Search

พลเมืองในหลายพื้นที่เคลื่อนไหวต่อต้านการเลือกตั้งของทหารพม่า-หวั่นสร้างความชอบธรรมให้กองทัพ ขณะที่ชาวพม่าในต่างแดนใช้สิทธิ์น้อยมาก

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568ว่า ประชาชนในเมืองผากั้น รัฐคะฉิ่น รัฐตอนบนสุดของประเทศได้ประท้วงการเลือกตั้งที่กองทัพพม่าจะจัดขึ้นในปลายเดือนธันวาคมนี้ โดยกลุ่มผู้ประท้วงยังได้เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองทั้งหมด ซึ่งรวมถึงนางอองซาน ซูจี และอดีตประธานาธิบดีอูวินมิ้น นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้นานาชาติต่อต้านการเลือกตั้งของกองทัพพม่า และสนับสนุนให้มีการปล่อยตัวผู้ที่ถูกรัฐบาลทหารพม่าควบคุมตัวอย่างไม่เป็นธรรมด้วย โดยประชาชนในเมืองผากั้น ได้ถือป้ายที่มีข้อความว่า “ปฏิเสธการเลือกตั้งที่คดโกงเอาเสียงปรารถนาของประชาชน”

ขณะที่สำนักข่าว SHAN สื่อของชาวไทใหญ่รายงานว่า ได้เกิดการคัดค้านการเลือกตั้งในเขตสกายเช่นกัน โดยประชาชนได้ออกมาเดินประท้วง ซึ่งมีข้อความบนป้ายผ้าระบุว่า “อย่าเอาสิทธิ์เสียงของเราไปสนับสนุนให้กองทัพพม่าเข่นฆ่าประชาชนได้อย่างถูกกฎหมาย” นอกจากนี้ชาวบ้านในเขตสกายก็ได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองเช่นเดียวกัน

สำนักข่าวไทใหญ่ยังรายงานอีกว่า ที่เมืองลอยก่อ เมืองหลวงของรัฐคะเรนนีนั้น ทางการพม่าได้ข่มขู่ชาวบ้านว่า หากไม่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจะไม่รับผิดชอบรักษาความปลอดภัย โดยในเมืองหลอยก่อนั้น มีการเก็บข้อมูลของชาวบ้านในพื้นที่ตั้งแต่เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาทำให้ทางการมีข้อมูลของประชาชน และสามารถรู้ว่าประชาชนคนไหนที่ไม่ไปเลือกตั้ง ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า เป็นสถานการณ์ที่รู้สึกว่าไม่ปลอดภัยเพราะทางการสามารถเอาผิดหรือตั้งข้อหาต่างๆกับคนที่ไม่ไปเลือกตั้งได้

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานว่า การใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศต่างๆ พบว่ามีพลเมืองของพม่าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยมาก โดยมีหลายหน่วยเลือกตั้งแทบไม่มีผู้มาใช้สิทธิ์เลย โดยรัฐบาลทหารพม่าระบุว่า ได้มีการตั้งหีบลงคะแนนไว้ตามสถานทูต สถานกงสุล และสำนักงานผู้แทนถาวรจำนวน 50 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา และ 41 แห่งได้ดำเนินการลงคะแนนล่วงหน้าเสร็จสิ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม โดยไม่ได้ระบุจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์อย่างชัดเจน

สื่อพม่ารายงานว่า ในประเทศไทยซึ่งมีพลเมืองชาวพม่าอาศัยอยู่มากกว่า 4.1 ล้านคน แต่นักเคลื่อนไหวเพื่อแรงงานกลับระบุว่า มีชาวพม่าเข้าร่วมเลือกตั้งล่วงหน้าเพียงไม่กี่คนเท่านั้น เพราะสิ่งที่กองทัพพม่าทำ ทำให้เราต้องถูกบังคับให้มาอยู่ที่นี่ ตอนนี้พวกเขา (กองทัพ) ยังอยากให้เราลงคะแนนให้พวกเขา ทำไมเราต้องทำด้วย

