Search

จี้รัฐเร่งทำความเข้าใจกับชุมชนริมแม่น้ำหลัง คพ.-ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ มช.ตรวจพบสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานในน้ำสาละวิน นายก อบต.เผยชาวบ้านยังสับสน-โฆษกสภาคะเรนนีจับมือทีมไทยสำรวจซ้ำ

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมควบคุมมลพิษ(คพ.)และศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตรวจพบสารโลหะหนักเกินมาตรฐานในแม่น้ำสาละวินในทุกจุดตรวจวัดตั้งแต่บริเวณที่ไหลเข้าลัดเลาะชายแดนใน อ.แม่สะเรียง จนถึงจุดที่ไหลออกใน อ.สบเมย ว่าเมื่อวันก่อนเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำและ คพ. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ลงสำรวจพื้นที่ชุมชนต่างๆเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน

นายพงษ์พิพัฒน์กล่าวว่า ทางกรมทรัพยากรน้ำได้สำรวจแหล่งน้ำผิวดินหรือประปาภูเขา และแหล่งต้นน้ำว่ามีเพียงพอทั้งปีหรือไม่ และควรมีการเจาะบาดาลน้ำตื้นเพิ่มเติมอย่างไร โดยได้ระดมทีมช่างในภาคเหนือมาทั้งหมดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแหล่งน้ำ เช่น การใช้โซลาเซลล์สูบน้ำขึ้นที่สูงแล้วกระจายแจกจ่าย ทั้งน้ำเพื่อบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร

“แถวนี้มีน้ำเพียงพอ เพียงแต่ควรสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพ อาจมีการทำฝายขนาดเล็กในบางจุด หรือบางจุดต้องใช้โซลาเซลล์สูบน้ำขึ้นไปที่สูงเพื่อแจกจ่าย ถือว่าเป็นการวางแผนล่วงหน้าท่ามกลางสถานการณ์ที่น้ำสาละวินพบสารปนเปื้อน เป็นการวางแผนล่วงหน้า อย่างน้อยชาวบ้านได้มีน้ำสะอาดใช้ในหน้าแล้ง”นายพงษ์พิพัฒน์ กล่าว

นายก อบต.แม่สามแลบกล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านยังสับสนอยู่กับข้อมูลเพราะไม่รู้ว่าผลการตรวจที่ออกมามีผลอย่างไรกับพวกเขาบ้าง ดังนั้นรัฐบาลควรมาแนะนำแนวทางปฎิบัติในการใช้ชีวิตประจำวันที่เคยผูกโยงอยู่กับแม่น้ำโดยชาวบ้านไม่รู้ว่ายังกินปลา กินผักในสาละวินได้หรือไม่

“รัฐควรบอกให้ชัดเจน ไม่ใช่พูดแบบเข้าใจยาก เช่น มีสารพิษปนอยู่แต่ไม่เกิน ซึ่งชาวบ้านก็ไม่รู้ว่ายังกินใช้อยู่ได้หรือไม่ และชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง สื่อสารเป็นภาษากะเหรี่ยง ดังนั้น รัฐบาลควรหาล่ามหรือเขียนเป็นภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจได้”นายพงษ์พิพัฒน์ กล่าว

นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่าได้มอบหมายให้ น.ส.สุพัดสอน สีมืด ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำที่ 1 ลงพื้นที่สำรวจและจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนใหม่ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของประชาชน เยาวชน และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยประสานงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลการสำรวจเบื้องต้นพบว่า พื้นที่รอบแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำกกสามารถจัดหาแหล่งน้ำสำรองได้หลายจุด เช่น บ้านท่าตาฝั่งและบ้านแม่แวน หมู่ที่ 7 ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งสามารถช่วยเหลือประชาชนได้กว่า 420 คน ขณะที่พื้นที่บ้านวังลาว หมู่ที่ 4ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย สามารถรองรับประชาชนได้มากกว่า 320 ครัวเรือน และสนับสนุนน้ำเพื่อการเกษตรได้กว่า 450 ไร่ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติมเพื่อสร้างระบบกระจายน้ำที่ครอบคลุมและทันต่อสถานการณ์ภายในเวลาอันสั้น

“การจัดการแหล่งน้ำครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความมั่นคงด้านน้ำของพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมรองรับสถานการณ์ปนเปื้อนที่อาจยืดเยื้อ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ปลอดภัยจากสารพิษในระยะยาว โดยกระทรวงทรัพยากรฯ จะเดินหน้าตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างเข้มงวด”อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าว

ขณะที่นายโกบันยา โฆษกสภาบริหารชั่วคราวรัฐคะเรนนี (Interim Executive Council- IEC) กล่าวว่ามีแผน จะตรวจสอบพื้นที่ในแม่น้ำสาละวินบริเวณชายแดน เราต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน เพราะไปคิดเองก็ไม่ได้ โดย IEC จะเรียนรู้การเก็บข้อมูลจากฝ่ายไทยที่มีการประสานความร่วมมือกันไว้แล้ว โดยติดต่อจัดชุดเรียนรู้ร่วมกัน และจะลงพื้นที่เก็บน้ำตรวจสอบร่วมกัน หลังจากนั้นจะมีการออกข่าวเตือนประชาชนผ่านสื่อต่างๆ

ทั้งนี้ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. สำนักข่าว The Reporters และ สำนักข่าวชายขอบ เชิญชวนร่วมฟังเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ “วิกฤตโขง-สาละวินปนเปื้อนด้วยสารพิษ:สถานการณ์ปัจจุบันและทางออก” โดยวิทยากรประกอบด้วย “ครูตี๋”นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ จ.เชียงราย น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ กรรมการบริหาร Rivers and Rights และเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา และศาสตราจารย์กิตติคุณ Philip Hirsh ผู้เชี่ยวชาญลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยซิดนีย์ นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ ดำเนินรายการโดย ฐปณีย์ เอียดศรีไชย โดยสามารถชมสดได้ทาง The Rep0rters