เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)เชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อทบทวนและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่แม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมประมาณ 300 คนโดยมีนายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน
ก่อนการประชุมประชาชนในนามเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขงได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำและนายกรัฐมนตรี โดยตัวแทนเครือข่ายฯได้อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องระบุว่า 1.เจรจาหยุดเหมืองพิษในประเทศพม่า 2.ยุติโครงการฝายและม่านดักตะกอน 3.ยกเลิก MOU แร่แรร์เอิร์ธกับสหรัฐอเมริกา ที่จะเพิ่มปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำและปัญหาด้านอื่นๆที่จะตามมาอีกหลายด้าน 4.ฟื้นฟูแม่น้ำ ตรวจสอบคุณภาพน้ำ ดิน พื้นที่การเกษตร และสิ่งแวดล้อมของแต่ละชุมชนในแม่น้ำกก สาย รวก โขง 5.ฟื้นฟูชีวิต ตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยงและเฝ้าระวังสารพิษในร่างกายมนุษย์ ชดเชยผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มชาวบ้านที่บ้านเรือนเสียหาย
นายประเสริฐ กล่าวว่าน้ำโขงและน้ำสายปนเปื้อนเป็นปัญหาที่หนักของชาวเชียงรายและเชียงใหม่โดยเกิดมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 ซึ่งมีการตรวจคุณภาพน้ำที่ขุ่นในหน้าแล้ง พบว่ามีสารบางส่วนทำให้เกิดปัญหา ทุกภาคส่วนรับทราบและผลักดันการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องตลอด 6 เดือน ขณะที่ส่วนกลางมีคณะกรรมการในการแก้ไขปัญหาระยะยาว โดยแนวคิดที่ผ่านมาเรื่องฝายดักตะกอนซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวที่แก้ไขปัญหา
“เราอยากให้มีวิธีการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่หมดไป ผมเชื่อว่าเชียงรายมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และปัญหานี้คงหมดไป”นายประเสริฐ กล่าว
นายโอภาส ถาวร รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำกล่าวว่า มารับฟังเพื่อต้องการรู้ว่าชาวบ้านอยากให้ทำอะไร เพื่อแก้ไขปัญหาแม่น้ำกก ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะปานกลางและระยะยาว กรมทรัพยากรน้ำไม่ได้มานำเสนออะไรเพื่อที่จะสร้าง แต่อยากรับฟัง หรืออะไรที่ไม่อยากให้เราทำก็สามารถบอกได้เลย เราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง
“เรามารับฟังไม่ใช่เพื่อการก่อสร้าง แต่เป็นการหาแนวทางแก้ไข เราได้สำรวจแหล่งน้ำใหม่ อาจไม่เพียงพอก็ขอให้ชาวบ้านแสดงความเห็นได้เลย การขัดแย้งกันไม่มีประโยชน์ อยากให้เวทีนี้เป็นการพูดคุย เราอยากให้ท่านแนะน้ำเราว่าถ้าต้องการให้แก้อย่างไร คิดกันอย่างเป็นระบบ แม้เรายังไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอ ผมไม่ได้เป็นคนเอาสารหนูมาทิ้งแม่น้ำ แต่ผมอาสามาช่วยแก้ไขและถามความต้องการของพวกท่าน”นายโอภาส กล่าว
รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำกล่าวว่า เรื่องฝายดักตะกอนเมื่อประชาชนไม่ให้ทำ กรมทรัพยากรน้ำก็ไม่ทำ ดังนั้นในเวทีนี้จึงยังไม่ขอพูดเรื่องฝาย
