เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ผศ.ว่าน วิริยา ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.)เปิดเผยว่า เปิดเผยว่าภายหลังจากที่ตรวจพบสารหนูในแม่น้ำสาละวินเกินค่ามาตรฐาน 4-5 เท่า โดยเก็บตัวอย่างน้ำบริเวณเหนือบ้านท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง จนถึง บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ล่าสุดได้ลองสืบค้นด้วยตนเองโดยใช้กูเกิลเอิร์ธเพื่อหาแหล่งที่มาของสารโลหะหนัก และก่อนหน้านี้ได้ทำงานกับสถาบัน Stimson Center สถาบันวิเคราะห์นโยบายที่ไม่แสวงหากำไรและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (think tank) ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ที่มุ่งเน้นการวิจัยและให้คำแนะนำด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ มาสักระยะหนึ่งเลยใช้เครื่องมือดาวเทียมเขาดูข้อมูลภาพถ่ายที่ชัดเจนมากขึ้นข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง โดยเฉพาะจากแพลตฟอร์ม “Mining in Mainland Southeast Asia” ของสถาบัน Stimson Center ซึ่งได้เผยให้เห็นการดำเนินงานของ เหมืองแร่แบบเปิด (Open-pit mining) ขนาดใหญ่ หลายแห่งในรัฐคะเรนนี ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำสาละวิน และเป็นพื้นที่ต้นน้ำของ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน



“ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นการปล่อยตะกอนดินโคลนปริมาณมหาศาลไหลตรงลงสู่แม่น้ำสาละวินอย่างชัดเจน ซึ่งหลักฐานเชิงประจักษ์นี้ อาจเป็นคำตอบสำคัญที่เชื่อมโยงกับรายงานข่าวล่าสุดที่ตรวจพบสารหนู (Arsenic) ปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวิน เกินค่ามาตรฐานถึง 5 เท่า ในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน สร้างความวิตกกังวลอย่างหนักต่อชุมชนที่ต้องพึ่งพาสายน้ำแห่งนี้ ผมคิดว่าเราคงต้องเตือนให้ชาวบ้านได้รับรู้ก่อนที่จะสายเกินไป เขาก็คือมนุษย์เหมือนเรา พักเรื่อง MOU มาดูแลชาวบ้านก่อนนะครับท่านทั้งหลาย”ผศ.ว่าน กล่าว
แหล่งข่าวชายแดนไทยด้านสาละวินกล่าวว่า พื้นที่การเปิดหน้าดินขนาดใหญ่ที่ ผศ.ว่านสืบค้น น่าจะเป็นเหมืองแร่ดีบุก ซึ่งมีทั้งเหมืองเก่าและเหมืองใหม่ในรัฐคะเรนนี ซึ่งขณะนี้อยู่ในเขตการคุ้มครองของกองกำลังกะเหรี่ยงดาวแดง (Karenni National People’s Liberation Front-KNPLF) โดยแร่ทั้งหมดส่งออกไปยังประเทศจีน อย่างไรก็ตามนอกจากพื้นที่คะเรนนีแล้ว ยังทีพื้นที่ชายแดนรัฐฉานตะวันออกซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองของกองกำลังว้า (United Wa State Army -UWSA) ซึ่งมีการทำเหมืองแร่บริเวณต้นแม่น้ำสาละวินหลายแห่ง





