
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 สื่อท้องถิ่นในพม่า Ngao Leng Mun Mai รายงานว่า เมื่อเวลา 06.30 น.กองทัพพม่าได้ทิ้งระเบิดที่วัดแห่งหนึ่ง ในเมืองน้ำตู้ ทางเหนือของรัฐฉาน จนทำให้อาคารของวัดได้รับความเสียหายทั้งหลัง อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานพระสงฆ์ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากอพยพออกจากวัดไปก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม กองทัพพม่าได้ทิ้งระเบิดในชุมชน ในตัวเมืองน้ำตู้เช่นเดียวกัน ทำให้มีบ้านเรือน 15 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย โดยแม้ไม่มีเหตุสู้รบในพื้นที่ แต่กองทัพพม่ายังจงใจที่จะโจมตีชุมชนที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความสูญเสียตามมาในทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน กองทัพพม่ายังได้โจมตีทางอากาศที่เมืองสี่ป้อ ทำให้ชาวบ้าน 3 ราย รวมทั้งเด็กอายุ 1 ขวบได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่สำนักข่าว SHAN รายงานว่า นับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางกองทัพพม่าเดินหน้าโจมตีทางอากาศอย่างหนักในหลายพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังปะหล่อง TNLA (Ta’ang National Liberation Army) อย่างต่อเนื่อง โดยในรอบ 6 วันที่ผ่านมา มีประชาชนทางภาคเหนือของรัฐฉานต้องเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศแล้ว 6 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 18 ราย
ด้านมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation – SHRF) ได้เผยแพร่รายงานว่า กองทัพพม่าได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวเมืองจ๊อกเม ระหว่างที่พยายามเข้ายึดเมืองจ๊อกเม จาก TNLA โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 8 – 29 กันยายน 2568 ทหารพม่าได้ฆ่าและข่มขืนหญิงสาวอายุ 16 ปี จากนั้นได้สังหารสมาชิกในครอบครัวที่เหลือ ซึ่งคือแม่และน้องชายของหญิงสาวเสียชีวิตอีก 2 ราย ในกระท่อมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากเมืองงจ๊อกเมไปราว 10 กิโลเมตร เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568
นอกจากนี้กำลังพลพม่าราว 100 นาย ที่ลาดตระเวนถึงหมู่บ้านบ้านนาอ้ายค่าน บ้านสะคานส่า ยังได้สังหารพระสงฆ์รูปหนึ่งอายุ 30 ปีเสียชีวิตคาที่ซึ่งทาง SHRF ได้รายงานว่า กองทัพพม่ายังใช้การโจมตีทางอากาศและโดรนติดอาวุธโจมตีเมืองจ๊อกเมนับครั้งไม่ถ้วน เหตุสงครามระหว่างกองทัพพม่าและกองกำลัง TNLA ส่งผลให้ชาวบ้านในเมืองจ๊อกเมนับหมื่นคนต้องหนีอพยพไปอยู่ที่อื่น
อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าว Mizzima รายงานว่า ทางมูลนิธิสิทธิมนุษยชนแห่งดินแดนมอญ (Human Rights Foundation of Monland – HURFOM) ได้เผยแพร่รายงาน เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 ซึ่งบันทึกผลกระทบด้านเพศสภาพที่เลวร้ายลงจากน้ำมือของกองทัพพม่าในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของพม่า รายงานฉบับนี้ครอบคลุมช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน พ.ศ. 2568 โดยเน้นย้ำถึงความรุนแรงที่น่าตกใจที่พุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงและเด็กทั่วรัฐมอญ รัฐกะเหรี่ยง และเขตตะนาวศรี จากข้อมูลภาคสนามของ HURFOM ระบุว่า มีผู้หญิงเสียชีวิต 18 คน บาดเจ็บ 53 คน และถูกจับกุมโดยพลการ 28 คนในช่วงเวลาดังกล่าว มีเด็กเสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน และบาดเจ็บอีก 27 คน การโจมตีเหล่านี้หลายครั้งเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ไม่มีการสู้รบด้วยซ้ำ ซึ่งตอกย้ำถึงการจงใจและการเลือกปฏิบัติต่อพลเรือนของรัฐบาลทหารพม่าในรายงานระบุว่าหนึ่งในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ที่หมู่บ้านยาพู ตำบลเยบู เขตตะนาวศรี เมื่อกองทัพพม่าได้ยิงปืนใหญ่เข้าใส่บ้านเรือนพลเรือนโดยตรง ทำให้เด็กหญิงวัย 3 ขวบชื่อ “มะ หง่วย มน อู”เสียชีวิตทันทีเมื่อกระสุนปืนถูกยิงตกใส่บ้านของเธอ โดยมารดาของเด็กหญิงเปิดเผยกับทาง HURFOM ว่า “ฉันรู้สึกเสียใจมากที่ได้รู้ว่าการตัดสินใจของเราผิดพลาดเพียงใด คนอื่นๆ ต่างออกจากหมู่บ้านไปแล้ว แต่เรายังอยู่ ตอนนี้ฉันสูญเสียลูกสาวไป ฉันรู้สึกเหมือนจะบ้าตายเมื่อไม่มีเธออยู่” ขณะที่นายโก่ทูอ่อง พ่อของเด็กหญิงก็ถูกทหารพม่าจับกุมในเย็นวันที่เกิดเหตุ และเขายังคงถูกคุมขังอยู่จนถึงขณะนี้
ในรายงานระบุว่าหนึ่งในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ที่หมู่บ้านยาพู ตำบลเยบู เขตตะนาวศรี เมื่อกองทัพพม่าได้ยิงปืนใหญ่เข้าใส่บ้านเรือนพลเรือนโดยตรง ทำให้เด็กหญิงวัย 3 ขวบชื่อ “มะ หง่วย มน อู”เสียชีวิตทันทีเมื่อกระสุนปืนถูกยิงตกใส่บ้านของเธอ โดยมารดาของเด็กหญิงเปิดเผยกับทาง HURFOM ว่า “ฉันรู้สึกเสียใจมากที่ได้รู้ว่าการตัดสินใจของเราผิดพลาดเพียงใด คนอื่นๆ ต่างออกจากหมู่บ้านไปแล้ว แต่เรายังอยู่ ตอนนี้ฉันสูญเสียลูกสาวไป ฉันรู้สึกเหมือนจะบ้าตายเมื่อไม่มีเธออยู่” ขณะที่นายโก่ทูอ่อง พ่อของเด็กหญิงก็ถูกทหารพม่าจับกุมในเย็นวันที่เกิดเหตุ และเขายังคงถูกคุมขังอยู่จนถึงขณะนี้