Search

ชาวบ้านต้านอีก สร้างเขื่อนมิตส่งกั้นอิรวดี-เผยรัฐบาลทหารพม่าเอาใจจีน ปัดฝุ่น-ปลุกผีโครงการยักษ์

สำนักข่าวอิรวดี รายฃานเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ว่า องค์กรเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independence Organization – KIO) ซึ่งเป็นองค์กรการเมืองของกองกำลังเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independence Army – KIA) ได้ออกมาแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยถึงความพยายามของกองทัพพม่าที่ต้องการกลับมาดำเนินการโครงการเขื่อนมิตส่ง บนแม่น้ำอิรวดีอีกครั้ง ซึ่งโครงการนี้ถูกระงับมาเป็นระยะเวลานานแล้ว พันเอกนอว์บู โฆษก KIA ระบุว่า การกลับมาดำเนินการโครงการเขื่อนนี้ซึ่งยังคงเป็นข้อถกเถียง จะต้องดำเนินการตามเจตจำนงของประชาชนเท่านั้น อีกทั้งกระแสต่อต้านและความขัดแย้งในรัฐคะฉิ่นนั้นยังรุนแรง

โฆษกคะฉิ่นกล่าวว่า กระแสต่อต้านเขื่อนมิตส่งจากประชาชนยังคงมีอยู่มาก “เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนกังวลอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้มีการต่อต้านอย่างรุนแรง และความรู้สึกของประชาชนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของจุดยืนของ KIO” เขากล่าว

การแสดงความคิดเห็นของโฆษก KIO เกิดขึ้นหลังจากที่พลเอกโซวิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพพม่า ได้เดินทางเยือนเมืองมิตจีนา เมืองหลวงของรัฐคะฉิ่น เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา และกล่าวกับชาวเมืองมิตจีนาว่ารัฐบาลทหารพม่ามีความคิดที่จะทบทวนและดำเนินการโครงการเขื่อนมิตส่งอีกครั้ง ซึ่งโครงการนี้เคยเริ่มต้นในสมัยที่ตัวเขาเองยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองทัพภาคเหนือ

สื่อพม่ารายงานว่า รัฐบาลทหารชุดปัจจุบันได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่เพื่อประเมินโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแม่น้ำอิระวดี และกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับ SPIC Yunnan International Power Investment (SPICYN) ซึ่งเดิมคือ China Power Investment (CPI) ผู้พัฒนาโครงการเดิม แหล่งข่าวในท้องถิ่นระบุว่า ทีมงานชาวจีนได้กลับมาทำการประเมินทางเทคนิคและกิจกรรมประชาสัมพันธ์อีกครั้งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นการก่อสร้าง

ขณะที่ชาวบ้านในเมืองมิตจีนาและพื้นที่โดยรอบกล่าวว่า การผลักดันโครงการครั้งใหม่นี้ ทำให้เกิดความหวาดกลัวต่อความขัดแย้งและการพลัดถิ่นที่มากขึ้น “ถ้าพวกเขาเริ่มโครงการใหม่ การต่อสู้ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น” หญิงชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว “พวกเราต้องทนทุกข์ทรมานมานานกว่า 10 ปีแล้วนับตั้งแต่การอพยพครั้งแรก นี่จะทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก” ชาวบ้านกล่าว

ในปี 2552 มีประชาชนมากกว่า 15,000 คนถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานภายในเวลาเพียงสองเดือนเศษระหว่างการก่อสร้างเขื่อนชิปเว ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเขื่อนในรัฐคะฉิ่น ขณะที่ปัจจุบัน กองกำลังเอกราชคะฉิ่น KIA สามารถควบคุม 13 เมืองในรัฐคะฉิ่น รวมถึงพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำอิระวดีในเมืองปูเต่าโอ่ ขณะที่การโจมตีทางอากาศของกองทัพทหารพม่ายังคงทำให้พลเรือนต้องพลัดถิ่นทั่วทั้งรัฐ

