
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์เรียนรู้แม่น้ำโขง บ้านโป่งขาม ต.โป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง ร่วมกับเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำโขงในภาคอีสาน รายงานสดผลการตรวจคุณภาพน้ำในแม่น้ำโขง โดยก่อนหน้านั้นได้เก็บตัวอย่างน้ำในเขตจังหวัดบึงกาฬ จำนวน 6 แห่ง และตัวอย่างน้ำบ้านสำโรง อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี โดยใช้ชุดตรวจภาคสนามหรือ Test Kit ตรวจคุณภาพตัวอย่างน้ำทั้งหมด พบว่า ไม่เกินค่ามาตรฐาน
นายมนตรี จันทวงศ์ ผู้ประสายงานกลุ่มแม่โขงเสรีภาพแม่น้ำโขงกล่าวว่า การเก็บตัวอย่างน้ำโดยได้ลอยเรือลงไปเก็บน้ำตรงจุดกลางแม่น้ำโขง และจุดที่เป็นปากแม่น้ำต่างๆและมีความลึกประมาณ 0.5 – 1 เมตร เพื่อติดตามคุณภาพน้ำและตรวจการปนเปื้อนเบื้องต้น เดิมเครือข่ายชาวบ้านมักจะคุ้นเคยกับเรื่องเขื่อน แต่เมื่อพบว่าปัจจุบันมีปัญหาเรื่องสารโลหะหนักปนเปื้อน

“ในเชียงรายมีปัญหาน้ำไม่เคยใสเลยและพบว่ามีการทำเหมืองในพม่า ชาวเชียงรายเลยเรียกร้องให้มีการตรวจคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษได้นำน้ำไปตรวจและพบว่า สารหนูปนเปื้อนในระดับที่สูงมาก ต่อมาเครือข่ายชาวบ้านและหน่วยงานต่างๆก็ได้ช่วยกันสืบค้นข้อมูลหลายๆแห่ง การใช้ดาวเทียมต่าง และข้อมูลของสติมป์สันเซนเตอร์ พบว่ามีเหมืองแร่ในลุ่มน้ำโขงกว่า 807 แห่ง ที่มีการเปิดหน้าดินและเหมืองแรร์เอริธ์ หรือแร่ธาตุหายาก ที่ใช้ในมือถือ อาวุธ เครื่องบิน แม่เหล็กต่างๆ”นายมนตรี กล่าว
นายมนตรีกล่าวว่า แรร์เอริธ์ไม่ได้หายาก แต่กระจายอยู่ในดิน ภูเขา ซึ่งมีวิธีการสกัดแร่ด้วยการเจาะภูเขาและเทสารคเมีให้ซึมลงไปในบ่อต่างๆ และบางส่วนก็ไหลไปกับน้ำใต้ดิน ไหลลงไปในน้ำทำให้กระจายสารพิษลงไปในลำห้วย และในไทยไม่มีการทำเหมืองแร่แบบนี้ และเมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษ ได้ตรวจคุณภาพน้ำจังหวัดละหนึ่งแห่ง ในเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร และในบึงกาฬมีค่าเกินมาตรฐาน แต่ที่บึงกาฬ เกินไป 0.19 มก./ล เมื่อเดือนสิงหาคม แต่เมื่อเดินพฤศจิกายนมีการตรวจเพิ่มและมีค่าที่ไม่เกินค่า

