Search

สัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่น้ำโขง-อาเซียน ภาคประชาสังคมร่วมเรียนรู้การต่อสู้ชาวบ้านกับโครงการของรัฐ

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมร่วมกันจัดงาน “สัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง-อาเซียน 2025” (Mekong-ASEAN Environmental Week: MEAW) ภายใต้ธีม “The Fake Green เขียวลวง: ปฎิบัติการฟอกเขียวในภูมิภาคกับพลังประชาชน” ที่ อ.เมือง จ.นครพนม ในระหว่างวันที่ 27-30 กันยายน โดยมีนักกิจกรรม เยาวชน ชาวบ้าน และนักวิชาการจากภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วม โดยในวันนี้มีกิจกรรมเรียนรู้ชุมชน มีการแบ่งกลุ่ม 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงคราม จ.นครพนม 2.ข้าวหอมดอกฮัง จ.มุกดาหาร 3.คนฮักน้ำโขง หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร 4.ชุมชนน้ำซับ บ้านคำป่าหลาย จ.มุกดาหาร เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านคำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ที่เป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า และโครงการเหมืองหิน รวมถึงโครงการโรงผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันลม ซึ่งกระทบต่อที่ดินทำกินของชาวบ้าน ทับซ้อนเขตป่าชุมชน และเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยชาวบ้านร่วมกันเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการเหล่านี้มาโดยตลอด

ช่วงเช้าชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลายนำคณะเดินสำรวจแปลงที่ดินทำกินของชาวบ้าน ที่ถูกยึดจากนโยบายทวงคืนผืนป่าและที่ดินทับซ้อนกับโครงการเหมืองหินจำนวน 31 แปลง ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านสามารถกลับเข้ามาทำการเกษตรได้แล้ว และมีการกำหนดเขตป่าอนุรักษ์

นายอดิศักดิ์ ตุ้มอ่อน กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย กล่าวว่า ชุมชนบ้านคำป่าหลายอยู่มาก่อนรัฐประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติดงหมูปี 2527 จากนั้นมีโครงการเหมืองหินปี 2559 และต่อมาปี 2562 มีนโยบายทวงคืนผืนป่า ซึ่งมีแปลงที่ดินทับซ้อนกัน นำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายไล่รื้อชุมชนและที่ดินทำกินหลายครั้ง ชาวบ้านจึงต้องลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิชุมชน กับทุกช่องทางและร่วมกับพีมูฟจนสามารถเกิดการผ่อนปรนให้ชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินในการทำการเกษตรได้ แต่ชาวบ้านยังไม่มีความมั่นคง เนื่องจากยังมีการดำเนินคดีบุกรุกป่าสงวน และต้องรอกระบวนการแก้ปัญหาระดับนโยบายต่อไป

“เมื่อนโยบายของรัฐผิด การดำเนินการที่ตามมาย่อมผิดทั้งหมด ที่ผ่านมา 1 ปี มี 365 วัน เราออกไป 200 กว่าวัน ไปทุกที่ ไปเรียกร้องสิทธิด้วยข้อมูลข้อเท็จจริง ตอนนี้เรากันโซนป่าอนุรักษ์ที่เป็นป่าต้นน้ำหรือป่าน้ำซับไว้ เพื่อไม่ให้มีการเปิดพื้นที่ทำกินใหม่ ให้ทำกินได้ในที่ดินเดิมเท่านั้น เพราะน้ำซับคำป่าหลายเป็นของทุกคน เป็นหัวใจของชุมชน ทุกวันที่ 15 ธ.ค.ของทุกปีเราจะมีพิธีกรรมตามความเชื่อ ทำแนวกันไฟป้องกันป่าดูแลป่าต้นน้ำ”