มีรายงานว่า พลเอกมินอองหล่าย ได้ให้คำมั่นสัญญาหลายครั้งที่จะผลักดันโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนจากจีน รวมถึงโครงการเขื่อนมิตส่ง ท่าเรือน้ำลึกเจ้าก์ผิ่วในรัฐอาระกัน และทางรถไฟสายมัณฑะเลย์-เมืองหมู่เจ้ ทางเหนือรัฐฉานติดชายแดนจีน ในระหว่างการประชุมกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนคนอื่นๆ โดยยังมีรายงานว่า การผลักดันโครงการเขื่อนครั้งใหม่นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของกองทัพพม่าที่จะโน้มน้าวให้รัฐบาลปักกิ่งเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยเพื่อหยุดยิงกับกลุ่ม KIA อีกด้วย

โดยเขื่อนมิตส่ง เคยเปิดตัวในปี 2552 ในสมัยรัฐบาลทหารก่อนหน้านี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนจากจีน ทั้งนี้ เขื่อนผลิตไฟฟ้ามิตส่งเป็น 1 ใน 6 โครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่รัฐบาลทหารพม่ามีแผนจะสร้างขึ้นตามแนวแม่น้ำมะลิขะและแม่น้ำเมขะ ทางตอนเหนือของรัฐคะฉิ่น ซึ่งแม่น้ำสองสายนี้ไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำอิรวดี ขณะที่ พื้นที่ก่อสร้างเขื่อนมิตส่งจะอยู่บริเวณต้นนำอิรวดี ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำมาลิขะและแม่น้ำเมขะไหลมาบรรจบกัน

โครงการเขื่อนมิตส่งถูกยกเลิกไปในปี 2554 ในยุครัฐบาลเต็งเส่ง หลังถูกต่อต้านอย่างหนักจากภาคประชาชนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว และการพลัดถิ่นของประชาชนหลายพันคน เขื่อนมิตส่งเป็นเขื่อนที่มีกำลังผลิต 6,000 เมกะวัตต์ และไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่ผลิตได้จะถูกส่งออกไปยังประเทศจีน

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวและนักสิ่งแวดล้อมได้ออกมาเตือนว่า พื้นที่ก่อสร้างเขื่อนมิตส่งนั้นอยู่ในเขตเสี่ยงแผ่นดินไหวสูง ห่างจากรอยเลื่อนสะกายไปเพียง 25 กิโลเมตร และอยู่ใกล้กับรอยเลื่อนอื่นๆที่มีพลัง การออกแบบใหม่ใดๆ ก็ไม่อาจสามารถลดความเสี่ยงจากทำเลที่ตั้งนี้ได้

ในการประชุมกับชาวบ้านในเมืองมิตจีนา พลเอกโซวินได้กล่าวกับชาวบ้านในพื้นที่ว่า ผู้เชี่ยวชาญจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเขื่อน ซึ่งเป็นเขื่อนหินถมที่หุ้มด้วยคอนกรีตสามารถทนทานต่อแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงมากกว่าแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์ที่เกิดขึ้นในเขตสะกายเมื่อเดือนมีนาคมได้ สื่อของรัฐบาลทหารอ้างว่า ชาวบ้านที่เข้าร่วมประชุมต่างรู้สึกอุ่นใจกับคำอธิบายของพลเอกโซวิน อย่างไรก็ตาม ชาวเมืองมิตจีนาคนหนึ่งที่ติดตามเรื่องนี้กล่าวว่า โครงการเขื่อนมิตส่งไม่ใช่เพียงปัญหาในระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบต่อทั้งประเทศ โดยยังระบุว่า ไม่ควรมีคณะกรรมการหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้นที่จะตัดสินใจในเรื่องนี้ “หากพวกเขายังคงเดินหน้าต่อไป ความขัดแย้งก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น” เขากล่าว

ทางด้านนักวิเคราะห์การเมืองชาวคะฉิ่นรายหนึ่งกล่าวว่า ประชาชนจะไม่ยอมรับการที่รัฐบาลทหารพม่าจะเริ่มโครงการเขื่อนมิตส่งอีกครั้ง “ประชาชนทั่วประเทศพม่า รวมถึงชาวคะฉิ่น ได้แสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่าพวกเขาไม่สนับสนุนเขื่อนมิตส่ง และนั่นจะไม่เปลี่ยนแปลง” เขากล่าว