ทั้งนี้นายโอกาสได้ขอให้ประชาชนยกมือว่ามีใครบ้างที่ไม่เอาฝายดักตะกอน ซึ่งปรากฏว่าผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เห็นด้วยที่ไม่เอาฝายดักตะกอน แต่ยังมีประชาชนบางส่วนที่ไม่ยกมือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รูปแบบการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในวันนี้แตกต่างจากเมื่อวาน(10 พฤษจิกายน ) ซึ่งจัดที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ โดยในเวทีท่าตอน กรมทรัพยากรน้ำได้ให้วิทยากรทั้งข้าราชการของกรมทรัพยากรน้ำและนักวิชาการมหาวิทยาลัยที่ทำงานเรื่องฝายดักตะกอนร่วมกันชี้แจงผลดีของการทำฝายดักตะกอนโดยใช้เวลาอธิบายเกินครึ่งหนึ่งของระยะเวลาที่จัดเวที อย่างไรก็ตามการจัดเวทีครั้งนี้ได้รับวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เนื่องจากกรมทรัพยากรน้ำระบุว่าเป็นการรับฟังเรื่องคุณภาพน้ำกก แต่ในตอนท้ายกลับให้ประชาชนกรอกแบบสำรวจว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการทำบ่อหรือฝายดักตะกอน ซึ่งเหมือนกับเป็นการ “ลักไก่” แต่ในที่สุดประชาคมชาวท่าตอนก็ไม่เห็นด้วยกับการทำฝายดักตะกอน
ขณะที่การจัดเวทีที่อ.เมือง จ.เชียงราย ครั้งนี้ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำได้ออกตัวตั้งแต่ต้นว่าไม่เห็นด้วยกับการสร้างฝาย ดังนั้นจึงเปลี่ยนรูปแบบดำเนินการโดยเปิดเวทีเวทีให้ประชาชนที่เข้าร่วมพูดตั้งแต่ต้นโดยไม่มีวิทยากรจากกรมทรัพยากรน้ำและนักวิชาการอธิบายเรื่องฝายดักตะกอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่เข้าร่วมประชุมได้เสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อน เช่น การหาแหล่งน้ำภาคเกษตรกรรม และน้ำอุปโภคบริโภค และผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการทำฝายดักตะกอน นอกจากนี้ยังมีการวิจารณ์แบบสำรวจที่กรมทรัพยากรน้ำส่งให้ผู้ร่วมประชุมกรอกโดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าไม่มีการระบุรายละเอียดโดยในแบบสำรวจเแค่เขียนว่า “ท่านเห็นว่า ควรให้มีการดำเนินการตามแนวทางที่คณะทำงานฯเสนอหรือไม่?” ทำให้ผู้เข้าร่วมเกิดข้อสงสัยและหวาดระแวงว่าแนวทางที่คณะทำงานเสนอคืออะไร และจะเอาผลการกรอกแบบสำรวจครั้งนี้ไปทำอะไรหรือไม่
นส.มณีรัตน์ เขมวงศ์ สว.เชียงรายกล่าวว่า ตนอยู่ในคณะกรรมาธิการฯซึ่งมีข้อกังวลในเรื่องฝายดักตะกอน เพราะประชาชนจะรับหรือไม่ ควรให้ข้อมูลประชาชนอย่างทั่วถึง และเวทีรับฟังทั้งเมื่อวานและวันนี้ทำให้เห็นทิศทางการแก้ไขปัญหาคือการแก้ที่ต้นทางเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ขณะที่นักวิชาการรายหนึ่งพยายามเสนอให้วิทยากรอธิบายเรื่องรูปแบบการทำฝายก่อน แต่เมื่อผู้แทนของกรมทรัพยากรน้ำสอบถามที่ประชุมว่ามีใครอยากให้นำเสนอเรื่องฝายดักตะกอนบ้าง ปรากฏว่าไม่มีใครยกมือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มีความพยายามที่จะให้วิทยากรอธิบายเรื่องฝายดักตะกอนให้ประชาชนในเวทีทราบ ปรากฏว่านายประยุทธ์ ไกรปราบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำ 1 กรมทรัพยากรน้ำ ได้อ่านโพสต์ข้อความในเฟสบุคของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ทส.ที่ระบุว่า รัฐบาลยุติสร้างฝายดักตะกอนแม่น้ำกก โดยยึดเสียงประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นจึงถือว่าเป็นข้อยุติเรื่องโครงการฝายดักตะกอน
อนึ่งในเฟสบุคของนายสุชาติ ชมกลิ่น ระบุด้วยว่า กรมทรัพยากรน้ำสรุปผลรับฟังความคิดเห็นประชาชนกว่า 400 คน ที่ อ.ท่าตอน จ.เชียงใหม่ ข้อยุติชัด “ไม่สร้างฝายดักตะกอน” ตามนโยบายของนายสุชาติที่ว่า“รัฐบาลจะทำตามความต้องการของประชาชนเป็นหลัก” โดยจะมีมาตรการแก้ปัญหา คือจัดหาแหล่งน้ำสะอาดสำรอง ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำและกล้อง CCTV ตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง เผยแพร่ข้อมูลโปร่งใส เจรจาประเทศต้นน้ำ บำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงแม่น้ำกก
“สัปดาห์นี้ ผมได้สั่งการให้ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน เพื่อแก้ปัญหาอย่างบูรณาการเต็มรูปแบบครับ”นายสุชาติ ระบุ


