Search

กกต.พม่าประกาศไม่มีการเลือกตั้งใน 121 เขต ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ถูกกองกำลังชาติพันธุ์ยึดครอง ประชาชนผวาถูกกฏหมายใหม่เล่นงาน

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งของพม่า (UEC) ซึ่งแต่งตั้งโดยกองทัพพม่า ได้ประกาศจะไม่มีการเลือกตั้งใน 121 เขตเลือกตั้งในวันที่ 28 ธันวาคม 2568 นี้ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไปรอบแรก เขตเลือกตั้งเหล่านี้ครอบคลุม 56 เมืองทั่วประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ (EAO) และกองกำลังต่อต้านพันธมิตร ปัจจุบันพม่ามี 330 เมืองในประเทศ

แถลงการณ์ของ UEC เมื่อสัปดาห์ที่แล้วระบุว่า 102 เมือง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่รัฐบาลทหารพม่าควบคุม ได้แก่ เมืองย่างกุ้งและเมืองเนปีดอว์ จะจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 28 ธันวาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอีก 172 เมือง ที่ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งหลายเมืองอยู่ในพื้นที่ขัดแย้งที่กองทัพพม่ากำลังพยายามยึดอำนาจคืนจากฝ่ายต่อต้าน เช่น เมืองจ้อกเมและเมืองสี่ป้อ ซึ่งยังไม่ได้ถูกรวมหรือยกเว้นอย่างชัดเจนสำหรับการเลือกตั้งในรอบแรกนี้

ตามประกาศของ UEC เมืองที่จะไม่มีการเลือกตั้ง 56 แห่งนี้ ประกอบด้วย 4 เมืองในรัฐคะฉิ่น 3 เมืองในรัฐกะเหรี่ยง 4 เมืองในรัฐชิน 10 เมืองในเขตสะกาย 5 เมืองในเขตมะโกย 3 เมืองในเขตมัณฑะเลย์ 10 เมืองในรัฐยะไข่หรือรัฐอาระกัน และ 17 เมืองในรัฐฉาน ส่วนในรัฐคะเรนนี เมืองที่จะไม่มีการเลือกตั้ง ได้แก่ เมืองผาซอง เมืองเมเซ และเมืองชาดอว์ ขณะที่ในรัฐชินได้แก่ เมืองปาแล็ตวา ในรัฐฉานตอนเหนือ จะไม่มีการเลือกตั้งในเมืองน้ำสั่นและเมืองม่านต้ง ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองปะหล่อง และเมืองเล่าก์ก่ายและเมืองกุนจัน ในเขตปกครองตนเองโกก้าง โดยพื้นที่เหล่านี้ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังปะหล่องTNLA (Ta’ang National Liberation Army) และกองกำลังโกก้าง MNDAA (The Myanmar National Democratic Alliance Army)

ทั้งนี้ พล.อ.มินอ่องหลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพพม่า เคยให้คำมั่นว่าจะจัดการเลือกตั้งในบางพื้นที่ที่มีการรบกันอยู่ในขณะนี้ แต่เป็นเป้าหมายของรัฐบาลทหารพม่าเท่านั้น เช่น ในรัฐยะไข่ ซึ่งกองกำลังอาระกัน AA (Arakan Army) ยึดครอง 14 จาก 17 เมือง กองทัพพม่ากลับประกาศให้มีเพียง 10 เมือง รวมถึงเมืองมงดอว์และเมืองมรัคอูเท่านั้นที่จะเป็นพื้นที่ไม่มีการเลือกตั้ง ซึ่งหมายความว่า กองทัพพม่าตั้งใจที่จะจัดการเลือกตั้งใน 7 เมืองที่เหลือ ในขณะที่กองทัพพม่าสามารถควบคุมได้เพียงเมืองชิตต่วย เจ้าก์ผิ่วและเมืองมะหน่องเท่านั้น ซึ่งเมืองตองอัพ เมืองกั้ว เมืองตั่นด่วยและเมืองแอ๋น ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังอาระกัน AA คาดว่ากองทัพอาจเพิ่มปฏิบัติการทางทหารเพื่อยึดครองพื้นที่เหล่านี้ก่อนการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เช่นเดียวกับหลายพื้นที่ในภาคเหนือของรัฐฉาน เช่น เมืองจ้อกเมและเมืองสี่ป้อ ซึ่งอยู่ภายใต้ TNLA แต่ขณะนี้ยังไม่อยู่ในรายชื่อเมืองที่จะไม่มีการเลือกตั้ง ทำให้เกิดคำถามว่า กองทัพพม่ามีเป้าหมายที่จะยึดเมืองเหล่านี้ก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ ขณะที่เมืองโหป่าง ทางเหนือของรัฐฉาน ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตปกครองของกองกำลังว้า UWSA (United Wa State Army) กลับอยู่ในรายชื่อเมืองที่จะไม่มีการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก

