เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ภายหลังจากที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.เชียงราย ตรวจพบสารปนเปื้อนในประปาหมู่จำนวน 18 แห่ง ริมแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (สคพ.ที่ 1) เปิดเผยว่า สคพ. พร้อมด้วยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ได้ลงพื้นที่ติดตามการเป่าล้างบ่อบาดาล ที่ใช้เป็นน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ตามที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)มอบหมาย ให้ดูแลผลกระทบจากสถานการณ์คุณภาพน้ำแม่น้ำกก แม่น้ำรวก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง โดยได้ดำเนินการเป่าล้างบ่อบาดาลที่ใช้ในการผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้น้ำ
นายอาวีระกล่าวว่า การดูแลจะเริ่มต้นที่ บ้านดอยฮาง หมู่ 3 เทศบาลตำบลดอยฮาง บ้านเมืองงิม หมู่ 4 ต.ริมกก อ.เมือง โดยจะเตรียมขยายการดูแลต่อไปยัง บ้านป่ายางมน หมู่ 5 ต.รอบเวียง อ.เมือง บ้านสันต้นแหน หมู่ 12 ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ และวางแผนขยายการดำเนินงานไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
“โดยเป้าหมายเบื้องต้นมีจำนวน 18 หมู่บ้าน ตามที่ตรวจพบสารปนเปื้อนก่อน แต่ละพื้นที่มีการจัดการไม่เหมือนกัน เช่น หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรใช้น้ำประปาภูเขา ซึ่งไม่มีระบบการกรอง ส่วนบ้านห้วยทรายขาว เป็นบ่อบาดาล ต้องล้างเดือนละ 1-2 ครั้ง จะเห็นว่าแต่ละพื้นที่จะมีวิธีการดำเนินการและดูแลไม่เหมือนกัน ต้องทำแผนการปรับปรุงคุณภาพน้ำ จึงขอเข้าไปดูแลจัดการในชุมชน 18 แห่งนี้ก่อน ก่อนที่จะขยายไปพื้นที่อื่น” นายอาวีระกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ละชุมชนควรตรวจสอบและดำเนินการอย่างไรเบื้องต้นในคุณภาพน้ำเพื่อให้มั่นใจว่ามีน้ำคุณภาพดีและปลอดภัย นายอาวีระ กล่าวว่า เบื้องต้นขอให้ชุมชนที่บ่อน้ำ แหล่งน้ำดิบที่นำมาใช้ทำประปาชุมชนเป็นพื้นที่น้ำท่วม และอยู่ใกล้แหล่งน้ำที่ปนเปื้อนคือ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง ขอแนะนำให้ชุมชนแจ้งท้องถิ่นท้องที่ดำเนินการตรวจสอบ เพื่อส่งตรวจคุณภาพน้ำ เพราะปัจจุบันการทำประปาชุมชนโอนย้ายไปอยู่ในการดูแลท้องถิ่น ทำให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลหรือ สคพ. จึงไม่สามารถเข้าไปตรวจโดยตรงได้ โดยจะต้องประสานท้องถิ่นท้องที่ก่อนเข้าไปดำเนินการใด ๆ
ด้านนายสุพัฒน์ ถาตุ้ย ผู้ใหญ่บ้านบ้านฟาร์มพันธกิจ ม.6 ต.ริมกก อ.เมือง กล่าวว่า พื้นที่ตั้งแต่บ้านเมืองงิม บ้านฟาร์มฯ หมู่ที่ 1 และบ้านฟาร์มฯ หมู่ที่ 6 ต่างเป็นพื้นที่น้ำท่วม อย่างไรก็ตาม สำหรับบ้านฟาร์มฯ หมู่ที่ 6 ขณะนี้ได้ติดตั้งระบบกรองอัตโนมัติแล้ว โดยก่อนหน้านี้ทางหมู่บ้านได้ตั้งงบประมาณขอทาง อบต.ริมกก ทำระบบกรองอัตโนมัติตั้งแต่ปี 2565 จำนวน 500,000 บาท โดยหมู่บ้านมีน้ำดิบจากหนองหรือสระน้ำที่มาจากน้ำกก และเพิ่งได้รับอนุมัติงบหลังจากน้ำท่วม โดยติดตั้งแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน พร้อมติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อประหยัดค่าไฟลงได้อีก จากเดิมที่ใช้ระบบสูบน้ำบาดาลแต่พบปัญหาน้ำมีสนิมจึงพยายามแก้ไขปัญหา และเมื่อติดตั้งระบบกรองทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้นมาก
