Search

รพ.ศูนย์การแพทย์ มฟล. ใช้การแพทย์เป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพเพื่อนบ้าน-ส่งเสริมการเข้าถึงผู้ป่วยเปราะบางหลากหลาย

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ณ ห้องประชุมประจวบ ภิรมย์ภักดี ชั้น 6 โรงพยาบาล(รพ.)ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้มีการจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ และแถลงผลการดำเนินงานและทิศทางในอนาคต โดย ผศ.ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า รพ.ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก่อกำเนิดขึ้นจากงบประมาณแผ่นดินและการบริจาคของประชาชนรวมกว่า 4,000 ล้านบาท จึงไม่ใช่เพียงสถานพยาบาลของมหาวิทยาลัย แต่คือโรงพยาบาลของประชาชน อย่างแท้จริง เริ่มต้นจากจังหวัดเชียงราย ขยายสู่ภาคเหนือตอนบน และเชื่อมโยงไปยังอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

“เชียงรายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดน เราจึงมองบทบาทของการแพทย์ให้ไกลกว่าแค่การรักษาโรค แต่เราใช้การศึกษาควบคู่กับสาธารณสุขเป็นเครื่องมือในการสร้างมิตรภาพและความเป็นอยู่ที่ดีร่วมกัน เมื่อเราหยิบยื่นโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพให้กับเพื่อนบ้าน โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติหรือฐานะ เรากำลังสร้างความไว้วางใจ ซึ่งเป็นรากฐานของสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในภูมิภาค” ผศ.ดร.มัชฌิมา กล่าว

พญ.พิตะวัน ราชตา รักษาการแทนรองผู้อำนวยกลุ่มงานการแพทย์ กล่าวว่า การมุ่งเป็น Medical Hub โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มฟล. เร่งเครื่องยกระดับคุณภาพการรักษาลดความเหลื่อมล้ำและลดความแออัดจากการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัดเชียงราย คือ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยโรงพยาบาลศูนย์ฯ มีความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยหนักและซับซ้อน เทียบเท่าโรงพยาบาลระดับโรงเรียนแพทย์ชั้นนำ

“เราได้เปิดศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์และคลินิกเฉพาะทาง ที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพคนในพื้นที่อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็น แผนกจิตเวช, จักษุวิทยา และศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงไม่ต้องเดินทางไกลและลดระยะเวลาการรอคอยการรักษาได้อย่างมีนัยสำคัญ”พญ.พิตะวัน กล่าว

พญ.พิตะวันกล่าวว่า ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้นำเครื่องมือระดับโลกเข้ามาให้บริการ อาทิ ศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy – HBOT) ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการรักษาแผลเรื้อรังจากเบาหวาน แผลติดเชื้อในกระแสเลือด และภาวะเส้นเลือดตาตีบ การมีเครื่อง HBOT ในพื้นที่ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือดให้ผู้ป่วยวิกฤตได้ทันท่วงที ซึ่งในอดีตผู้ป่วยต้องถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการนำนวัตกรรม “พลาสมาเย็น” (Low Temperature Atmospheric Plasma) มาใช้ในการดูแลแผลยากและแผลเรื้อรัง ช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้แผลกดทับและแผลเบาหวานหายเร็วขึ้นอย่างชัดเจน ช่วยคืนคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยสูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง

รักษาการแทนรองผู้อำนวยกลุ่มงานการแพทย์ กล่าวว่าในด้านศัลยกรรมมีความเชี่ยวชาญด้าน จุลศัลยกรรม (Microsurgery) ขั้นสูง โดยใช้กล้องขยายกำลังสูงถึง 40 เท่า ในการผ่าตัดต่อหลอดน้ำเหลืองที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผม เพื่อรักษาภาวะหลอดน้ำเหลืองอุดตัน ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยและรักษายาก รวมถึงการนำเทคโนโลยีอัลตราซาวด์นำวิถีมาใช้ระบุจุดผ่าตัด ทำให้การรักษามีความแม่นยำสูง ลดความเสี่ยง และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

พญ.พิตะวันกล่าวว่าได้มีการทำงานร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในการ ตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์สถานะบุคคล ให้แก่กลุ่มคนไร้สัญชาติ จำนวน 23 ราย เพื่อให้พวกเขาได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน และการลงพื้นที่ตรวจคัดกรองสุขภาพและฉีดวัคซีนให้แก่เด็กกลุ่มเปราะบางกว่า 800 ราย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาพให้แก่เยาวชนที่จะเป็นอนาคตของชาติ

ขณะที่ พทป.พัชรพรรณ แสงอินทร์ รักษาการสำนักวิชาการแพทย์บูรณาการ กล่าวว่า ทาง มฟล. มี ศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจร (Wellness Center) เน้นแนวคิด 3Ps: Promotion (ส่งเสริม), Prevention (ป้องกัน), Prediction (คาดการณ์) โดยบูรณาการศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบัน เข้ากับ แพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีน

“แพทย์แผนไทย เน้นการปรับสมดุลธาตุเจ้าเรือน (ดิน น้ำ ลม ไฟ) การนวดรักษา การกักน้ำมันรักษาอาการปวด การเป่าเส้น และการเผายา ส่วนแพทย์แผนจีน เน้นหลักหยิน-หยาง และธาตุทั้ง 5 ปรับสมดุลลมปราณ (ชี่) ด้วยการจับชีพจร ฝังเข็ม และยาจีนตำรับเฉพาะที่บรรจุพร้อมดื่ม แนวทางบูรณาการนี้ตอบโจทย์ผู้รักสุขภาพที่ต้องการดูแลร่างกายแบบองค์รวม ทั้งการชะลอวัยและการฟื้นฟูสภาพ”พทป.พัชรพรรณ กล่าว