ก่อนหน้านี้ ประชาชนในพื้นที่นั้นได้ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั้งในปี 2553 ปี 2558 และปี 2563 เมืองโหป่างตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังว้าในช่วงต้นปี 2567 หลังจากที่กองทัพพม่าได้ขอความช่วยเหลือจากว้าไม่ให้เมืองนี้ถูกฝ่ายต่อต้านยึดครองไป ในช่วงที่มีปฏิบัติการ 1027

สำนักข่าว Irrawaddy ยังรายงานอีกด้วยว่า ยิ่งการจัดการเลือกตั้งใกล้เข้ามา ยิ่งทำให้เกิดสถานการณ์ความหวาดกลัวและความไม่ไว้วางใจแผ่ขยายไปทั่วพม่า ท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะยิ่งนำไปสู่การคุกคาม สอดส่อง และกดขี่ประชาชนทั่วไปมากยิ่งขึ้น โดยกองทัพพม่าได้ออกมาประกาศว่า จะจัดการเลือกตั้งแบบค่อยเป็นค่อยไปในวันที่ 28 ธันวาคมปีนี้ และอีกครั้งในเดือนมกราคม ปี 2569 โดยในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพพม่าได้ออกกฎหมายการเลือกตั้งฉบับใหม่ ซึ่งรวมถึงบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับผู้ที่คัดค้านการเลือกตั้ง

ก่อนหน้านี้ บล็อกเกอร์ข่าวรายหนึ่งในเมืองตองจี ทางตอนใต้ของรัฐฉาน ถูกตัดสินจำคุก 7 ปีในข้อหาวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้ง และมีประชาชนอีก 2 ราย ที่กำลังถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกัน นอกจากนี้รัฐบาลทหารพม่า ยังใช้ระบบตรวจสอบและติดตามบุคคล (PSMS) ซึ่งเป็นเครื่องมือเฝ้าระวังทางดิจิทัลที่พัฒนาและได้รับการสนับสนุนจากจีน เพื่อเฝ้าระวังและจับกุมผู้ที่ต่อต้านกองทัพพม่า

กฎหมายฉบับใหม่ยังอนุญาตให้มีการเฝ้าระวังองค์กรทั้งในประเทศและระหว่างประเทศในช่วงการเลือกตั้ง การรวบรวมข่าวกรอง และการดำเนินคดี

หญิงวัย 58 ปีจากเมืองตะเก่ต้า เขตย่างกุ้ง กล่าว่า เธอหลีกเลี่ยงการโพสต์อะไรก็ตามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือแม้แต่การแสดงความคิดเห็นต่อต้านการเลือกตั้งบนสื่อสังคมออนไลน์ เพราะกลัวว่าจะตกเป็นเป้าโจมตี

“ฉันจะไม่ลงคะแนนเสียง เพราะฉันเกลียดกองทัพพม่า” เธอกล่าว หญิงรายนี้ ยังแสดงความกังวลว่า กองทัพอาจบังคับให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เธอจะอ้างเหตุผลด้านสุขภาพเพื่อหลีกเลี่ยงการไปลงคะแนนเสียง

ขณะที่คนขับแท็กซี่อีกรายให้สัมภาษณ์ว่า “เราไม่กล้าพูดถึงการเลือกตั้งมากนัก ทุกคนกลัวกันหมด เราได้ยินมาว่า มีคนถูกจับเพียงเพราะวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งทางออนไลน์ นั่นเป็นคำเตือนสำหรับพวกเราที่เหลือ” เขากล่าว

ทั้งนี้แม้พล.อ.มินอ่องหลาย จะพยายามสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนชาวจีนเมื่อเร็วๆนี้ว่าเสถียรภาพในพม่าจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง แต่เจ้าของธุรกิจท้องถิ่นในพม่ากลับมองว่า ยังคงมีสถานการณ์ไม่แน่นอนและสถานการณ์จะเลวร้ายลงอีก โดยนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จากเขตลันมะดอว์ เมืองย่างกุ้ง กล่าวว่า เธอไม่มีความมั่นใจที่จะเก็บเงินไว้ที่บ้านหรือฝากไว้ในธนาคารอีกต่อไป

“เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อการเลือกตั้งใกล้เข้ามา” เธอกล่าว “ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นและธนาคารหยุดไม่ให้ถอนเงินกะทันหัน เราจะทำอย่างไรดี”