Search

หวั่นกว่า 900 อาชญากรจีนหลุดรอดข้ามมาไทย หลังก่อเหตุเผาตึกสร้างสถานการณ์จลาจล-กองทัพพม่าระดมยิงหนักหวังยึดคืนพื้นที่ริมแม่น้ำเมย KNU ชี้ต้องการทำลายหลักฐานเชื่อมโยงสแกมเซ็นเตอร์

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 14.00 น. เกิดเหตุความไม่สงบและจลาจลขึ้นภายในพื้นที่โครงการ Shunda Park เขตมินลาป่านซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ และบ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังกะเหรี่ยง KNU (Karen National Union) กองพลน้อยที่ 6 เมื่อกลุ่มบุคคลต่างชาติเกือบทั้งหมดเป็นชวจีนแสดงความไม่พอใจและก่อเหตุเผาอาคาร ส่งผลให้มีความเสียหายต่ออาคารอย่างน้อย 1 หลัง ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ได้เกิดการสู้รบระหว่างกองกำลังของ KNU และกองทัพพม่า บริเวณใกล้หมู่บ้านมินลาป่าน ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำเมยทางตอนใต้ของเมืองเมียวดี เนื่องจากทหารพม่าต้องการรุกเข้าพื้นที่ที่ได้สูญเสียไปกลับคืน ในระหว่างนั้น ทหารของกองกำลังกะเหรี่ยง DKBA(Democratic Karen Buddhist Army ) ภายใต้การนำของหน่าย ลวิน ได้ร่วมมือกับทหารพม่าระดมยิงใส่ทหาร KNU แต่ในที่สุด KNU

สามารถบุกเข้ายึดฐานที่มั่นของ DKBA ได้โดยทหาร DKBA กว่า 230 คนยอมมอบตัว และเมื่อทหาร KNU บุกเข้าไปตรวจค้นพบว่าพื้นที่หนี้เป็นแหล่งสแกมซึ่งมีทั้งเหยื่อและอาชญากรข้ามชาติอยู่หลายพันคน โดยแถลงการณ์ล่าสุดของ KNU ระบุว่ามีชาวต่างชาติทั้งหมด 3,582 คน โดย KNU ได้ช่วยเหลือและส่งมาให้ทหารไทยแล้ว 2,665 คน(เหลือ 917 คน) คิดเป็นเกือบ 75% โดยอีก 202 คนยังคงรออยู่ริมแม่น้ำเมย

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงชายแดนกล่าวว่า ชาวต่างชาติ 917 คนที่หลบซ่อนอยู่ในตึกส่วนใหญ่เป็นคนจีนและยืนยันไม่ยอมกลับประเทศ คาดว่าคนกลุ่มนี้เป็นอาชญากรระดับหัวหน้า โดยทั้งหมดมีอาวุธครบมือพร้อมที่จะยิงต่อสู้ทำให้ KNU ไม่กล้าบุกเข้าไป แต่ได้ประสานไปยังทางการจีนเพื่อให้มารับตัวคนเหล่านี้ แต่ทางการจีนเพียงแค่แจ้งว่าขออย่าให้ทำร้ายคนจีน ขณะที่กองทัพพม่าได้ระดมยิงเข้าใส่ทหารของ KNU อย่างต่อเนื่อง แต่ละเว้นพิกัดที่คนจีนกลุ่มนี้หลบอยู่

“ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างสับสนเพราะคนจีนในตึกได้ก่อจลาจลโดยจุดไฟเผาอาคาร ซึ่งเป็นการก่อเหตุเป็นครั้งที่ 2 ยังไม่ชัดเจนว่าอาชญกรกว่า 900 คนหนีรอดออกไปหรือไม่ แต่บริเวณโดยรอบยังมีกองกำลังของ KNU ปฎิบัติการอยู่ ก่อนหน้านี้ KNUพยายามขอให้ทางการจีนเข้ามาบุกจับเอาตัวคนเหล่านี้ แต่ทางการจีนไม่ดำเนินการใดๆ ทาง KNU ก็ไม่กล้าบุกเข้าไปเพราะเชื่อว่าหากบุกเข้าไปต้องมีการต่อสู้และเสียชีวิต”แหล่งข่าว กล่าว

