Search

KNU ประกาศปิดแหล่งสแกม “Shunda Park”หลังเคลียร์คนต่างชาติหมด-วางแผนใช้เป็นสถาบันการศึกษาขณะที่สแกมจีนหลายพันหลั่งไหลถึงพญาตองซูแล้ว-เตรียมปักหลักทำกิจการต้มตุ๋นต่อไป

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(Karen National Union-KNU) ได้ออกแถลงการณ์ถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่แหล่งอาชญากรรมออนไลน์ Shunda Park และบริเวณโดยรอบพื้นที่มินละป่าน ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ และบ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จังหวัดตาก ว่ายังคงอยู่ในภาวะเลวร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยภายหลังจากที่ KNU ประกาศแจ้งเตือนฉุกเฉินต่อสาธารณชน เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม เกี่ยวกับความเลวร้ายอย่างยิ่งในพื้นที่ Shunda Park และบริเวณมินละป่าน จนถึงปัจจุบัน สถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายและยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยกองทัพพม่าได้เปิดปฏิบัติการทางทหารโดยใช้กำลังปฏิบัติการจำนวน 3 ชุด เข้าดำเนินการโจมตีฐานที่ตั้งของกองกำลังซึ่งทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ พร้อมทั้งยิงโจมตีพื้นที่ Shunda Park และค่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (IDPs) อย่างต่อเนื่องในทุกวัน ด้วยอาวุธหนักและอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)

แถลงการณ์ของ KNU ระบุว่า นอกจากนี้ ยังมีกระสุนปืนใหญ่จำนวนหนึ่งตกและระเบิดในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่หาดทรายริมแม่น้ำเมย ซึ่งเป็นจุดที่ชาวต่างชาติจาก Shunda Park กำลังรอการส่งกลับประเทศ ส่งผลให้สถานการณ์ด้านความปลอดภัยมีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่ง ขณะเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม เป็นต้นมา ผู้ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่บางส่วนได้ก่อเหตุเผาผ้าห่มและที่นอน ทั้งภายในและภายนอกอาคาร รวมถึงนำขยะจากภายในพื้นที่ไปกองเผาใกล้อาคาร ตลอดจนเผาโกดังเก็บสินค้า อาคารพาณิชย์ และร้านขายของชำ เพื่อจงใจสร้างความวุ่นวายและความไม่สงบในพื้นที่

แถลงการณ์ระบุว่า จากสถานการณ์ความไม่มั่นคงดังกล่าว ส่งผลให้หน่วยงานภาคสนามของ KNU ประสบความยากลำบากอย่างยิ่งในการรวบรวมข้อมูลจำนวนแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งมีการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อย่างไรก็ตามขณะนี้ แรงงานที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ได้ออกจากพื้นที่ Shunda Park และบริเวณหาดทรายริมแม่น้ำเมยทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้การเคลื่อนย้ายและส่งกลับชาวต่างชาติ ชาวต่างชาติจำนวน 177 คน ซึ่งรอการเดินทางกลับประเทศบริเวณหาดทรายริมแม่น้ำเมยตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน ในจำนวนนี้เป็นชาวมาเลเซีย 31 คน และชาวรัสเซีย 1 คน ได้รับการประสานงานกับทางการประเทศต้นทาง และถูกส่งมอบเข้าสู่ฝั่งประเทศไทยอย่างปลอดภัย เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม อย่างไรก็ตาม ชาวต่างชาติอีกจำนวนมากยังคงต้องรออยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นระยะเวลานานเกือบ 10 วันแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบที่ทวีความรุนแรงและมีความเสี่ยงสูง

“ส่งผลให้ในแต่ละวันมีผู้ตัดสินใจเสี่ยงชีวิตว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเมยอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลที่หน่วยภาคสนามของ KNU รวบรวมได้ ระหว่างวันที่ 10–14 ธันวาคม 2025 มีชาวต่างชาติว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเมยไปยังอีกฝั่งประมาณ 160–250 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และยังมีชาวอินเดีย เนปาล ไต้หวัน (จีน) ปากีสถาน เวียดนาม และเอธิโอเปีย รวมอยู่ด้วย ในจำนวนดังกล่าว มีทั้งแรงงานที่เคยสมัครใจทำงานใน Shunda Park แต่เปลี่ยนใจในภายหลัง และได้มาลงทะเบียนกับหน่วยภาคสนามของ KNU เพื่อขอเดินทางกลับประเทศของตนผ่านประเทศไทย ตลอดจนผู้ที่อาศัยความวุ่นวายและสถานการณ์ที่เลวร้าย หลบหนีออกจากพื้นที่ด้วยตนเอง”แถลงการณ์ระบุ

