Search

คนริมเมยโวย กสทช.ตัดสัญญาณโทรศัพท์มั่ว ทำคนไทยชายแดนแม่สอด-พบพระเดือดร้อนหนัก-ใช้มือถือไม่ได้หมุนเป็นลูกข่างกระทบหนักโครงการคนละครึ่ง ขณะที่คนฝั่งพม่ายังทำงานได้เป็นปกติเหตุมีสัญญาณบริการ

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่ ชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สอด จังหวัดตาก ว่า ขณะนี้ชาวบ้านและร้านค้าตามแนวชายแดนหลายหมู่บ้านได้รับผลกระทบจากการใช้โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต เนื่องจากมีไม่สัญญาณโทรศัพท์ หรือบางครั้งมีสัญญาณ แต่สัญญาณไม่เสถียร ทำให้ไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ โดยเฉพาะมีผลกระทบต่อโครงการจ่ายเงินคนละครึ่งของรัฐบาลที่ แต่ไม่สามารถชำระเงินได้เพราะไม่มีสัญญาณเจ้าของร้าน และลูกค้าต้องเดินออกจากร้านไปหาจุดชำระเงินที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต เช่น บริเวณข้างถนน

นางปราณี ม่วงเผือก อายุ 61 ปีอาชีพขายอาหารตามสั่ง หมู่ 7 บ้านวังตะเคียน ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่าสัญญาณโทรศัพท์อินเตอร์เน็ตขาดหายไปตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังโทรยังไม่ได้ ทำให้แอพพลิเคชั่นไลน์ใช้ไม่ได้

“ เปิดมาหมุนเป็นลูกข่าง ยิ่งเมื่อวานกับวันนี้ถึงเป็นหนัก ต้องคอยเดินหาสัญญาณ เดือดร้อนมากเพราะไม่มีสัญญาณเลย คนค้าขายลูกค้าโทรมาสั่งสินค้าอาหารก็ไม่ได้ ยิ่งการสแกนจ่ายเงินคนละครึ่งยิ่งไม่ได้เลย กระทบหนักมากเหมือนอยู่ในป่าเขา มีปัญหาทั้งชายแดนที่ติดริมแม่น้ำเมยมีปัญหากันหมด โคตรเครียดใช้การสแกนคนละครึ่งแล้วลูกค้าสแกนไม่ได้ บางครั้งสแกนแล้วหายไปเลย พอไม่ได้ก็ต้องติดหนี้ไว้เป็นปัญหามาก ขอฝากถึงหน่วยงาน กสทช “ นางปราณี กล่าว

นางปราณีกล่าวว่า การที่สัญญาณโทรศัพท์ให้ไม่ได้เนื่องจากเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กสทช.ได้มาตัดตัดมั่วซั่ว อย่าคิดว่าฝั่งเมียนมาไม่มีสัญญาณใช้ มาตัดก็เสียเปล่า คนที่เดือดร้อนจริงๆคือประชาชนริมแม่น้ำเมย ประชาชนในพื้นที่อยากให้ กสทช. มาดูได้เลย ฝั่งเมียนมาเขานั่งทำงานกันทั้งวันทั้งคืนเพราะมีอินเตอเน็ตสำรองใช้ได้สบายๆไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย

“ที่มาตัดสัญญาณชาวบ้านตาดำๆกับร้านค้าเดือดร้อน อยากบอกว่าที่มาตัดไม่เป็นผล ฝั่งเมียนมายังมีสัญญาณเน็ตไว้ใช้งาน เคยได้ไปติดต่อที่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพทย์สาขาแม่สอดแล้ว แจ้งว่าสัญญาณใช้งานไม่ได้ แต่กลับได้รับคำตอบมาว่า แถวริมแม่น้ำเมยโดนตัดสัญญาณหมด แถมบางครั้งเรายังได้รับข้อความแนะนำการใช้งานเหมือนว่าตัวเองอยู่ประเทศพม่า ซึ่งไม่เคยได้รับมาก่อน”นางปราณี กล่าว

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 สำนักงาน กสทช. พร้อมด้วยสำนักงาน กสทช. เขต 36 ลงพื้นที่ตรวจเสา และสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ใน บริเวณชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน บินตรวจวัดความแรงสัญญาณ เพื่อตรวจสอบการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บริเวณชายแดนที่มีความเสี่ยง รวมถึงการแก้ไขปัญหาการ Roaming ไปใช้สัญญาณของผู้ให้บริการในประเทศเพื่อนบ้าน และแก้ปัญหาสัญญาณล้ำข้ามเขตแดนของประเทศไทยไปใช้ในการกระทำผิดก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นชาวบ้านที่อยู่บริเวณชายแดนต่างประสบปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ใช้การไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนจากสัญญาณมือถือขาดหายประกอบด้วย บ้านแม่ปะ หมู่10 ต.ท่าสายลวด , บ้านวังแก้ว ต.แม่ปะ อ.แม่สอด , บ้านวังผา หมู่ที่ 4 ตำบลแม่จะเรา อ.แม่ระมาด, บ้านห้วงม่วง หมู่ที่ 6 ต.ท่าสายลวด ,บ้านห้วยแล้ง ตำบลช่องแคบ อ.พบพระ ,บ้านวังตะเคียน ตำบลท่าสายลวด บ้านหมื่นฤาชัย ,บ้านริมเมย หมู่ 2 ต.ท่าสายลวดบ้านแม่กื๊ดริมเมย หมู่10 ตำบลแม่กาษา อ.แม่สอด , บ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด ,บ้านห้วยน้ำนัก ตำบลช่องแคบ อ.พบพระ และบ้านแม่กุหลวง ตำบลแม่กุ อ.แม่สอด โดยหมู่บ้านทั้งหมดได้รับผลกระทบชัดเจนมาตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน เป็นต้นมา ซึ่งสัญญาณลดลง จาก 5 จี เหลือ 4 จี นอกจากนี้ในบางวันใช้โทรศัพท์มือถือไม่ได้ บางวันใช้ได้ แต่สัญญาณไม่เสถียร หรือสัญญาณหายไปเลยผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในตลาดอำเภอแม่สอดได้มีการจำหน่ายซิมมือถือพม่า ที่มีไว้ใช้งานในประเทศเมียนมาโดยเฉพาะ และมีบางเครือข่ายให้บริการอินเตอร์เน็ตบ้านด้วยระบบไฟเบอร์ ยิงสัญญานให้เครื่องรับในเมียนมาและปล่อยจำหน่ายตามบ้านเรือน สำนักงาน ประเทศเมียนมา และแก็งสแกมเมอร์นำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในตลาดอำเภอแม่สอดได้มีการจำหน่ายซิมมือถือพม่า ที่มีไว้ใช้งานในประเทศเมียนมาโดยเฉพาะ และมีบางเครือข่ายให้บริการอินเตอร์เน็ตบ้านด้วยระบบไฟเบอร์ ยิงสัญญานให้เครื่องรับในเมียนมาและปล่อยจำหน่ายตามบ้านเรือน สำนักงาน ประเทศเมียนมา และแก๊งสแกมเมอร์นำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ด้วย