ผู้ใหญ่บ้านบ้านฟาร์ม กล่าวว่า แต่ละหมู่บ้านจัดการประปาชุมชนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับผู้นำ และสมาชิกในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่ใช้น้ำบาดาลและจะพบปัญหาน้ำกระด้าง ขุ่น ทราบว่าหลายหมู่บ้านพบปัญหาเหมือนกัน และเมื่อมีสารโลหะหนักปนเปื้อนก็ยิ่งมีความเสี่ยง ส่วนหมู่บ้านตนเองได้ให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำจึงตั้งงบประมาณก่อนหน้าที่จะมีปัญหาเรื่องสารพิษ พอมีสารพิษ งบก็ได้รับการอนุมัติพอดี และเมื่อน้ำกกมีปัญหา ก็จะของบประมาณเพื่อขุดน้ำบาดาลในปีต่อไป เพื่อเป็นแหล่งน้ำดิบใหม่
ด้านนางบัวผัด ชาวบ้านบ้านฟาร์ม หมู่ที่ 1 กล่าวว่า บ้านฟาร์มฯ เป็นพื้นที่ถูกน้ำท่วมหนักและโคลนมาทับถมในพื้นที่นา ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรของหมู่บ้าน ในเรื่องระบบน้ำประปานั้นได้มีการแก้ไขโดยทราบว่าได้มีการขุดน้ำบาดาลใหม่แล้ว แต่ตอนนี้เดือดร้อนในเรื่องราคาข้าวตกต่ำซ้ำเติมอยู่ที่กิโลกรัม 6.90 บาท ค่าเกี่ยวข้าวไร่ละ 500 บาท มี 4 ไร่ ลงทุนไป 3 หมื่นบาท ขายได้ 2 หมื่นกว่าบาท
“ตอนนี้ผลผลิตข้าวนาปีออกมาแล้ว ยายได้ส่งข้าวให้เกษตรตำบลไปตรวจ ภาวนาไม่ให้มีปัญหาอะไร ผลผลิตข้าวปีนี้ เปลือกมีสีดำ ๆ แดง ๆ แม้น้ำหนักดี แต่ราคาก็ตก ส่วนสภาพดินที่มีโคลนมาทับถม เวลาแห้งจะเป็นแผ่น ๆ แข็ง เจ้าหน้าที่เกษตรบอกว่าดินเป็นด่าง แนะนำให้เอาปุ๋ยคอกมาใส่ ยายก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ แต่ก็พยายามหาปุ๋ยขี้ไก่ ขี้ค้างคาวที่หาได้มาใส่เพื่อบำรุงมาปรับปรุงดินให้สามารถเพาะปลูกได้ แล้วตอนนี้ในนาไม่มีปู ไม่มีปลาแล้ว เมื่อเดือนก่อนน้องชายมาจากอีสาน มาถึงก็ไปจับปลาในน้ำกก ได้ปลากดก็พบตุ่มใต้คาง แล้วเนื้อก็ยุ่ย ก็บอกให้น้องชายว่ามันกินไม่ได้” นางบัวผัดกล่าว
ในวันเดียวกันกรมทรัพยากรน้ำได้แก้ไขประกาศกรมเรื่องการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างแนวทางการกำหนดรูปแบบและวิธีการดักตะกอนเพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่แม่น้ำกกและแม่น้ำสาย เป็นการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อทบทวนและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายและแม่น้ำกก
รายงานข่าวแจ้งว่าก่อนหน้านี้กรมทรัพยากรน้ำพยายามที่จะผลักดันโครงการฝายดักตะกอน 4 จุดบริเวณแม่น้ำกก โดยจุด1ที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จุด 2 ต.มะลิกา อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จุด 3 ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และจุด 4 ที่บ้านห้วยชมภู ต.แม่ยาว จ.เชียงราย ต่อมาเมื่อนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯและ รมว.ทส.ลงพื้นที่แม่น้ำกกใน จ.เชียงรายและเชียงใหม่เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ซึ่งภาคประชาชนได้ร้องเรียนว่าไม่เห็นด้วยกับการทำฝายดักตะกอนในแม่น้ำกก ซึ่งนายสุชาติรับปากว่า หากโครงการใดที่ประชาชนไม่เห็นด้วยก็จะไม่ดำเนินการ อย่างไรก็ตามกรมทรัพยากรน้ำยังคงเดินหน้าเปิดเวทีรับฟังเรื่องฝายดักตะกอนต่อไปและเมื่อเรื่องทราบถึงนายสุชาติ ทำให้นายสุชาติสั่งการไปยังอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำให้ดำเนินการแก้ไข ดังนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงประกาศจากการรับฟังเรื่องฝายดักตะกอนเป็นการเปิดเวทีรับฟังเรื่องปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกและสายแทน

