Search

เหยื่อ-สแกมเมืองเมียวดียังหลั่งไหลเข้าไทยไม่หยุด-79 คนถูกปล่อยตัวจากแหล่งอาชญากรรมในการควบคุมของ DKBA ขณะที่ KNU โล่งใจหลังช่วยเหยื่อกว่า 2,600 คนออกมาได้-ประสานประเทศต้นทางมารับ

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจพบพระ อ.พบพระ จ.ตาก เนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ธันวาคม ได้มีเหยื่อชาวต่างชาติจำนวน 79 คนได้รับการปล่อยตัวจากสแกมเซ็นเตอร์ในฝั่งวาเลย์ เขตประเทศพม่าในพื้นที่การควบคุมของกองกำลังกะเหรี่ยง DKBA (Democratic Karen Benevolent Army) โดยทั้งหมดได้เดินทางเข้าไปอยู่ในสวนป่าหมู่บ้านห้วยแล้ง ต.ช่องแคบ อ.พบพระ ซึ่งต่อมาทางผู้ใหญ่บ้านได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนูได้รับทราบ และทั้งหมดถูกนำตัวไปยัง สภ.พบพระ และกองร้อย อส.พบพระ ก่อนที่บางส่วนจะถูกนำตัวไปขึ้นศาลในวันนี้

สำหรับชาวต่างชาติประกอบด้วย ชาวอินโดนีเซีย 3 คน ,ปากีสถาน 3 คน,ศรีลังกา1 คน,อินเดีย1 คน,บังกลาเทศ1 คน,เอธิโอเปีย 27 คน,ไนจีเรีย 24 คน,ยูกันดา 10 คน,แอฟริกาใต้ 2 คน,แทนซาเนีย 1 คน,แคเมอรูน 1 คน,โตโก1 คน,เซียร์ราลีโอน 1 คน,กานา 2 คน,บุรุนดี 1 คน โดยแยกเป็นชาย 62 คนและหญิง 17 คน

เหยื่อชาวต่างชาติหลายคนให้สัมภาษณ์ในทำนองเดียวกันว่า ตนถูกลงโทษ ทรมานร่างกาย จุดบุหรี่จี้เพียงแค่ตนไม่ทำงานแค่ครั้งเดียว แต่เขาก็ทุบตีทำร้ายอย่างรุนแรง จับขัง ช๊อตไฟฟ้า จนร่างกายช้ำไปหมด จนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด

“ ผมถูกบังคับให้ทำงานมา 6 เดือน ถูกกุมขังในแหล่งสแกม เขาบังคับเราอย่างรุนแรง แต่ตอนนี้ผมออกมาได้แล้ว ผมพ้นออกมาได้แล้ว”ชายชาวไนจีเรียพูดและยิ้มด้วยความดีใจ

วันเดียวกันสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU)ได้ออกแถลงการณ์อัปเดตสถานการณ์เกี่ยวกับหลอกลวง ซูนดา ปาร์ค (Shunda Park) พื้นที่มินละปาน (ผาลู)ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ของกองกำลังกะเหรี่ยงDKBA (Democratic Karen Benevolent Army) โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทีมปฏิบัติงานภาคสนามของ KNU ได้ดำเนินการตรวจนับจำนวนคนที่ยืนยันตัวตนภายในคอมพาวด์ พบว่ามีบุคคลเหลืออยู่ทั้งหมด 1,016 คน แบ่งเป็น 942 คน (ชาย 892 / หญิง 50) ที่ระบุอย่างชัดเจนว่า ไม่ประสงค์ออกจากพื้นที่โครงการ ประกอบด้วย คาซัคสถาน 1 (หญิง),อินโดนีเซีย 1 (หญิง),ไต้หวัน/จีน 4 (หญิง),เวียดนาม 4 (หญิง),ลาว 1 (หญิง) ที่เหลือเป็นสัญชาติจีน
ขณะที่อีก 75 คน (ชาย 74 / หญิง 1 + เด็กเล็ก 1 คน) ระบุว่า ต้องการออกจากพื้นที่โครงการ ทีมภาคสนามของ KNU ได้อพยพทั้ง 75 คน ออกจากพื้นที่ไปยังริมแม่น้ำเมย ดังนั้นมีผู้ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่โครงการ คือ 942 คน ซึ่งไม่ประสงค์ออกมา นอกจากนี้อาจยังมีบุคคลจำนวนไม่ทราบแน่ชัดที่ไม่ออกมาลงทะเบียน ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของ KNU

“ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง KNU สามารถอพยพผู้ที่แสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการออกจากคอมพาวด์ได้ 2,640 คน (คิดเป็นประมาณ 74%) จากจำนวนทั้งหมด 3,582 คน KNU ขอขอบคุณความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งตัวชาวต่างชาติจากพื้นที่ไปยังทางการไทยอย่างปลอดภัย และKNU ยังคงประสานงานเชิงรุกกับสถานเอกอัครราชทูตของประเทศต่าง ๆ ที่มีพลเมืองรออยู่ริมแม่น้ำเมย ด้วยสถานการณ์ความมั่นคงที่เลวร้ายลงอย่างรวดเร็วนี้ การรับประกันความปลอดภัยของผู้ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่โครงการอาจเป็นเรื่องยากมากขึ้น KNU อาจจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ภาคสนามและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งเป็นอันดับแรก”แถลงการณ์ ระบุ