Search

สารหนู-ปรอทแน่นสาละวิน-เกินเกณฑ์ความปลอดภัย-นักวิจัยเชื่อมาจากเหมืองทอง นักสิ่งแวดล้อมเศร้าแม่น้ำสายหลักภูมิภาคปนเปื้อนสารพิษส่งผลกระทบคนนับสิบล้าน สส.ปชน.หวั่นปรอทในเนื้อปลา-จี้รัฐประกาศงดบริโภค

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ผศ.ว่าน วิริยา ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.)เปิดเผยว่า สารโลหะหนักในแม่น้ำสาละวินยังเกินมาตรฐาน ทั้งนี้จากการที่เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม (สคพ.1) สำนักงานสิ่งแวดล้อมเเละควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ ได้เก็บตัวอย่างน้ำสาละวิน และแบ่งตัวอย่างเดียวกันให้ทางศูนย์วิจัยร่วมตรวจโดยการเตรียมตัวอย่างจากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ตรวจจาก Test kit Innovative Instrument Co., Ltd. และตรวจ ICP-OES จาก ห้องแล็บ (Lab Connection) Lab Connection Co., Ltd. ผลตรวจล่าสุดออกมาแล้ว พบว่า มีสารอันตราย 2 ตัว คือ “สารหนู” และ “สารปรอท” ในปริมาณที่ เกินเกณฑ์ความปลอดภัย

ผศ.ว่านกล่าวว่า ผลการตรวจพบสารหนู (Arsenic – As)เกินค่ามาตรฐาน (0.01 ppm) ในเกือบทุกจุดตรวจวัด โดยค่าที่วัดได้อยู่ในช่วง 0.0195 – 0.0321 มก/ล และสารปรอท (Mercury – Hg): พบค่าเกินมาตรฐาน (0.002 มก/ล) ในทุกจุดตรวจวัดโดยค่าที่วัดได้อยู่ในช่วง 0.0026 – 0.0063 มก/ล

“พื้นที่เสี่ยงครอบคลุมแม่น้ำสาละวินที่ไหลผ่านอำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกหลาน ถ้าใครมีอาการผิดปกติทางร่างกาย ให้รีบแจ้ง อสม. หรือไปหาหมอ”ผศ.ว่าน กล่าว

ทั้งนี้ตัวอย่างน้ำที่พบสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานประกอบด้วย 1.บ้านจอท่า ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง พบสารหนู 0.0195 มก/ล สารปรอท 0.0040 มก/ล(ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 0.002มก/ล.)  2.บ้านสบแงะ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง พบสารหนู 0.0201 มก./ล. สารปรอท 0.0037 มก/ล 3.บ้านแม่สะเกิบ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง พบสารหนู 0.0216 มก/ล สารปรอท 0.0035 มก/ล

4.บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง พบสารหนู 0.0263 มก/ล สารปรอท 0.0034 มก/ล 5.รอยต่อพื้นที่สบเมย-แม่สะเรียง พบสารหนู 0.0287 มก/ล สารปรอท0.0043 มก/ล 6.ท่าเรือบ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย พบสารหนู0.0263 มก/ล สารปรอท 0.0026 มก/ล 7.บ้านสมเมย ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย พบสารหนู 0.0210 มก/ล พบสารปรอท 0.0029 มก/ล

ผศ.ว่านกล่าวว่า แหล่งกำเนิดของสารหนูและสารปรอทส่วนใหญ่น่าจะมาจากเหมืองทองเล็กๆ ส่วนใหญ่มาจากสารกัดทอง เข้าใจว่ามีการตรวจปรอทในเมียนมาด้วย

นส.เพียรพร ดีเทศน์ Rivers and Rights และเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา กล่าวว่าเป็นความเศร้าที่สุดที่แม่น้ำสายหลักของภูมิภาคอีกหนึ่งสายกำลังปนเปื้อนสารพิษร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อประชาชนไม่รู้กี่สิบล้านคน ทั้งระบบนิเวศและสุขภาพ ecosystems and public health ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลในภูมิภาคต้องหันกลับมาดูและแก้ไขอย่างจริงจังในทันที เพราะสารพิษแผ่ลามตามลำน้ำสายใหญ่แบบนี้ไม่มีใครอยู่ได้ และไหลออกสู่ทะเลอันดามัน

ขณะที่นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กล่าวว่าผลการตรวจครั้งนี้ แม้ว่าน้ำสาละวินจะผ่านแนวเขตฝั่งไทยเพียงแค่ 127 กม. แต่มีประชาชนคนไทยกว่า 800 ครัวเรือนที่ใช้น้ำสาละวินในการอุปโภคบริโภค และที่สำคัญกว่า 330 ครัวเรือน บริโภคปลาและส่งปลาขายต่อไปยังตลาดในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย ซึ่งในส่วนนี้น่ากังวลใจ เพราะในกรณีสารหนูในน้ำ ตัวปลาสามารถแปรสภาพสารหนูได้แต่กลับกันคือ ปรอท ที่แม้พบในน้ำไม่เยอะ ดั่งกรณีน้ำกกน้ำสาย แต่พอมาอยู่ในตัวปลา ก็จะทำปฏิกิริยาทำให้ค่าปรอทในเนื้อปลาเพิ่มขึ้นกว่าที่พบในน้ำ เพราะฉะนั้น สิ่งที่รัฐต้องเร่งตอนนี้โดยด่วน คือ ประกาศหยุดการบริโภคปลาและหาปลาบริเวณน้ำสาละวิน เพื่อรอผลตรวจปลาออกมาโดยด่วนที่สุด

“ปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดนหนัก และขยายความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แต่รัฐบาลยังคงไม่ทำงานให้สอดคล้องกับความรุนแรงของปัญหา จากปัญหาน้ำกก-สาย-โขงตอนเหนือ ไปยังโขงภาคอีสาน ตอนนี้ชัดเจนอย่างเป็นทางการที่น้ำสาละวินอีก ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาล โดยนายอนุทินและนายสุชาติ ยกระดับการจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง เร่งดำเนินการทั้งสองทาง คือเปิดเจรจาพหุภาคีกับประเทศที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำกกสายรวกโขงและสาละวิน รวมถึงห่วงโซ่ของแร่ นั่นคือ ไทยจีน เมียนมาและลาว วางกรอบ action plan ของแต่ละประเทศให้ชัดเจนและจัดสรรงบกลางให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการปัญหานี้ภายในประเทศ ทั้งหน่วยงานตรวจน้ำ-ปลา ตรวจเกษตร ตรวจดิน อย่าปล่อยให้คนหน้างานทำงานลำพังแบบปัจจุบัน และหน่วยงานที่มีหน้าที่หาแหล่งน้ำใหม่ทดแทนน้ำเดิม รวมถึงการเข้าช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ต้องเสียรายได้จากมลพิษข้ามแดนครั้งนี้ โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยว ปัญหานี้ คนไทยไม่ได้รับประโยชน์ใดๆเลย แต่คนที่ได้รับผลกระทบเต็มๆคือคนไทย ถ้ารัฐบาลใส่ใจกับคุณภาพชีวิตของคนไทยจริงๆ ปัญหานี้ไม่มีทางถูกละเลยมาขนาดนี้”นายภัทรพงษ์ กล่าว

——–