาวคะฉิ่น รายงานเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ว่า ในพื้นที่เขตชนบทห่างไกลในหมู่บ้านชื่อ ‘ชิงก่าว’ เมืองก่าวลังปู อำเภอปู่เต่าโอ่ รัฐคะฉิ่น ทางเหนือสุดของพม่า ชาวบ้านกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าจำเป็นอื่นๆ เนื่องจากกองทัพพม่าและกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งเป็นพันธมิตรได้สั่งห้ามชาวบ้านเดินทางข้ามชายแดนจีนค้าขายสินค้ากัน แต่กลับอนุญาตให้นักธุรกิจจีนเข้ามาเปิดร้านค้าในพื้นที่อย่างเอิกเกริกและกำหนดราคาสินค้าเอง
ชาวบ้านกล่าวว่า กองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ผูกขาดการนำเข้าสินค้าจากจีนเข้ามาในหมู่บ้านชิงก่าว ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นกำลังเผชิญความยากลำบาก รัฐบาลทหารพม่าและกองกำลังติดอาวุธกลับอนุญาตให้พ่อค้าแม่ค้าชาวจีนเปิดร้านค้าในหมู่บ้านได้
“ร้านค้าทั้งหมดที่นี่เป็นของคนจีน ได้รับอนุญาตให้เปิดใกล้กับด่านตรวจของกองทัพพม่าและกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ ซึ่งก็คือกลุ่ม ‘Tang Gu Tan’ รัฐบาลทหารและกองกำลังติดอาวุธเก็บภาษีจากร้านค้าเหล่านี้มากขึ้น เนื่องจากชาวจีนต้องจ่ายภาษีสูง พวกเขาจึงขายสินค้าในราคาที่สูงกว่า ทำให้แม้แต่อาหารพื้นฐานอย่างข้าวและน้ำมันก็มีราคาแพงมาก” ชาวบ้านกล่าว
ชาวบ้านกล่าวว่า กองกำลังติดอาวุธควบคุมอย่างเข้มงวดไม่เพียงแต่ข้าวและน้ำมันพืชเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเชื้อเพลิงและสินค้านำเข้าอื่นๆ จากจีนทั้งหมดด้วย โดยร่วมมือกับพ่อค้าชาวจีนเพื่อขายสินค้าเหล่านี้ให้กับชาวบ้านในราคาที่สูงเกินจริง ปัจจุบันน้ำมันเชื้อเพลิงหนึ่งถังซึ่งมีราคาประมาณ 300 หยวนในจีน ถูกขายในราคา 400 หยวนในชิงก่าว และปริมาณที่จัดหาให้มักไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
“สินค้านำเข้าทั้งหมดต้องขนถ่ายที่จุดตรวจที่ทางเข้าหมู่บ้านชิงก่าว สินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่นำเข้าโดยพ่อค้าชาวจีน และผู้คนต้องซื้อในราคาที่พ่อค้ากำหนด ชาวบ้านไม่ได้รับอนุญาตให้นำอะไรเข้ามาเอง” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว
ขณะที่ชาวบ้านชิงก่าวส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลักด้วยการปลูกโป๊ยกั๊กและกระวานดำ นอกจากนี้ยังหาเห็ดถั่งเช่าในป่า โดยผลผลิตส่วนใหญ่ส่งออกไปยังประเทศจีน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลทหารพม่าและกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ได้สั่งห้ามชาวบ้านเดินทางไปขายสินค้าในประเทศจีนเอง แต่กลับบังคับให้ชาวบ้านขายสินค้าเหล่านี้ให้กับพ่อค้าชาวจีนในพื้นที่ในราคาที่กองกำลังติดอาวุธกำหนดไว้ แต่อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลทหารและกองกำลังติดอาวุธกลับร่วมมือกับพ่อค้าชาวจีนเพิ่มราคาสินค้านำเข้าจากจีนสูงขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อขายให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านชิงก่าว ในขณะที่สินค้าท้องถิ่นกลับมีราคาต่ำกว่ามาก
ทั้งนี้หมู่บ้านชิงก่าวนั้นตั้งอยู่ระหว่างเมืองก่าวลังปูและชายแดนจีน เป็นหมู่บ้านที่ห่างไกลและมีการคมนาคมที่ยากลำบาก เช่นเดียวกับพื้นที่ห่างไกลอื่นๆ ของรัฐคะฉิ่น ชาวบ้านต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากจีนเพื่อซื้อของใช้จำเป็นพื้นฐาน หมู่บ้านชิงกวางอยู่ห่างจากตัวเมืองก่าวลังปูประมาณสามวันโดยการเดินเท้า แม้จะเป็นเพียงหมู่บ้าน แต่ก็มีประชากรมากกว่าเมืองก่าวลังปู โดยในหมู่บ้านชิงก่าวนั้น ตั้งอยู่บนภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวในพม่ามักมาเยือน และยังอยู่ในพื้นที่ประตูชายแดนที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเชื่อมโยงปูตาโอ่และจีน ขณะที่อำเภอปูตาโอ่ ยังเป็นที่ตั้งของภูเขาที่มีความสูงที่สุดในอาเซียน นั้นคือ ภูเขา’ข่ากาโบราซี’ มีความสูงอยู่ที่ 5,881 เมตรจากระดับน้ำทะเล และมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปีอีกด้วย