“แม้ไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ถ้าเราสัมผัสและรับทางตรงไปนานๆ ในระดับหนึ่งก็อาจจะมีผลต่อร่างกายเรา ผลการตรวจคุณภาพตัวอย่างน้ำทุกจุด พบว่าค่าเฉลี่ย 0.005 ไม่เกินค่ามาตรฐาน ที่เราตรวจคือ เราไม่ได้ทำหน้าที่แทนราชการ แต่ต้องทำหน้าที่แจ้งเตือนให้ชาวบ้านทั้ง 8 จังหวัด สถานการณ์แม่น้ำโขงไม่ปกติแล้ว มีเหมืองทั้งในพม่าและลาวมากกว่า 807 แห่ง อาจจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหมืองเหล่านี้ไม่มีการควบคุมและอาจจะไหลลงแม่น้ำโขงทั้งหมด แม้หน่วยงานจะไม่มีความสามารถในการไปเจรจาให้หยุดเหมืองได้ แต่หน้าที่ในการตรวจน้ำเพื่อเตือนประชาชน เป็นหน้าที่หลักของหน่วยงาน”นายมนตรี กล่าว
นายอานัน ทวีสุข ตัวแทนชาวประมงบ้านป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร กล่าวว่า แม่น้ำโขงช่วงรอยต่อของธาตุพนม มุกดาหาร ในช่วงปีที่ผ่านมาพบปลาแข้เป็นตุ่มบ้าง ปลาชนิดอื่นยังไม่มี แต่ปีนี้ยังไม่พบ และบ้านสองคอนมีการปลูกกระหล่ำปลี ผักชี ต้นหอม พื้นที่ริมฝั่งตะกอนปลูกได้ ไม่ต้องใส่ปุ๋ย แต่ตอนนี้ต้องใช้ยาฆ่าแมลงด้วย สารเคมีก็ต้องใช้
“ช่วงนี้เป็นเทศกาลหาเสียง พวกเราต้องตั้งคำถามเลยว่า พวกเราชาวบ้านกำลังเจอปัญหานี้ เราต้องถามนักการเมืองเขตเราเลยว่า ปัญหานี้พวกคุณจะเอาอย่างไร จะนำปัญหาเข้าสู่สภาให้ได้ ต้องมีกรรมการแก้ไขปัญหาให้ได้ แต่ผลลัพธ์ของมันยังไม่เกิดเลย พวกเราเครือข่ายน้ำโขงทุกจังหวัดต้องเสนอให้ให้ผู้สมัครสส.ได้รู้ปัญหา
นายอำนาจ ไตรจักร ตัวแทนชาวบ้านจากธาตุพนม กล่าวว่า ได้มีโอกาสเข้าไปพบประมงจังหวัด และได้รับคำตอบว่า เป็นเชื้อแบคทีเรีย ส่วนใหญ่เป็นปลาหนังในช่วงฤดูหนาว เดิมพวกเราก็ไม่ค่อยได้สนใจ แต่เมื่อมีข่าวเรื่องปนเปื้อนสารเคมีแล้ว พวกเราก็สนใจกันมากขึ้น และที่ผ่านมามีการช๊อตปลาเยอะ อยากให้หน่วยงานชี้แจงให้ละเอียด พวกเราที่สู้เรื่องแม่น้ำโขงมาตั้งแต่เขื่อนไซยะบุรี ไปฟ้องศาลปกครอง ศาลก็ไม่คุ้มครองพวกเรา พวกเราริมโขงเดือดร้อนอยู่แล้วน้ำขึ้นลงไม่เป็นเวลา ลำพังตนอยู่ไม่ถึงร้อยปี แต่ลูกหลานของเราจะอยู่อย่างไรนางสอน จำปาดอก กล่าวว่า ผลกระทบจากการขึ้นลงของน้ำโขงยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ชาวบ้านยังคงปลูกพืชริมหาดทรายแม่น้ำโขง แต่น้ำมาท่วมสวนผักริมโดยตลอด เราเองก็ยังไม่สามารถคาดการณ์น้ำได้ แม้จะช่วยกันติดตามวัดระดับน้ำทุกวันก็ตาม
นางสอน จำปาดอก กล่าวว่า ผลกระทบจากการขึ้นลงของน้ำโขงยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ชาวบ้านยังคงปลูกพืชริมหาดทรายแม่น้ำโขง แต่น้ำมาท่วมสวนผักริมโดยตลอด เราเองก็ยังไม่สามารถคาดการณ์น้ำได้ แม้จะช่วยกันติดตามวัดระดับน้ำทุกวันก็ตาม



