Search

โวยลักพาตัวชายหนุ่มบังคับไปเป็นทหารอยู่แนวหน้ากองทัพพม่า-ครอบครัวแจ้งความแต่ไร้ความคืบหน้า ยูนิเซฟออกแถลงการณ์เป็นห่วงการโจมตีโรงเรียน

ภาพจาก Bni Online

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ศูนย์ข้อมูลกะเหรี่ยง ( Karen Information Center) รายงานว่า กองทัพพม่าร่วมมือกับกองกำลังทหาร ‘ผิ่วซอว์ตี’ และส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่นที่ประจำการตามจุดสำคัญต่างๆในตัวเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่าในยามวิกาล เข้าจับกุมชายหนุ่มวัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคน เพื่อนำตัวไปเป็นทหารส่งแนวหน้า โดยเหตุการณ์ลักพาตัวเริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 โดยในรอบไม่กี่วันที่ผ่านมา มีชายหนุ่มในพื้นที่ถูกจับไปแล้ว 20 คน

ชาวบ้านในเขต ‘วะตอว์’ เมืองเมียวดี กล่าวว่า ครอบครัวพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ชายหนุ่มที่ถูกลักพาตัวได้รับการปล่อยตัว เช่น การแจ้งความคนหายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการสอบสวนผ่านกองกำลังรักษาชายแดน (BGF)ที่สนับสนุกองทัพพม่า แต่ก็ไม่เป็นผล เจ้าหน้าที่ของทางการยังคงปฏิเสธว่าไม่ทราบว่าผู้ถูกจับกุมไปอยู่ที่ไหน

มีรายงานว่า ในเขตที่พบการลักพาตัวชายหนุ่มได้แก่ในเขต กุ่นตอว์ แทโพน ตะยัตปิ่นตอว์ เจ้าก์พญา ปาเชาก์ก่อง ขั่นขิ่นขุ่นตอว์ และเขตวะตอว์ นอกจากนี้ กองทัพพม่ายังมุ่งเป้าที่จะจับกุมชายหนุ่มที่เป็นผู้อพยพและผู้ชายวัยกลางคนที่มาจากพื้นที่อื่นๆของประเทศ และกำลังอาศัยอยู่ในสภาพที่แออัดยัดเยียดในเขตต่างๆ เช่นเขตเห่มานอู เขตอ่องเมี้ยะฉ่วยโบ่น เขตฉ่วยเมียะสั่นดี เขตเหม่หนี่โก่นเป็นต้น

“สถานการณ์เลวร้ายลงหลังจากทหารถูกส่งมาประจำในตัวเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่น ทหารพม่าและกองกำลังผิ่วซอว์ตี ได้ลักพาตัวประชาชนและบังคับให้เข้ารับการฝึกทหารกับกองกำลังรักษาชายแดน BGF ก่อนที่จะส่งพวกเขาไปยังแนวหน้า ในอดีต บางครั้งยังสามารถเจรจาปล่อยตัวคนที่ถูกจับได้โดยการจ่ายเงินอย่างน้อย 5 ล้านจั้ต (ราว 37,750 ตามอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดมืด) หรือหาคนมาแทนผู้ที่ถูกเกณฑ์ทหาร” หญิงคนหนึ่งจากเขตกุ่นตอว์กล่าว

อีกด้านหนึ่ง ชาวเมืองเมียวดีอ้างว่า ทหารพม่าที่ประจำการอยู่ในเมืองเมียวดี ร่วมกับกลุ่มติดอาวุธกะเหรี่ยงที่เป็นพันธมิตรกำลังแสดงละคร โดยการทำงานเป็นอาสาทำความสะอาดเมืองทุกวันเสาร์ และแจกจ่ายอาหารให้กับผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (IDPs)

อีกด้านหนึ่ง สื่อมอญ Independent Mon News Agency ได้ออกมารายงานเช่นเดียวกันว่า กองทัพพม่าในเมือง’เยบิว’ เขตตะนาวศรี ได้จับกุมชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามถนน มะหล่วย ต่อง – กะเลงอ่อง และบังคับชาวบ้านให้เป็นโล่ห์กำบังมนุษย์ในช่วงที่ทหารพม่าปฏิบัติการทหารในพื้นที่ แม้ชาวบ้านบางส่วนจะได้รับการปล่อยตัว แต่ก็มีรายงานชาวบ้านบางส่วนสูญหายและยังไม่รู้ชะตากรรมจนถึงขณะนี้

ขณะที่ยูนิเซฟได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานข่าวการโจมตีโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในเมืองเจ้าก์ทอว์ รัฐอาระกันหรือรัฐยะไข่โดยกองทัพพม่า ซึ่งส่งผลให้เด็กเสียชีวิต 22 ราย และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา โดยในแถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมความรุนแรงที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในรัฐยะไข่ โดยเด็กและครอบครัวต้องรับผลกระทบหนัก และการโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งกำลังปลูกฝังความหวาดกลัว ทำลายครอบครัว และยิ่งทำให้ความทุกข์ทรมานทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เด็กๆ กำลังสูญเสียชีวิตในพื้นที่ที่ควรจะปกป้องพวกเขา นั่นคือบ้าน โรงเรียน และชุมชน

ในแถลงการณ์ยังเรียกร้องให้การใช้ความรุนแรงต่อเด็กต้องยุติลง และโรงเรียน หอพัก บ้าน และบริการที่จำเป็นที่เด็กๆต้องพึ่งพาจะต้องปลอดภัยตลอดเวลา ฝ่ายต่างๆ ในความขัดแย้งต้องยึดมั่นในพันธะภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศในการปกป้องพลเรือน ซึ่งรวมถึงเด็ก ปกป้องโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่จำเป็นต่อการช่วยชีวิตแก่ผู้ที่ต้องการอย่างเร่งด่วน