ด้านพะโด่ซอตอนี โฆษก KNU ให้สัมภาษณ์ก่อนเกิดเหตุจลาจล ว่าการตอบสนองความร่วมมือจากนานาชาติ และการจะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ช้ามากๆ และสถานการณ์ในฝั่งเราก็มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เผด็จการทหารพม่าต้องการทำลายภารกิจของKNU แต่KNUก็ได้พยายามทำอย่างสุดความสามารถ แต่ช่วงเวลาของสถานการณ์นั้นไม่รอเรา

พะโด่ซอตอนีกล่าวว่า การเข้าไปดำเนินภารกิจของ KNU มีข้อจำกัดในศักยภาพการปฏิบัติการ โดยเฉพาะ การดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำผิดที่ต้องอาศัยกฎหมายระหว่างประเทศ ความท้าทายคือ กลุ่มคนที่ไม่ประสงค์จะกลับประเทศต้นทาง และเกินศักยภาพที่KNUจะดำเนินการต่อได้ เนื่องจากเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรายังไม่เคยมีประสบการณ์ในการดำเนินการจึงพยายามที่จะประสานความร่วมมือ และเชิญให้นานาชาติเข้ามาร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้ แต่พบว่าการตอบสนองจากนานาชาติช้ามากและเราไม่สามารถรอเวลาได้แล้วสถานการณ์จึงเป็นแบบนี้

“สิ่งที่ปรากฏชัดคือเผด็จการทหารพม่าเกี่ยวข้องกับการกระทำการหลอกลวงอย่างชัดเจน มากกว่านั้น พวกเขายังได้ทำลายหลักฐานที่จะใช้ในการเอาผิดกับเหล่าผู้กระทำผิด พวกเขาต้องการทำลายหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงต่างๆกับพวกเขา โดยเฉพาะ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกต่างๆ พวกเขา (กองทัพพม่า) ต้องการเข้ามายึดพื้นที่ที่เราทำปฏิบัติการอยู่ เพื่อจะได้เข้ามาควบคุมพื้นที่และทำลายหลักฐาน”โฆษก KNU กล่าว

พะโด่ซอตอนีกล่าวว่า KNUต้องการที่จะปราบปรามสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อญาติพี่น้องและ ประเทศเพื่อนบ้านเพราะคนเหล่านี้ไม่ได้หลอกลวงแค่คนท้องถิ่น แต่หลอกลวงผู้คนทั่วโลก สิ่งต่างๆที่ KNUพยายามทำอยู่นี้แตกต่างจากสิ่งที่กองทัพพม่าทำ

“การยิงกระสุนปืนใหญ่ที่ตกเข้ามายังฝั่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับเราแล้วเป็นที่ชัดเจน กระสุนปืนใหญ่ที่ทหารพม่ายิง เขาพยายามผลักว่าเป็นกระสุนที่ยิงออกจากฝั่ง ทหาร KNU เพื่อให้ประชาชนไทยเข้าใจพวกเราชาวกะเหรี่ยงผิด นี่เป็นเรื่องสกปรกที่กองทัพเผด็จการทหารพม่าได้ทำลงไป ทำร้ายประชาชน และกระทำต่อพวกเรา เราจึงหวังว่า กองทัพไทย รัฐบาลไทย และประชาชนไทย จะเข้าใจสถานการณ์และความท้าทายที่พวกเรากำลังประสบอยู่ เราเชื่อว่า ทุกคนได้เห็นสิ่งสกปรกที่กองทัพเผด็จการทหารพม่าทำแล้ว”โฆษก KNU กล่าว

On Key

Related Posts