Search

เลือกตั้งพม่าห้ามเดินขบวนหาเสียง-จัดชุมนุมปราศัยได้เฉพาะพื้นที่กำหนด กกต.ส่งหนังสือถึงพรรคการเมืองห้ามวิจารณ์กองทัพ-รัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 สื่อ Than Lwin Times รายงานว่า กองทัพพม่าได้สั่งห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่ให้มีการเดินขบวนหาเสียง โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย แต่อนุญาตให้จัดการชุมนุม ณ สถานที่ที่ทางการกำหนดเท่านั้น โดยคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)พม่าได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ว่า จะอนุญาตให้พรรคการเมืองต่างๆสามารถรณรงค์หาเสียงก่อนการเลือกตั้งเป็นเวลา 60 วัน คือตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม ถึง 26 ธันวาคม 2568 ซึ่งคณะกรรมการเลือกตั้งพม่าอ้างว่า เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการของการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองจะมีโอกาสหาเสียง แต่ต้องดำเนินการตามระเบียบการเลือกตั้ง

หัวหน้าพรรคพัฒนามอญ (Mon Development Party – MDP) กล่าวว่า มีการอนุญาตให้ชุมนุมในสถานที่ที่กำหนด เช่น พื้นที่โล่ง แต่ห้ามเดินขบวนหาเสียงด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

“พูดง่ายๆ ก็คือ ภายใต้ข้อปฏิบัติหาเสียง คณะกรรมการการเลือกตั้งอนุญาตให้จัดการชุมนุมในที่ร่มหรือในที่โล่งได้ ตราบใดที่สถานที่นั้นกำหนดไว้แน่นอน แต่จะไม่อนุญาตให้จัดการชุมนุมที่ต้องเคลื่อนไหวด้วยเครื่องแบบและธงประจำพรรค โดยอ้างถึงความกังวลด้านความปลอดภัย”หัวหน้าพรรค MDP กล่าว

ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่า พรรคการเมืองจะต้องแจ้งต่อทางการพม่าล่วงหน้า หากต้องการหาเสียงในพื้นที่ใด และจะต้องให้รายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลที่จะลงพื้นที่หาเสียง และรายละเอียดของการหาเสียงเป็นต้น

สื่อ Independent Mon News Agency รายงานว่า คณะกรรมการเลือกตั้งพม่าได้ส่งจดหมายเตือนพรรคการเมืองต่างๆ ไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์กองทัพและรัฐธรรมนูญที่ทหารร่างขึ้นในระหว่างการรณรงค์หาเสียง

“พวกเขาส่งกฎระเบียบที่เราต้องปฏิบัติตามในการหาเสียงมาให้ ข้อปฏิบัติก็คล้ายกับปี 2553 โดยไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์กองทัพในขณะที่หาเสียงได้ อีกทั้งไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญหรือบทบัญญัติต่างๆ ได้ กฎเหล่านี้มีอยู่ในกฎหมายการเลือกตั้งทุกฉบับ แต่ช่วงเวลานั้นแตกต่างกัน คุณสามารถเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับในปี 2558 ได้” ผู้นำพรรคการเมืองรายหนึ่งกล่าว

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา พรรคการเมืองต่างๆยังได้รับคำสั่งห้ามหาเสียงที่อาจกระทบต่อความเป็นเอกภาพของบ้านเมือง ความเป็นเอกภาพต่อชาติพันธุ์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หลักนิติธรรม หรือความสงบสุขของประชาชน พรรคการเมืองยังได้รับคำเตือนห้ามหาเสียงที่ไม่เคารพต่อรัฐธรรมนูญปี 2008 หรือกฎหมายที่มีอยู่ และห้ามกระทำที่อาจบ่อนทำลายหรือดูหมิ่นรัฐเป็นต้น

ผู้สมัครรายหนึ่งที่ลงเลือกตั้งกล่าวว่า “ย้อนกลับไปในปี 2558 ผมเคยออกมาพูดถึงกองทัพพม่า รัฐบาล NLD และรัฐบาลของนายเต็งเส่ง แต่ถึงอย่างนั้นกฎหมายก็ยังห้ามการวิพากษ์วิจารณ์ เรามีโอกาสแสดงความคิดเห็นจากภายในของเรา ซึ่งเป็นไปภายใต้ขอบเขตทางการเมืองอยู่บ้าง แต่ตอนนี้พรรคกลับไม่อนุญาตให้เราทำแบบนั้น ทุกคนรู้ว่าประชาชนไม่ชอบทหาร และเราก็ไม่ชอบทหารเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่า เราไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์พวกเขาได้ในช่วงการเลือกตั้ง แม้แต่สิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญก็ดูเหมือนว่าจะถูกปฏิเสธด้วย” เขากล่าว