จากนั้นชาวบ้านได้นำคณะไปสำรวจพื้นที่ป่าต้นน้ำ ที่เป็นแหล่งน้ำซับที่ใต้ดินผุดขึ้นมาตามธรรมชาติมีปริมาณ 3-10 คิวต่อชั่วโมง เป็นแหล่งน้ำสะอาดหรือปะปาภูเขาให้แก่ชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน หรือกว่า 300 หลังคาเรือน ใช้อุปโภคและบริโภค ซึ่งมีปริมาณน้ำตลอดทั้งปี โดยในหน้าแล้งหมู่บ้านอื่นๆ ที่ประสบภัยแล้งจะเข้ามานำน้ำจากแหล่งนี้ไปบรรเทาภัยแล้ง

ด้านนางสมัย พันธโคตร ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย กล่าวว่า ชาวบ้านทำไร่ ทำนา ทำสวนยาพารา เป็นป่าต้นน้ำที่ชุมชนช่วยกันปกป้อง เมื่อเหมืองหินเข้ามาขอยึดที่ 215 ไร่ เทศบาลมีมติเห็นชอบ แต่ชาวบ้านช่วยกันต่อสู้ด้วยข้อมูลพิสูจน์ว่าเป็นแหล่งป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ไม่ใช่ป่าเสื่อมโทรม ทำให้เทศบาลกลับผลโหวต 11-3 เสียง ไม่เอาเหมืองหิน จำนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาระดับจังหวัดที่ตอนนี้สามารถชะลอโครงการเหมืองหินไว้ได้

นางวาสนส วังคำ ชาวบ้านเหยื่อนโยบายทวงคืนผืนป่า เล่าว่า ในวันนั้นตนกำลังทำไร่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้จับตนไว้แจ้งว่าบุกรุกป่า เรียกให้ญาติและผู้ใหญ่บ้านมาคุย โดยบังคับว่าให้เวลา 3 วันต้องถอนต้นมันทิ้งให้หมด ได้ว่าวันนั้นเอารถไถไปเหยียบต้นมันที่ปลูกเองกับมือทั้งน้ำตา กลัวว่าจะไม่ได้กลับมาทำกิน ที่ดินมี 11 ไร้ มีทั้งเหมืองหิน กังหันลม ทวงคืนผืนป่าทับทั้งหมด แต่ในใจยังต้อสู้เพื่อรักษาที่ดินทำกินไว้ให้ลูกหลาน

ในช่วงบ่ายชาวบ้านนำคณะสำรวจพื้นที่โครงการโรงผลิตไฟฟ้ากังหันลม ที่กรมป่าไม้ทำการอนุญาตให้บริษัท 555 กรีนเอนเนอร์จี้ จำกัด เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติฯ ในพื้นที่ 121 ไร่ เป็นเวลา 30 ปี ซึ่งชาวบ้านกำลังต่อสู้เรียกร้องถึงความไม่ถูกต้องในขั้นตอนการยื่นขอโครงการ กระบวนการประชาคม และการไม่มีการตรวจสอบพื้นที่ขอบเขตโครงการที่ชัดเจน รวมทั้งโครงการอยู่ในเขตป่าต้นน้ำ

สำหรับในวันพรุ่งนี้ 28 ก.ย. ที่ภัตตาคารแม่น้ำพร อ.เมือง จ.นครพนม จะมีการเปิดงาน “สัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง-อาเซียน” (Mekong-ASEAN Environmental Week: MEAW) อย่างเป็นทางการ โดยจะมีเวทีหลักเป็นการเสวนา “จากแม่น้ำโขงสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และละตินอเมริกา: จุดเปรียบเทียบและการเคลื่อนไหวร่วมกันในอนาคต” ที่จะมีตัวแทนภาคประชาสังคมหลากหลายองค์กรเข้าร่วม รวมทั้งเวทีย่อยประเด็นกรณีแม่น้ำยวม  ประเด็นวิกฤติแม่น้ำโขง และผลกระทบต่อแม่น้ำต่าง ๆ นอกจากนี้จะมีสัปดาห์ภาพยนตร์สารคดีแม่น้ำโขง-อาเซียน

———