
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ผู้สี่อข่าวรายงานจากชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า ทหารพม่าได้สั่งถอดสลิงโป๊ะ และตัดสายท่อน้ำมัน บริเวณท่าข้ามแม่น้ำเมย ตั้งแต่ท่าที่ 18 ไปจนถึง ท่า 34 ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่จับตามองอย่างกว้างขวาง เพราะก่อนหน้านี้ทหารพม่าเคยเสนอมายังรัฐบาลไทยหลายครั้ง เพื่อขอให้ปิดท่าข้ามเอกชนมากมายที่เป็นช่องทางให้กลุ่มสแกมเมอร์ข้ามจากฝั่งชาวแดนไทยไปยังแหล่งอาชญากรรมริมแม่น้ำเมยฝั่งเมียวดี รวมทั้งหลอกลวงเหยื่อชาวตางชาติข้ามไปด้วย โดยทหารพม่าเห็นว่าช่องทางท่าข้ามฟากเหล่านี้ยังเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญทำให้กองกำลังกะเหรี่ยงทั้ง BGF และ DKBA รวมถึงฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า มีรายได้จากธุรกิจมากมาย ที่สำคัญคือรัฐบาลทหารพม่าไม่สามารถเข้าไปควบคุมดูแลได้
การรื้อท่าข้ามฟากครั้งนี้เป็นที่จับตามองอย่างมาก เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า มีการขนสินค้าจำนวนมากในช่องทางท่าข้ามฟากโดยที่รัฐบาลทหารพม่าไม่มีส่วนได้จากภาษีใดๆ ซึ่งท่าทีของรัฐบาลทหารพม่าสอดคล้องกับกรณีที่ทหารพม่าระเบิดอาคารในเคเค ปาร์ค มาตั้งแต่วันที่ 21-22 ตุลาคมเรื่อยมา เพื่อพยายามสะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังในการปราบปรามสแกมเซ็นเตอร์
วันเดียวกันสำนักข่าวอิรวดีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรผู้นำระดับสูง 4 คนของกองกำลังกะเหรี่ยง DKBA (Democratic Karen Benevolent Army ) ได้แก่ พลเอก ซอ สตี (Saw Stee) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด,พันเอก ซอ เซนวิน (Saw Sein Win) เสนาธิการ พลโท ซอ ซานออง (Saw San Aung) หัวหน้าฝ่ายบัญชาการ และพันโท ไซ่ จ่อหล่า (Sai Kyaw Hla) ผู้บังคับการกองกำลังภาคสนาม
ทั้งนี้สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (Office of Foreign Assets Control – OFAC) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ระบุว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้เกิดจากการที่บุคคลทั้งสี่มีส่วนร่วมกับเครือข่ายอาชญากรรมชาวจีน ดำเนินกิจการ ศูนย์หลอกลวงออนไลน์ (scam centers) และ ค้ามนุษย์ ในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ DKBA
ตามแถลงการณ์ของสหรัฐฯ พันโท ไซ่ จ่อหล่า เป็นผู้ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติการแห่งหนึ่งในพื้นที่ ไท่ชาน ซึ่งอยู่ในเขตอิทธิพลของ DKBA โดยกองกำลัง DKBA ให้การคุ้มกันด้านความมั่นคงแก่ศูนย์ดังกล่าว ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานว่ามีการ กักขัง บังคับใช้แรงงาน และทรมานเหยื่อการค้ามนุษย์ ภายในพื้นที่นั้นด้วย
มาตรการคว่ำบาตรนี้มีผลให้ทรัพย์สินและผลประโยชน์ของบุคคลทั้ง 4 ในเขตอำนาจของสหรัฐฯ ถูกอายัด และห้ามพลเมืองอเมริกันติดต่อหรือทำธุรกรรมใด ๆ ด้วย