แรงงานข้ามชาติคนหนึ่งกล่าว นักเคลื่อนไหวเพื่อแรงงานยังระบุว่า การเลือกต้องล่วงหน้าปี 2568 นั้นต่างจากการเลือกตั้งปี 2563 ที่แรงงานจากพม่าต่างกระตือรือร้นที่จะขอความช่วยเหลือในการลงทะเบียน

นายอ่องจ่อ นักเคลื่อนไหวด้านแรงงานกล่าวว่า ครั้งนี้ไม่มีใครขอความช่วยเหลือเลย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการคว่ำบาตรการเลือกตั้งของทหารพม่าอย่างกว้างขวาง

ขณะที่ในเกาหลีใต้ ซึ่งมีพลเมืองพม่าอาศัยอยู่กว่า 60,000 คน และรัฐบาลทหารพม่าได้เปิดหน่วยเลือกตั้งที่สถานทูตในกรุงโซล เดิมทีการลงคะแนนล่วงหน้ากำหนดไว้ในวันที่ 6-7 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่เนื่องจากมีผู้มาใช้สิทธิ์น้อยกว่า 25 คน เจ้าหน้าที่สถานทูตจึงขยายเวลาออกไปอีก จนถึงวันที่ 12 ธันวาคม ทางด้านกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าได้ทำการประท้วงหน้าสถานทูตพม่าในเกาหลีใต้ โดยผู้ประท้วงคนหนึ่งกล่าวว่า “ทุกคะแนนเสียงที่ลงให้รัฐบาลทหารพม่า คือกระสุนและระเบิดอีกนัดที่ยิงใส่ประชาชนของเรา”

ขณะที่ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2563 มีผู้มาลงทะเบียนเพื่อมาเลือกตั้งล่วงหน้าในเกาหลีใต้มากกว่า 10,000 คน แม้จะมีสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ก็ตาม โดยพลเมืองชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ มาเลเซียและญี่ปุ่น ต่างก็ไม่ให้ความสนใจในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ และพบว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์น้อยมาก

ชาวพม่าคนหนึ่งในสิงคโปร์กล่าวว่า “เราจำได้ว่ากองทัพปราบปรามผู้ประท้วงอย่างสันติอย่างไร ทำไมต้องเสียเวลาทำให้การเลือกตั้งปลอมๆนี้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าพวกเขาชนะการเลือกตั้งไม่ได้ ยังไงเสีย พวกเขาก็จะขโมยคะแนนเสียงไปอยู่ดี”

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานด้วยว่า สถานทูตพม่าบางแห่งได้โพสต์ภาพการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าบนเฟสบุ๊ก แต่ไม่มีการเปิดเผยจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ที่แท้จริง

นายอ่องจ่อ กล่าวว่า โพสต์เหล่านั้นว่าเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อ “ไม่มีใครมา พวกเขารู้สึกอับอายจึงขยายเวลาออกไป แต่คนก็ไม่ไปลงคะแนนอยู่ดี”

ทั้งนี้จากการสำรวจประชากรในปี 2567 ของรัฐบาลทหารพม่า พบว่ามีพลเมืองพม่ามากกว่า 1.12 ล้านคนอาศัยอยู่ต่างประเทศ โดย 69 เปอร์เซ็นต์อยู่ในประเทศไทย แต่การสำรวจประชากรดังล่าว ไม่ได้ครอบคลุมถึงประชากรอีกประมาณ 19.2 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในเขตความขัดแย้งหลายแห่งของพม่า ดังนั้นจำนวนที่แท้จริงของคนที่อาศัยอยู่ต่างประเทศในปัจจุบันจึงน่าจะสูงกว่าที่ทางการพม่าออกมาเปิดเผย ขณะที่รัฐบาลทหารพม่าวางแผนจัดการเลือกตั้งเป็นสามช่วง คือวันที่ 28 ธันวาคม 2568 และในวันที่ 11 มกราคม และ 25 มกราคม 2569 โดยการเลือกตั้งจะจัดขึ้นใน 274 เมืองจากทั้งหมด 330 เมืองของพม่าเท่านั้น