
เมื่อวันที่23 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้ากรณีที่ชาวจีน ชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากหนีข้ามมาจากเคเคปาร์ค แหล่งอาชญากรรมริมแม่น้ำเมย เมืองเมียวดี ประเทศพม่า ภายหลังจากที่ทหารพม่าได้ประสานมายังกองกำลังกะเหรี่ยง BGF(Karen Border Guard Force)ซึ่งควบคุมดูแลพื้นที่เคเคปาร์ค ทำให้ BGF เร่งเคลียร์พื้นที่และเปิดประตูให้เหยื่อและสแกมเมอร์ตามอาคารต่างๆหนีออกมา โดยจำนวนมากถูกขนด้วยรถบรรทุกไปยังเมืองเมียวดี ขณะที่จำนวนไม่น้อยหนีข้ามแม่น้ำเมยมายังฝั่งประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ล่าสุดตัวเลขผู้ที่หนีจากเคเคปาร์คข้ามมายังฝั่งไทยเพิ่มสูงขึ้นไม่น้อยกว่า 1,667 คน ซึ่งมีทั้งชาวไทย จีน อินเดีย เนปาล เคนยา เวียดนาม ศรีลังกา เอธิโอเปีย บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน เป็นต้น โดยผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บริเวณสุสานบ้านริมเมย หมู่ที่ 2 บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ตำบลท่าสายลวด ตรึงกำลังแนวชายแดน และได้เข้าควบคุมตัวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวน 197 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า จำนวนชาวต่างชาติที่หลบหนีข้ามแม่น้ำเมยที่มีตัวเลขพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วนับพันคน ทำให้เจ้าหน้าที่ไทยในระดับจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธร ตชด. ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ทหาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องทำงานกันอย่างหนัก เพราะต้องตรวจสอบและทำข้อมูลต่างๆ แต่จำนวนบุคลากรไม่เพียงพอ เช่นเดียวกับงบประมาณด้านต่างๆโดยเฉพาะการซื้ออาหารช่วยเหลือคนที่หลบหนีเข้ามา
น.ส.จุ๋ม(นามสมมุติ) ชาวไทยจาก จ.ตราด กล่าวว่า ตนหนีข้ามมาจากเคเคปาร์คตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 22 โดยตนเข้าไปทำงานเนื่องจากมีเอเจนซี่ติดต่อซึ่งเป็นงานที่สนใจและได้เงินเดือนที่ดีกว่าในประเทศไทย โดยเขาอ้างว่าทำงานมีวันหยุดและไม่มีการบังคับอะไรเลย ซึ่งเป็นคำพูดที่โน้มน้าวใจทำให้ตนตัดสินใจเข้าไปทำงานในเคเค ปาร์ค แต่เมื่อไปถึงกลับไม่ได้เป็นเช่นที่คุยกันไว้ หากไม่ทำตามที่เขาต้องการก็มีตัวอย่างที่เขาลงโทษเหยื่อให้เห็นว่าจะโดนอย่างไร ทำให้เราจำใจต้องทำเพราะไม่มีทางเลือก
“เมื่อไปถึงเคเคปาร์ครู้สึกงงมาก ห้องที่นอนมีอยู่ด้วยกัน 5-6 คน เป็นชาวเวียดนาม ลาว กัมพูชา หนูตกใจมาก แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ เราทำอะไรไม่ได้แล้ว เขาก็สอนให้ทำงานให้เป็น เขากำหนดยอดว่าต้องทำให้ได้ 80% ถ้าทำไม่ได้ก็มีตัวอย่างให้เห็น เราอยากออกไปแต่ทำอะไรไม่ได้เลย อยากเตือนคนไทยว่าอย่าเลือกไปทำงานเพราะเห็นว่าเงินเดือนดีเลย ประสบการณ์ที่หนูเจอมันรุนแรงมาก ถ้าทำไม่ได้ เขาลงโทษให้อดข้าวอดน้ำ ไม่ได้เจอเดือนเจอตะวัน มีทุบตีบ้าง อยู่บ้านเราดีกว่า ”น.ส.จุ๋มกล่าวว่า
น.ส.จิต(นามสมมุติ) เหยื่อที่หนีข้ามแดนอีกรายหนึ่งกล่าวว่า ถูกหลอกเข้าไปทำงานที่เคเคปาร์ค ช่วงแรกต้องการเข้าไปทำงานเอ็นเตอร์เทน แต่กลับถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ เพื่อให้หลอกเอาเงินจากชาวต่างชาติ ทั้งแอฟริกา ดูไบ แคนนาดา โดยมีการตั้งโปรไฟล์ ใช้ระบบ AI สวมรอยใบหน้า ที่ไม่ใช้ใบหน้าตัวเอง โดยเข้าไปตีสนิทกับเหยื่อชาวต่างชาติ กลุ่มชายที่มีอายุ หลอกให้ช่วยออกเงินลงทุนประเภทต่างๆ เน้นการใช้หน้าตาและ คำหวาน
“หนูสามารถทำยอดถึง จึงไม่ค่อยถูกทำร้ายร่างกาย ส่วนคนที่ยอดไม่ถึงอาจมีมาตรการลงโทษรูปแบบต่างๆ หรือหากไม่มีประโยชน์จะถูกส่งต่อไปที่อื่น”หญิงไทยรายนี้ กล่าว
ผู้ที่หลบหนีจากเคเคปาร์คบางคนได้เล่าว่า มีเพื่อนที่หนีมาด้วยกันต้องจมน้ำเสียชีวิตระหว่างการเดินข้ามแม่น้ำเมยเนื่องจากน้ำลึกและไหลเชี่ยว ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าศพลอยไปอยู่ที่ใด
ในช่วงค่ำวันเดียวกัน ได้ควันลอยฟุ้งบริเวณอาคารบางหลังในเคเคปาร์ค ซึ่งมองเห็นได้จากฝั่งไทย และจากการสอบถามไปยังแหล่งข่าวในพื้นที่ได้รับคำตอบว่า เมื่อเวลา 18.00 น.ทหารพม่าได้ใช้โดรนเข้าไปทิ้งระเบิดในอาคารซึ่งเป็นจุดเก็บเอกสาร โดยก่อนหน้านั้นทหารพม่าได้ประสานมายังกองกำลัง BGF ให้เคลียร์พื้นที่เพื่อที่จะนำโดรนมาทิ้งระเบิดในบางจุด เพื่อที่จะมีการนำภาพข่าวไปเผยแพร่ในสื่อของทางการพม่า ก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม 2568
อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบไปยัง พ.อ.ชนกานต์ แสงศรี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ได้รับคำตอบว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า กองกำลัง BGF วางระเบิด 3 จุดในเคเคปาร์ค คาดว่าจะเป็นอาคารที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ไม่ใช่โดรนทิ้งระเบิดจากทหารเมียนมา ส่วนรายละเอียดอื่นๆอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
มีรายงานข่าวว่า BGF ทำลายรังสแกมเมอร์ในเคเคปาร์ค เนื่องจากทหารเมียนมา จะนำกำลังเข้าตรวจสอบในวันที่ 24 ตุลาคม โดยมีคณะจากทางการจีนเข้าตรวจสอบด้วย และคาดว่าเป็นการโชว์ภาพการปราบปรามอาชญากรรมสแกมเมอร์ที่เมียนมาร่วมมือกับจีนก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน
ขณะที่ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.ตาก ออกแถลงการณ์ระบุว่า ได้มีคำสั่งจังหวัดตาก จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ (ส่วนหน้า) แก้ไขปัญหาบุคคลต่างชาติลักลอบเข้ามายังพื้นที่จังหวัดตาก ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่สอดที่ 3 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และได้แต่งตั้งคณะทำงานประจำศูนย์ ปฏิบัติการ (ส่วนหน้า) แก้ไขปัญหาบุคคลต่างชาติลักลอบเข้ามายังพื้นที่จังหวัดตาก โดยมีว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ชัย จินดาพันธ์ ปลัดจังหวัดตาก เป็นประธาน คณะทำงานประกอบด้วย นายอำเภอแม่สอด, ผู้บังคับหน่วย เฉพาะกิจราชมนูหรือผู้แทน, ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก, ผู้แทนผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่356, ผู้แทนสาธารณสุขอำเภอแม่สอด, ผู้แทนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก, ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคงอำเภอแม่สอด, ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตาก, ผู้แทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สอด และป้องกันจังหวัดตาก ในการติดตามผลการดำเนินการป้องกันและให้ความช่วยเหลือบุคคลต่างชาติที่ลักสอบเข้ามายังพื้นที่จังหวัดตาก
คณะทำงานมีหน้าที่ติดตามสถานการณ์การลักลอบข้ามแดนของบุคคลต่างชาติที่เข้ามาในพื้นที่จังหวัดตาก รับแจ้งเหตุการณ์ ตรวจสอบ และดำเนินการให้ความช่วยเหลือบุคคลดังกล่าวข้างต้น โดยเจ้าหน้าที่ทหาร, เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานี ตำรวจภูธรแม่สอด คัดกรองบุคคลต่างชาติในเบื้องต้น หากพบข้อบ่งชี้ว่าบุคคลนั้นอาจตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ จะดำเนินการส่งเข้ากระบวนการศูนย์บูรณาการคัดแยกตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ NRM
หากการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่าบุคคลต่างชาติดังกล่าว ไม่ได้เข้าข่ายว่าอาจตกเป็นเหยื่อ จากการค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการดำเนินคดีแล้วจะได้นำตัวส่ง ตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
“ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมาจังหวัดตาก ได้ประสานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตาก สนับสนุนอาหารและน้ำดื่มเบื้องต้น ระหว่างรอการดำเนินการจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูล วันที่23 ตุลาคม รวมจำนวนทั้งสิ้น 755 คน”แถลงการณ์ระบุ