Search

นักวิชาการชี้การสถาปนารัฐกะเหรี่ยงยังอีกไกลตราบที่การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด-ยังไม่มีการหารือเรื่องเขตแดนจริงจัง ชี้ “เนอดา เมียะ”ไม่ได้มีพื้นที่ปกครองของตัวเอง

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) จัดเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ “กอทูเลการต่อสู้ บาดแผลและผลประโยชน์ในรัฐกะเหรี่ยง” โดยมี ผศ.ดร.ลลิตา หาญวงษ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (SEAS ภาคพิเศษ มก.) อ.กฤษณะ โชติสุทธิ์ อาจารย์ประจำสถานประชาคมอาเซียนศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters ร่วมเป็นวิทยากร

ผศ.ดร.ลลิตา กล่าวว่าประเด็นที่อยากจะพูดถึงคือการเมืองกะเหรี่ยง สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้คือความขัดแย้งระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยง ทั้ง KTLA (Kawthoolei Army)ของเนอดา เมียะ กับกองกำลัง KNU (Karen National Union) กองกําลังกะเหรี่ยง DKBA(Democratic Karen Benevolent Army)
กองกำลังกะเหรี่ยง BGF(Karen Border Guard Force) ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ และไม่ได้มีความขัดแย้งเป็นในเชิงของบุคคลเท่านั้นแต่ว่าต้นตอของความขัดแย้งทั้งภายในของกะเหรี่ยงเอง รวมถึงระหว่างกะเหรี่ยงกับคนพม่าแท้ มีมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม

““เรื่องที่จะใหญ่ที่สุดและเราจะต้องพูดถึงมากที่สุดก็คือขอบเขตของการปกครอง กรณีของเนอดา เมียะ ที่ออกมาพูด คนที่คุ้นเคยกับรัฐกะเหรี่ยงฟังดูก็จะรู้สึกแปลกๆ เพราะว่าจริงๆแล้วเนอดาไม่ได้มีพื้นที่ที่ปกครองเป็นของตัวเอง KNU ที่ปัจจุบันเป็นฝ่ายการเมืองและกองกําลังหลักในรัฐกะเหรี่ยงไม่ได้ออกมาประกาศว่าจะเป็นสาธารณรัฐหรือจะประกาศพื้นที่อะไร เพราะว่าตราบใดก็ตามที่การสู้รบยังไม่สิ้นสุด ยังไม่ได้มีการพูดถึงเขตแดนอย่างจริงจัง การเคลมว่าตรงนี้เป็นของกะเหรี่ยงหรือว่าการปักปันเขตแดนมันเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก“ ผศ.ดร.ลลิตา กล่าว

ผศ.ดร.ลลิตากล่าวว่า ความเข้มข้นของการเรียกร้องเอกราชของกะเหรี่ยง ความไม่ลงรอยกันระหว่าง 2 เชื้อชาติก็เป็นเหตุผลหลัก ๆ เลยว่าทำไมขบวนการเอกราช ขบวนการชาตินิยมของกะเหรี่ยง แรกสุดคือ KNA แต่เป็น KNA ในแบบเดิม ไม่ใช่ KNA ของชิดตู่ เป็น KNA ที่วิวัฒนาการจนกลายมาเป็น KNU เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่พม่าจะได้รับเอกราช โดยKNU เกิดขึ้นในปี 1947 ในขณะที่พม่าได้รับเอกราชปี 1948 วีรบุรุษนักชาตินิยมคนหนึ่งของกะเหรี่ยงชื่อซอบาอูจี ซึ่งคนกะเหรี่ยงมีภาพประดับตามบ้าน เปรียบเทียบง่ายๆว่าถ้านายพลอองซานคือวีรบุรุษแห่งชาติของพม่า นายซอบาอูจีคือวีรบุรุษเวอร์ชั่นนั้นในโลกทัศน์ของคนกะเหรี่ยง ทุกวันนี้เวลาเรามองถึงการสู้รบหรือว่าการต่อสู้ของคนกะเหรี่ยงในบริบทของสงครามกลางเมืองแล้วก็สงครามเพื่อเอกราชในเมียนมา เราอาจจะเคยได้ยินผู้นำกะเหรี่ยง ผู้นำทางทหาร ผู้นำของ KNLA หรือว่าผู้นำกองกําลังอื่นๆของกะเหรี่ยงมักจะพูดถึงปฏิญญา 4 ข้อของซอบาอูจี คือไม่ยอมแพ้ ต้องมีการยอมรับว่ามีรัฐกะเหรี่ยงอย่างสมบูรณ์ ต้องเก็บอาวุธไว้ และเราจะกำหนดชะตากรรมทางการเมืองของเราเอง นี่เป็นเหมือนคัมภีร์การต่อสู้ของคนกะเหรี่ยงมาจนถึงปัจจุบัน

อ.กฤษณะ โชติสุทธิ์ อาจารย์ประจำสถานประชาคมอาเซียนศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) กล่าวว่า การได้รับเอกราชของพม่าไม่ได้เกิดจากการต่อสู้เพื่อชนะเพียงอย่างเดียว เงื่อนไขหนึ่งของเจ้าอาณานิคมก่อนจะออกจากประเทศคือพม่าต้องไปเจรจากับชาติพันธุ์ทั้งหมด แต่เมื่อย้อนกลับไปดูสนธิสัญญาปางหลวงจะพบว่าไม่ได้เกิดจากข้อตกลงของชาติพันธุ์ทุกกลุ่ม

