
สำนักข่าว Mizzima รายงานเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2568 ว่า พลตรีตะโบงจ่อ เลขาธิการแนวร่วมปลดปล่อยรัฐปะหล่อง/กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง หรือกองทัพปะหล่อง TNLA (Palaung State Liberation Front/Ta’ang National Liberation Army) ออกมายอมรับ ทางกลุ่มจำใจต้องลงนามหยุดยิงกับกองทัพพม่า เนื่องจากทางกลุ่มไม่มีอาวุธและขาดงบประมาณ อีกทั้งกำลังพลลดลง อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ของทางกลุ่มยังไม่จบ
ทั้งนี้ พลตรีตะโบงจ่อ เปิดเผยผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัวเมื่อช่วงค่ำของวันที่ วันที่ 1 ธันวาคม 2568 หลังทางกลุ่มได้ยอมถอนกำลังออกจากเมืองกุดและเมืองมีด และยกทั้งสองเมืองคืนให้กับกองทัพพม่า โดยผู้นำ TNLA รายนี้ โพสต์เป็นบทกวีว่า “เราไม่มีทั้งกระสุน ไม่มีงบประมาณ และมีกำลังพลที่พร้อมเสียสละน้อยลง หลังการเจรจาเรื่องเมืองกุดและเมืองมีด เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยุติการสู้รบ” โดยผู้นำ TNLA ยังระบุว่า ทางกลุ่มนั้นได้สนับสนุนการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ (Spring Revolution)โดยใช้ทรัพยากรที่สร้างขึ้นมานานมากกว่าสิบปี รวมทั้งส่งกำลังพลหลายพันนาย และก่อหนี้หลายพันล้านดอลลาร์เพื่อจัดซื้ออาวุธ
พลตรีตะโบงจ่อยังระบุว่า “เราไม่สามารถตามชาวพม่าได้ทันในสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า ‘วันดีเดย์’ แต่เราพยายามเคลื่อนไหวให้ทันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความจริงแล้ว เมื่อปฏิบัติการ 1027 เริ่มต้นขึ้น วันดีเดย์ก็ไม่เคยมาถึง และสุดท้ายแล้ว เราก็ต้องยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง” เขาเขียนระบุ ขณะที่วันดีเดย์ที่ผู้นำ TNLA อ้างถึงนั้น น่าจะมาจากการเรียกร้องของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือ NUG ที่ประกาศให้มีการลุกฮือทั่วประเทศในเดือนกันยายน 2564 ซึ่งรัฐบาลเรียกปฏิบัติการนั้นว่า “วันดีเดย์”
นอกจากนี้ เขายังได้ตอบกลับถึงผู้ที่กล่าวหาว่ากองทัพปะหล่อง TNLA ทรยศว่า ให้หันกลับไปไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งด้วยจิตวิญญาณแห่งการปฏิวัติ และเผชิญหน้ากับความเป็นจริงด้วยความชัดเจน เกี่ยวกับประเด็นการถอนทหารออกจากเมืองกุดและเมืองมีด เขาได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่เสียสละ โดยกล่าวว่ากองทัพปะหล่อง TNLA หวังที่จะรวมเอาเมืองกุดและเมืองมีดไว้ในรัฐตะอาง แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่า เหมือนโดนตบหน้าขณะกำลังเอื้อมมือไปหยิบขนมที่กินไม่ได้
ผู้นำ TNLA นั้นยังระบุว่า “ตราบใดที่เรายังไม่หมดหวัง ผลลัพธ์ย่อมเกิดขึ้นกับผู้ที่พยายามต่อไป และการปฏิวัติยังไม่สิ้นสุด” เขากล่าว
ทั้งนี้ ในปฏิบัติการ 1027 กองทัพปะหล่อง TNLA สามารถยึดได้ 12 เมือง ซึ่งได้แก่เมืองม่านต้ง เมืองมีด เมืองโหลง เมืองง่อ เมืองหนองเขียว เมืองจ๊อกเม เมืองน้ำสั่น เมืองน้ำตู้ เมืองน้ำคำ เมืองโก้ดข่าย เมืองกุด และเมืองสี่ป้อ อย่างไรก็ตาม การตอบโต้อย่างรุนแรงโดยกองทัพพม่าที่เริ่มต้นในกลางปีนี้ ทำให้กองทัพพม่าสามารถยึดคืนเมืองหนองเขียว เมืองจ๊อกเมและเมืองสี่ป้อคืนจาก TNLA ได้
มีรายงานว่า ในช่วงเวลาที่ TNLA กำลังสูญเสียดินแดนและกองทัพพม่ากำลังรุกคืบเข้าสู่เมืองจ๊อกเมนั้น ทางกองกำลังสหรัฐว้า UWSA (United Wa State Army) ได้จัดการประชุมเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่เมืองปางคำ รัฐฉาน โดยผู้แทนจาก UWSA กองกำลังโกก้าง MNDAA (Myanmar National Democratic Alliance Army) และกองกำลังปะหล่อง TNLA รวมถึงพรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองกำลังรัฐฉานเหนือ SSPP/SSA (Shan State Progress Party/Shan State Army) ได้เข้าร่วมประชุม โดยในที่ประชุมทางว้า UWSA ได้ประกาศว่าจะไม่จัดหาอาวุธ อำนวยความสะดวกเส้นทางการขนส่ง หรือความช่วยเหลือทางการเงินให้กับองค์กรติดอาวุธเหล่านี้อีกต่อไป เนื่องจาก UWSA ถูกกดดันอย่างหนักจากจีนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สื่อพม่าระบุ
ขณะที่สำนักข่าว Irrawaddy รายงานว่า พลเอกมินอ่องหล่าย ผู้นำของกองทัพพม่าได้เป็นประธานในพิธีจบการศึกษาของนักเรียนนายร้อย ในเมืองปวิ่นอูหลิ่น เขตมัณฑะเลย์ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2568 โดยได้กล่าวต่อหน้านักเรียนนายร้อยว่า การต่อสู้ด้วยอาวุธในพม่าที่ดำเนินมากว่า 70 ปี ไม่นำไปสู่การแก้ไขทางการเมืองแต่อย่างใด และการที่ประชาธิปไตยในประเทศถดถอยเป็นผลมาจากการต่อต้านด้วยอาวุธที่ยังดำเนินต่อไป
ผู้นำกองทัพพม่ายังกล่าวโจมตีรัฐบาลเงา NUG และคณะกรรมการผู้แทนสมัชชาแห่งสหภาพ(Committee Representing Pyidaungsu Hluttaw – CRPH ) ว่า ใช้ประชาธิปไตยเป็นฉากบังหน้าและผลักดันให้คนหนุ่มสาวเข้าร่วมกลุ่มติดอาวุธก่อการร้าย และผลที่ตามก็คือ ทำให้ประเทศชาติต้องสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ ทาง NUG และ CRPH จะสูญเสียความชอบธรรมโดยทันที หลังได้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง



