เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สื่อท้องถิ่นคะเรนนี Kantarawaddy Times รายงานโดยอ้างตามข้อมูลขององค์กรสิทธิมนุษยชนคะเรนนี (The Karenni Human Rights Group – KnHRG)ว่า ประชาชนในรัฐคะเรนนีเสี่ยงที่ต้องเผชิญความอดอยาก หลังจากกองทัพพม่าโจมตีเกษตรกรและพื้นที่ทำเกษตรกรรมในรัฐคะเรนนีมากยิ่งขึ้น โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบทหารพม่าจับกุมตัวชาวนาที่กำลังเก็บเกี่ยวข้าวหลายราย อีกทั้งยิงปืนโจมตีไร่นาของชาวบ้านหลายแห่ง นอกจากการโจมตีเกษตรกรและพื้นที่เกษตรกรรมแล้ว
KnHRG ระบุว่า ความตึงเครียดทางทหารที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างกองทัพพม่าและฝ่ายต่อต้านอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการค้าภายใน ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ความไม่มั่นคงทางอาหารเลวร้ายลงไปอีก
นายอูปั่นญา เลขาธิการคนที่สองของสภาบริหารชั่วคราวรัฐคะเรนนี (Interim Executive Council-IEC) ให้สัมภาษณ์ว่า เพื่อรับมือกับความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น การหยุดชะงักของการขนส่งสินค้า ราคาสินค้าที่สูงขึ้นและความไม่มั่นคงทางอาหารที่เพิ่มมากขึ้น ทางกลุ่มจึงได้จัดเตรียมมาตรการฉุกเฉินไว้แล้ว
“เรามีแผนดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าประชาชนจะไม่เผชิญกับความหิวโหยหรือความอดอยากอย่างรุนแรง เราได้ดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด เราได้จัดสรรอาหารสำรองไว้สำหรับแต่ละเมืองและจัดเตรียมกองทุนฉุกเฉินเพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเมื่อจำเป็น นอกจากนี้ เรายังทำงานร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศและมองหาเส้นทางการค้าใหม่ๆ เพื่อให้ได้รับเสบียงที่จำเป็น แต่ขณะนี้เรายังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดได้” นายอูปั่นญากล่าว
KnHRG ยังเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า กองทัพพม่ายังคงมุ่งเป้าไปที่เกษตรกรและเคลื่อนกำลังพลเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม ทำให้พื้นที่เพาะปลูกในรัฐคะเรนนีลดลง และยังส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงตามไปด้วย
ทางด้านชาวบ้านที่พลัดถิ่นจากเมืองเดโมโซ กล่าวว่า ชาวนาบางคนต้องเจรจากับกองทัพพม่าเพื่อขอเก็บเกี่ยวพืชผลใกล้พื้นที่ทหาร ขณะที่ชาวนาบางคนต้องอยู่ในสถานการณ์ถูกบังคับให้เก็บเกี่ยวข้าวภายใต้สภาพแวดล้อมที่อันตราย โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กองทัพพม่าได้โจมตีนาข้าวด้วยโดรนและการโจมตีทางอากาศในเมืองพรูโซและเมืองเดโมโซ ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ทำให้มีพลเรือนเต้องสียชีวิต 3 ราย
นอกจากในรัฐคะเรนนีแล้ว ขณะนี้กองทัพพม่ายังเดินหน้าโจมตีในพื้นที่อื่นๆอย่างที่รัฐยะไข่ โดยล่าสุด สื่อ Mizzima รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2568 กองทัพพม่าได้โจมตีทางอากาศในหมู่บ้านโย ตะโยก ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 5 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 7 ราย ในช่วงเวลาเดียวกัน ยังได้โจมตีที่หมู่บ้านอ่องเพี่ยวผิ่น ทำให้มีหญิงรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นเดียวกัน
“เด็กๆ กำลังทุกข์ทรมานอย่างมาก ผู้คนไร้ทางสู้และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร พวกเขาทิ้งระเบิดใส่พื้นที่พลเรือนอย่างโหดร้าย มีคนที่เนื้อหนังกระจัดกระจาย แขนขาขาดวิ่นไปหมด และยังมีบางคนที่ถูกฝังโดยไม่มีศีรษะ” ชาวบ้านคนหนึ่งเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่กองทัพพม่าซึ่งสูญเสียพื้นที่ส่วนใหญ่ในรัฐอาระกันหรือรัฐยะไข่ กำลังเตรียมการรุกตอบโต้เพื่อป้องกันเมืองที่เหลืออยู่และมีความพยายามที่จะยึดคืนครองเมืองต่างๆที่กองทัพอาระกัน (Arakan Army – AA) ยึดครองไว้
“กองทัพพม่ากำลังมุ่งเป้าไปที่กองทัพอาระกันเป็นหลัก และกำลังเสริมกำลังกองทัพเรือและกองทัพอากาศเพื่อโจมตีพื้นที่ที่กองทัพอาระกันยึดครองอยู่ และยังเร่งส่งเครื่องบินขนส่งลำใหม่เข้าประจำการอีกด้วย เป้าหมายหลักของพวกเขาคือการยึดคืนรัฐอาระกันทางตอนใต้” ร้อยเอกซินยอว์ อดีตเจ้าหน้าที่ทหารพม่าที่เข้าร่วมขบวนการอารยะขัดขืน (CDM) กล่าว