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า กองทัพปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยง(Karen National Liberation Army– KNLA) ได้ผ่อนคลายมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ Shunda Park เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บหรือการสูญเสียโดยไม่จำเป็น ดโยอนุญาตให้ผู้ที่ประสงค์จะออกจากพื้นที่โดยสมัครใจสามารถเดินทางออกได้ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ชาวต่างชาติทั้งหมดที่รออยู่บริเวณหาดทรายริมแม่น้ำเมยได้ออกจากพื้นที่แล้ว และภายใน Shunda Park ไม่เหลือแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์อยู่อีกต่อไป ส่งผลให้ KNU ยุติการจัดหาอาหาร และรื้อถอนเต็นท์พักชั่วคราวเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม

แถลงการณ์ของ KNU ระบุว่า การปิดพื้นที่ Shunda Park และการดำเนินการต่อไป นับตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน KNU ได้เริ่มปฏิบัติการกวาดล้างพื้นที่แหล่งอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ Shunda Park และภายในระยะเวลากว่า 3 สัปดาห์ สามารถดำเนินการให้ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ รวมถึงแรงงานที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ ออกจากพื้นที่ได้ทั้งหมด และสามารถยุติขบวนการอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ข้ามชาติที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายปีได้สำเร็จ KNU ได้ตรวจยึดพยานหลักฐานทางเทคโนโลยีจำนวนมาก อาทิ คอมพิวเตอร์โทรศัพท์มือถือ โดยได้ส่งมอบบางส่วนให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการปราบปรามอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์แล้ว พร้อมทั้งได้จัดทำบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่ในพื้นที่ ได้แก่ อาคาร ยานพาหนะ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เป็นที่เรียบร้อย

“ด้วยเหตุนี้ KNU จึงขอประกาศสั่งปิดพื้นที่ Shunda Park ในมินละป่าน ตามระบบยุติธรรมของกอทูเล โดยพื้นที่ดังกล่าวได้ปลอดจากอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์และแรงงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อป้องกันมิให้พื้นที่ดังกล่าวถูกนำไปใช้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ภายหลังการปิดพื้นที่ พื้นที่ดังกล่าวจะต้องถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะเท่านั้น โดยการดำเนินการใด ๆ จะต้องผ่านการปรึกษาหารือกับประชาชนและผู้นำท้องถิ่นอย่างเปิดเผย โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ และเมื่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงและการเมืองมีเสถียรภาพ พื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาเป็นสถาบันการศึกษาระดับสูงที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ เศรษฐกิจ การค้า กฎหมาย อาชญากรรม ความมั่นคง และยุทธศาสตร์”แถลงการณ์ระบุ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม สำนักข่าว Khit Thit Media สื่อท้องถิ่นในประเทศพม่ารายงานว่า ในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง อำเภอจ่าอินเซะจี เขตเมืองเจดีย์สามองค์(พญาตองซู) ขณะนี้มีชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ จากฝั่งเมืองเมียวดี ได้โยกย้ายมายังพื้นที่เมืองเจดีย์สามองค์ ผ่านเครือข่ายการขนส่งและการประสานงานของกองกำลังกะเหรี่ยง DKBA(Democratic Karen Benevolent Army) โดยชาวจีนเหล่านี้มาจากพื้นที่ KK Park, ชเวโก๊กโก่ และเขตตัวเมืองเมียวดี ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อชาวจีน 1 คน มีราคาสูงถึงประมาณ 55,000 บาทไทย

“ชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับสแกมจากฝั่งเมียวดีพากันหลบหนีมา การหลบหนีนี้เป็นการลำเลียงร่วมกันระหว่างกองทัพพม่าและ DKBA หากประเมินคร่าว ๆ น่าจะมีชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับสแกมประมาณ 4,000 คน ขณะนี้ถูกกระจายให้อยู่ตามสำนักงานยุทธการค่ายน้ำตก (ค่ายเยตะโก่ง) ของ พ.อ.เอวัน ผู้นำ DKBA และค่ายต่าง ๆ อีก 9 แห่ง”สำนักข่าว Khit Thit Media อ้างคำพูดของแหล่งข่าว

นอกจากนี้กลุ่มลูกน้องของ พ.อ.เอวันที่นำโดย ‘เนละ’ ยังได้นำชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับสแกมเข้ามาเพิ่มอีกประมาณ 1,000 คน” โดยในบางพื้นที่ภายในตัวเมืองเจดีย์สามองค์ (พญาตองซู) ชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ได้เช่าอาคารและที่ดิน เพื่อเปิดดำเนินกิจกรรมหลอกลวงออนไลน์อีกครั้ง ขณะเดียวกัน การหลั่งไหลเข้ามาของชาวจีนกลุ่มดังกล่าวยังได้รับการอำนวยความสะดวกจากกองกำลังในพื้นที่ โดยมีการเรียกเก็บค่าด่าน ค่าผ่านทาง ค่าคุ้มครอง รวมถึงการเปิดเส้นทางลำเลียงสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิงและเสบียงอาหาร เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายและการตั้งถิ่นฐานของชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์เหล่านี้