“พม่าเป็นสมรภูมิที่เรามองข้าม พม่าไม่ได้อยู่กับซีกโลกตะวันตกหรือพรรคคอมมิวนิสต์ แต่เลือกจะวางตัวเป็นกลาง รัฐบาลไทยตอนนั้นเลือกที่จะสนับสนุน KNU และ KNPP (Karenni National Progressive Party หรือพรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี) โดยทุกกลุ่มกองกำลังเลือกที่จะต่อสู้กับรัฐบาลพม่า เหตุการณ์เลยมาถึงปี 1989 สิ้นสุดสงครามเย็น อเมริกาเลิกสนับสนุนรัฐบาลไทย พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็ไม่ได้สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ไทยและพม่าแล้ว เมื่อรัฐบาลพม่าคุยกับรัฐบาลไทยเลยทำให้ KNU และ KNPP ถูกโดดเดี่ยว พล.อ.ขิ่นยุ้น(อดีตผู้นำกองทัพพม่า)มองหาจุดอ่อนของ KNU และพบว่ากองกำลังส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ จึงพยายามสร้างความแตกแยกผ่านทางศาสนา หลังจากนั้นกองทัพพม่าได้เสนอยื่นผลประโยชน์ให้ DKBA จัดการผลประโยขน์ชายแดน DKBA เริ่มโตจนควบคุมไม่ได้ทหารพม่าก็จะเข้าไปแทรกแซงเพื่อให้เล็กลง” อ.กฤษณะ กล่าว

ด้าน น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters กล่าวว่า สาเหตุที่การสถาปนารัฐกอทูเลได้รับความสนใจจากสื่อเนื่องจากขาดความเข้าใจในรัฐกะเหรี่ยงและการสู้รบในประเทศพม่า ซึ่งคนที่รู้เกี่ยวกับรัฐกะเหรี่ยงก็จะตกใจ แต่คนส่วนใหญ่จะตั้งคำถามว่ามีรัฐใหม่ใกล้กับประเทศไทยจริงหรือ

“หลังจากตรวจสอบที่มาของข่าวว่ามีการประกาศสถาปนารัฐกะเหรี่ยงจริงก็ได้ติดต่อไปยังโฆษกกองกำลัง KNU เพื่อให้ข่าวมีความรอบด้านว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แม้จะได้ทราบข่าวมาก่อนแล้ว แต่ The Reporters ก็ยังไม่ได้ลงจนกระทั่ง จนวันที่ 6-7 มกราคมที่ผ่านมา จึงคิดว่าต้องเริ่มเรียงข่าวนี้ใหม่ เอาหลายๆคนที่เกี่ยวข้องรวมถึงแถลงการณ์ของ KNU”ฐปณีย์ กล่าว

ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters กล่าวอีกว่า การประกาศรัฐก่อตั้งรัฐกะเหรี่ยงของเนอดา เมียะ และ KTLA ไม่ได้รับการยอมรับจากใครเลย แม้แต่กลุ่มกองกำลังกะเหรี่ยงเอง ซึ่งรัฐบาลเมียนมาก็ไม่ยอมรับแน่นอน แต่สื่อไทยเราไม่ค่อยมีแบ็คกราวน์เกี่ยวกับชาติพันธุ์หรือชนกลุ่มน้อยในพม่าเลย ทำให้คนเข้าใจผิด

“ดิฉันเคยไปทำข่าวกลุ่มกองกำลังใหญ่ๆมาหมดแล้ว ตอนทำข่าวแรกๆบางคนบอกว่าเขาเป็นกะเหรี่ยงไม่ใช่พม่า บางคนเป็นไทใหญ่ มอญ เลยทำให้เริ่มสนใจแล้วพบว่าพม่ามีหลายชาติพันธุ์และมีการสู้รบ เลยพาตัวเองไปหาแหล่งข่าว ดิฉันให้เวลากับเรื่องชาติพันธุ์ตั้งแต่เป็นนักข่าวใหม่ๆ พอมาอยู่ ข่าว 3 มิติ ปี 2551ก็เริ่มไปทำข่าวเจาะลึกแบบนี้ เริ่มมีแหล่งข่าวพาไปไทใหญ่ ไปสัมภาษณ์เจ้ายอดศึก จนทำให้เรามีแบ็คกราวน์ข่าวนี้พอสมควร ไตร่ตรองได้ว่าควรจะนำเสนอข่าวนี้หรือไม่” น.ส.ฐปณีย์ กล่าว

น.ส.ฐปณีย์ กล่าวอีกว่า กะเหรี่ยงมีหลายกลุ่มมีพัฒนาการหลายอย่างและต่อสู้กันมานาน 70 กว่าปี มิติการประกาศเอกราชอาจจะเคยเป็นเป้าหมายในการต่อสู้มาก่อน การประกาศเอกราชหรือสถาปนารัฐคือเป้าหมายสูงสุด ในฐานะสื่อที่ติดตามเรื่องนี้มายาวนาน พบว่าสื่อในประเทศไทยยังไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย สังคมก็ยิ่งไม่มีความรู้ใหญ่ การที่จะต้องพูดเรื่องรัฐกอทูเล อาจจะต้องนับหนึ่งเหมือนการสอนหนังสืออย่างที่อาจารย์ทั้ง 2 ท่านกำลังทำ เพื่อให้สังคมไทยมีความรู้ สื่อต้องเข้าใจและต้องรู้เรื่องนี้อย่างมากเลย
//////////////