Search

เชื่อสหรัฐใช้ไทยเป็นทางผ่านแร่สำคัญ นักวิชาการมฟล.เชื่อต้องการเข้ามาอยู่ในทุกห่วงโซ่แร่ นายก.อบต.แมสามแลบจี้รัฐบาลหากลไกเจรจาใหม่หลังพบสารโลหะหนักในแม่น้ำสาละวิน-เลขามูลนิธิ พชภ.ชี้มลพิษข้ามแดนเป็นภัยความมั่นคงชาติ-รัฐต้องรีบแก้ด่วน

นายก อบต.แม่สามแลบ เผยชาวบ้านกังวลปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวิน วอนกรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่ตรวจสอบ  “ดร.สืบสกุล” ชี้รัฐแจงค่าโลหะหนักกก โขง สาย รวก ไม่เกินมาตรฐาน เหมือนรอเจอใครจะเป็นคนแรกที่ป่วย ด้าน “เพียรพร” แนะรัฐบาลมองปัญหาสารพิษตกค้างเป็นภัยความมั่นคง การเซ็น MOU เหมือนประชาชนถูกตบหน้า  

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 สำนักข่าว The Reporters เวทีออนไลน์หัวข้อจากน้ำกก-สาละวิน มลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธและผลกระทบจาก MOU -แร่สำคัญไทยและสหรัฐอเมริกา โดยวิทยากรประกอบด้วย ดร.สืบสกุล กิจนุกร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ.) และ Rivers and Rights และนายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริการส่วนตำบล(อบต.)แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชการ มฟล.กล่าวว่าอยากเน้นคำว่าแร่สำคัญ เฟซบุ๊กของกงสุลใหญ่อเมริกาประจำเชียงใหม่ออกกราฟิคอธิบาย ว่า MOU นี้เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือห่วงโซ่อุปทานเรื่องแร่สำคัญ ส่งเสริมอุตสาหกรรมการแปรรูปของไทย อเมริกาบอกว่าแร่สำคัญคือการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูง หนึ่งในแร่ที่สำคัญในการผลิตคือแร่พลวง ซึ่งเรานำเข้าจากพม่าเยอะมาก แล้วอเมริกามีแร่สำคัญอย่างน้อย 50 ชนิด ประกอบด้วยโปแทส ซึ่งภาคอีสานของไทยเรามีการทำเหมืองแร่โปแทส แรร์เอิร์ธเป็น 1 ใน 50 แร่สำคัญ เป็นไปได้หรือได้หรือไม่ที่อเมริกาต้องการใช้ไทยเป็นทางผ่านในการนำเข้าแร่สำคัญจากเมียนมา เพราะไทยนำเข้าอยู่แล้ว” ดร.สืบสกุล กล่าว

 “อเมริกาพึ่งพาแร่ในการผลิตสินค้าและอาวุธจาก 90 ประเทศ หมายความว่าห่วงโซ่ค่อนข้างเปราะบาง ช่วงโควิดระบาดการขนส่งแร่ไปถึงอเมริกาช้ามากจนกระทบกับเศรษฐกิจโดยรวม จึงพยายามเข้ามาจัดการทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ  โดนัลด์ ทรัมป์ ไปเซ็น MOU ที่ญี่ปุ่น ทำไมถึงไปที่นั่น ไทยนำเข้าแร่จากมาเลเซียแล้วแปรรูป เราส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นเป็นเบอร์ 1 จึงไม่แปลกใจว่าทำไมทรัมป์จึงพยายามต้องการเข้าไป อยู่ในทุกห่วงโซ่แร่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ”ดร.สืบสกุล กล่าว

นักวิชาการ มฟล.กล่าวว่า รัฐบาลไทยต้องกล้าประกาศยุติการนำเข้าแร่ตลอดชายแดนจาก จ.เชียงรายถึงระนอง อยากเรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าหันมาเจรจากับเราอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันข้าวนาปีที่ใช้น้ำแม่น้ำกก-รวก-โขง-สาย 1.3 แสนไร่กำลังทยอยออกมาสู่ตลาดโดยรัฐไม่ตรวจสารโลหะหนักในเมล็ดข้าวเปลือกก่อนการเก็บเกี่ยว  

“ไม่ใช่แค่ชาวเชียงรายที่ต้องกินข้าวนาปีชุดนี่ แต่หมายถึงคนทั้งประเทศ ถ้าปนเปื้อนสารโลหะหนักผู้บริโภคทั้งประเทศ ถ้ามีผลการตรวจกระทบต่อเกษตรกร 1.4 หมื่นครอบครัว ใครรับผิดชอบ การใช้แม่น้ำกกสายรวกโขงเพื่อการเกษตรในฤดูฝน 80% ใช้เพื่อการปลูกข้าว แต่นาปรังใช้ 100%ภาควิชาการบอกว่ามีสารโลหะหนักต่ำกว่าค่ามาตรฐาน หมายความว่ากำลังให้เราชาวเชียงรายบริโภคข้าวที่มีสารโลหะหนักเข้าไปในร่างกายทีละน้อยวันแล้ววันเล่า ให้เราบริโภคน้ำประปาที่มีสารโลหะหนักปนเปื้อน  วันหนึ่งใครจะเป็นคนแรกที่ป่วยจากสารโลหะหนัก”นักวิชาการผู้นี้ กล่าว

นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายก อบต.แม่สามแลบ กล่าวว่า ตั้งแต่ชาวบ้านได้ยินเรื่องการตกค้างของสารในแม่น้ำวาละวินก็มีความกังวลทั้งคนไทยและชุมชนกะเหรี่ยงริมน้ำ เพราะเคยได้ยินเรื่องสารพิษในแม่น้ำจากแม่น้ำสาย แม่น้ำกก  

“เราไม่คิดว่ามันจะเกิดในแม่น้ำสาละวิน แม้สาละวินจะไหลผ่านชายแดนไทนสั้นๆ ชุมชนริมน้ำต้องใช้ชีวิตอยู่กับแม่น้ำสาะวินในการทำมาหากิน ชาวบ้านที่อยู่ในรัฐกะเหรี่ยงหนีการสู้รบต้องเอาน้ำสาละวินอุปโภคบริโภค ไม่รู้เลยว่าในน้ำมีสิ่งปนเปื้อนที่อันตราย ไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่จะมาตอบเราว่าเกินค่ามาตรฐานจะส่งผลต่อสุขภาพ อยากให้กรมควบคุมมลพิษส่งคนลงมาตรวจสอบคุณภาพน้ำทำให้ชาวบ้านมั่นใจเป็นความต้องการเร่งด่วน และต่อไปอยากให้หาต้นเหตุว่าสารพิษมาจากไหน” นายพงษ์พิพัฒน์ กล่าว  

นายก อบต.แม่สามแลบ กล่าวอีกว่า ถ้าจะเสนอการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเพราะเกินอธิปไตยของเรา รัฐบาลต้องหาแนวทางแก้ไข ถ้าจะใช้กลไกของ TBC (Township Border Committee-คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น)  ผมคิดว่าไม่น่าจะใช้ได้ เพราะ TBCมีแค่ทหารพม่ากับทหารไทย ไม่มีตัวแทนชาติพันธ์ที่อยู่ในพื้นที่ ควรต้องมีกลไกใหม่ขึ้นมา รัฐต่อรัฐแก้ไม่ได้ พม่าอาจจะใช้ช่องทางนี้เป็นข้ออ้างเข้าไปปราบกลุ่มชาติพันธุ์ พม่าก็อาจจะเข้าไปควบคุมบริหารเหมืองแร่ต่อ

น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ เลขาธิการ พชภ.กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นคนเชียงรายเห็นการเซ็น MOU กับสหรัฐอเมริกา รู้สึกเลยว่าเราถูกตบหน้าจริงๆ เห็นแนวโน้มว่าค่าสารพิษลดลงในฤดูฝนแต่มันไม่ได้ยุติ มีการเดินหน้าไปเรื่อยๆ ไม่ได้ฟังเสียงของประชาชนผู้เดือดร้อนเลย

“มันน่าโกรธ คุณเป็นรัฐบาลอย่างไรทำไมไม่ปกป้องแผ่นดินของคุณ” น.ส.เพียรพร กล่าว และ ตั้งคำถามว่า 3 ปีที่ผ่านมาของการทำเหมือง ส่งสารพิษมาต่อประชาชน และแผ่นดินของเรามากมายขนาดนี้ นี่ยังไม่ใช่ภัยความมั่นคงหรือ จึงยังไปลงนามอีก  

“จนวันนี้ที่เราพบว่าแม่น้ำสาละวินเป็นแม่น้ำนานาชาติที่ทรงคุณค่ามากที่สุดแห่งหนึ่ง จากหิมะละลายในมณฑลยูนนานลงมาถึงไทยเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติสาละวิน พบว่ากำลังปนเปื้อนสารโลหะหนัก สิ่งที่เราอยากเห็นคือรัฐบาลใส่ใจกับปัญหานี้ในฐานะปัญหาความมั่นคง ทำอย่างไรก็ได้ในการแก้ปัญหาไม่ใช่แค่จัดประชุม”น.ส.เพียรพร กล่าว

เลขาธิการมูลนิธิ พชภ.ว่านักลงทุนกำลังฉวยโอกาสในขณะที่รัฐบาลทหารพม่าไม่มีกฎหมายสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยกำลังจะเป็นทางผ่านในการขุดเอง แปรรูปหรือไม่  

“วันนี้เป็นการเปิดประตูเข้าไปของไทยในเส้นทางสายนี้ ทำอย่างไรให้เรารีบถอยออกมา คงไม่ต้องรอให้มีคนป่วย อย่าเอาประเทศไปแลกเลย ดิฉันคิดว่าเราแก้ไขได้ การปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวินเป็นสิ่งที่น่าตกใจที่สุดเท่าที่เคยทำงานมา ช่วงแม่น้ำกกก็ช็อคไปหลายวัน แต่ตอนนี้งงไปเลย คิดว่าเราต้องรีบแก้ไข” น.ส.เพียรพร กล่าว