Search

ชาวนากาในอินเดีย-พม่าต้านแผนสร้างรั้วปิดชายแดน เผยแบ่งแยกเผ่าพันธุ์-ทำลายครอบครัว หลายองค์กรร่วมกันจับมือต้าน

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวมิซซิม่า (Mizzima) ได้รายงานว่า สมาคมสตรีนากาตะวันออก (Eastern Naga Women’s Association – ENWA) และสภานากาแห่งสหภาพตังชาง (United Tangshang Naga Council – UTNC) รวมถึงชาวนากาท้องถิ่นได้ร่วมกันคัดค้านแผนการสร้างรั้วปิดกั้นชายแดนพม่า – อินเดีย ในบริเวณจุด 173 (ถนนภูเขาปังซอง) และบริเวณจุด 172 ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองนากา ในเมืองนันยุน ฝั่งพม่า โดยรั้วกั้นชายแดนนี้มีกำหนดการก่อสร้างในปี 2568


“การขีดเส้นแบ่งเขตแดนเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งกำลังแบ่งแยกครอบครัวชาวนากาออกจากกัน ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิของชนพื้นเมือง เราขอประณามการกระทำดังกล่าวอย่างร้ายแรง” สมาคมสตรีนากาตะวันออกกล่าวในแถลงการณ์


สมาคมสตรีนากาตะวันออก ยังระบุว่า อินเดีย ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยขนาดใหญ่ จำเป็นต้องเคารพสิทธิในที่ดินของชนพื้นเมือง ให้เกียรติประเพณีของบรรพบุรุษ และรับฟังเสียงของชุมชนชนพื้นเมืองในภูมิภาค


“โครงการกั้นพรมแดนเป็นสิ่งที่ชาวนากาไม่อาจยอมรับได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เราจะยังคงเรียกร้องให้ยุติโครงการนี้ต่อไป ในระยะสั้น พวกเราชาวนากา กำลังรู้สึกเจ็บปวดจากการที่มีการกั้นรั้วปิดกั้นประวัติศาสตร์ของเรา ที่ดินและครอบครัวของเรา ในระยะยาว เราเกรงว่าครอบครัว ความสัมพันธ์ และอัตลักษณ์ของเราอาจสูญหายไปเนื่องจากการกระทำของประเทศเหล่านี้” ชาวบ้านกล่าว
ชาวนากากล่าวว่า จะยังคงทำทุกวิถีทางเพื่อเรียกร้องให้มีการเคารพขนบธรรมเนียมประเพณีและอัตลักษณ์ของตน ขณะที่การตัดสินใจยุติโครงการสร้างรั้วกั้นดังกล่าวเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอินเดีย


ทางด้านสภานาคาแห่งสหภาพตังชาง (UTNC) ระบุในแถลงการณ์ว่า พื้นที่ปักปันเขตแดนแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวนากาตังชาง และไม่มีหน่วยงานใดสามารถแบ่งแยกหรือทำลายชาวนากาพื้นเมืองในฐานะกลุ่มชาติพันธุ์เดียว ครอบครัวเดียว และประชาชนเดียวได้ และเรียกร้องให้ยุติการสร้างรั้วกั้นชายแดนอินเดีย-พม่าโดยทันที และเรียกร้องให้เคารพและให้คุณค่าต่อการดำรงอยู่ของชาวนากาในทั้งสองประเทศ


นอกจากนี้สภานาคาแห่งสหภาพตังชาง ยังระบุว่ารัฐบาลอินเดียมีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันการกระทำทางการเมืองที่อาจสร้างความแตกแยกให้กับชาวนากาในทั้งสองประเทศ และปกป้องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของพวกเขา หากการกั้นพรมแดนยังคงดำเนินต่อไป รัฐบาลอินเดียจะต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา


ทั้งนี้ โครงการสร้างรั้วกั้นพรมแดนอินเดีย-พม่า ดำเนินการโดยองค์กรถนนชายแดนอินเดีย (Border Roads OrganizationBRO) ซึ่งมีแผนที่จะใช้งบประมาณ 31,000 ล้านรูปี โดยมีกำหนดการก่อสร้างในระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมพื้นที่ภูมิภาคนากาและรัฐชิน ขณะที่อินเดียและพม่ามีพรมแดนร่วมกันยาวกว่า 1,643 กิโลเมตร ติดกับเขตปกครองตนเองนากาในรัฐคะฉิ่นของพม่า รวมถึงเขตสะกายและรัฐชิน


ด้านรัฐบาลกลางอินเดียได้ให้เหตุผลว่า การกั้นรั้วชายแดนเป็นมาตรการป้องกันการค้ายาเสพติด การอพยพ และภัยคุกคามด้านความมั่นคง ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นและกลุ่มภาคประชาสังคมในรัฐนากาแลนด์ (รัฐนาคาแลนด์) และรัฐมิโซรัมได้แสดงความกังวลว่าการกั้นรั้วอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา และวัฒนธรรมของชุมชนของตนในทั้งสองประเทศ อีกด้านหนึ่ง แม้ว่ารัฐบาลรัฐมณีปุระจะอนุมัติการกั้นรั้วแล้ว แต่กลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนกลับคัดค้าน


ด้านรัฐอรุณาจัลประเทศยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งรัฐเหล่านี้เป็นรัฐที่ติดกับประเทศพม่า

On Key

Related Posts