
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมากลุ่มชาวบ้านและผู้ประกอบการในชุมชนถ้ำผาจมและชุมชนสายลมจอย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ต่างพร้อมใจกันติดป้ายประกาศคัดค้านโครงการสร้างแนวพนังกั้นน้ำป้องกันน้ำท่วมของกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยไม่พอใจรูปแบบของโครงการมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ที่เสนอแผนก่อสร้างพนังกั้นน้ำแบบ 2 ชั้น ซึ่งจะทำให้พื้นที่เศรษฐกิจและบ้านเรือนของราษฎรกว่า 840 หลังที่ตั้งอยู่ระหว่างแนวกำแพงทั้งสองกลายสภาพเป็น “ทางน้ำผ่าน” หรือ Floodway แทนที่จะได้รับการปกป้องเหมือนพื้นที่ชั้นใน
ตัวแทนชาวบ้านบ้านแม่สาย หมู่ 1 ตำบลเวียงพางคำ กล่าวว่า แผนดังกล่าวเป็นการตัดสินใจที่ผลักภาระความเสี่ยงมาให้ผู้ที่อยู่ริมตลิ่ง โดยเฉพาะความกังวลที่ว่าหากน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2567 พื้นที่เหล่านี้จะกลายเป็นแอ่งรับน้ำที่ระบายออกไม่ได้ ที่สำคัญที่สุดคือจนถึงขณะนี้ ภาครัฐยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการชดเชยหรือเยียวยาที่เป็นธรรมสำหรับผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากการถูกปรับเปลี่ยนผังเมืองให้กลายเป็นพื้นที่รับน้ำตามกฎหมาย จึงต้องการให้หน่วยงานทำพนังกั้นน้ำให้แข็งแรง และเร่งขุดลอกลำน้ำสาย
นายสิทธิศักดิ์ อินใจคำ ปลัดอาวุโสอำเภอแม่สาย กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว ยืนยันว่า โครงการกำแพงหรือพนังกั้นน้ำ 2 ชั้นปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังข้อมูล ซึ่งมีการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 1 เพื่อศึกษาแผนหลักการปรับปรุงแม่น้ำสาย เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ จังหวัดเชียงราย โดยปลายปีที่ผ่านมา ของ บริษัท วอเตอร์ ดีเว็ลลัฟเม็นต์ คอนซัลแท็นส์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่ทางกรมโยธาธิการฯ จัดจ้างมาสำรวจออกแบบ เท่านั้น ซึ่งยังไม่ใช่ข้อยุติและสามารถปรับปรุงแบบแปลนตามข้อเสนอแนะของคนในพื้นที่ได้ ที่
นายประสิทธิศักดิ์กล่าวว่า ส่วนแผนเร่งด่วนเพื่อคลายความกังวลเรื่องน้ำท่วมในปี 2569 ทางอำเภอได้เสนอแผนร่วมกับจังหวัดและสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองเชียงราย เพื่อของงบประมาณกลางซึ่งได้รับอนุมัติในหลักการแล้วจำนวน 36 ล้านบาท อยู่ระหว่างการทำแผนเสนอ เพื่อเบิกงบประมาณมาเร่งเสริมความแข็งแรงให้กับแนวพนังกั้นน้ำแบบชั่วคราวกึ่งถาวรในจุดเดิม รวมถึงการอุดจุดรั่วไหลที่เคยสร้างความเสียหาย และดำเนินการรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ขวางทางน้ำไหลที่เป็นคอขวด ที่มีจำนวน 14 อาคาร เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ปลัดอาวุโสอำเภอแม่สาย กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับทางการเมียนมาตลอดและตกลงกันว่าจะมีการประสานและหาคือกันทุกสัปดาห์ ขณะนี้ฝั่งเมียนมาได้เริ่มดำเนินการขุดลอกและสร้างกำแพงในพื้นที่แล้ว สำหรับกรณีการถมดินลงในแม่น้ำที่ชาวบ้านกังวลเรื่องการรุกล้ำนั้น ได้รับการยืนยันว่าเป็นเพียงขั้นตอนทางเทคนิคเพื่อนำเครื่องจักรลงไปปฏิบัติงาน ซึ่งจะมีการขุดดินส่วนดังกล่าวออกเมื่อเสร็จสิ้นโครงการเพื่อให้ลำน้ำไหลสะดวกเช่นเดียวกับฝั่งไทย
ด้านนายบัณฑิต พันธ์พลากร ประธานสภาเทศบาลเวียงพางคำ กล่าวว่า การที่ชาวบ้านที่ต้องการให้เพิ่มความสูงของกำแพงกั้นน้ำนั้น เข้าใจความกังวล แต่เกณฑ์ความสูงของกำแพงที่ 6 เมตรตามแบบแปลนนั้น เป็นตัวเลขที่ต้องยึดถือตามหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อไม่ให้ระดับน้ำส่งผลกระทบต่อฝั่งเมียนมาอย่างรุนแรงจนเกินไป ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถทำกำแพงให้สูงกว่าสถิติน้ำท่วมจริงในปี 2567 ได้
ประธานสภาเทศบาลเวียงพางคำ กล่าวว่า ขณะนี้ ได้เร่งนำงบประมาณสนับสนุน 2.5 แสนบาทจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เข้าดำเนินการขุดลอกตะกอนทรายใน “ลำเหมืองแดง” ซึ่งเป็นเส้นทางรับน้ำหลักในเขตสายลมจอย โดยใช้รถแบคโฮขนาดเล็กเข้าปฏิบัติงานในจุดคับแคบและพื้นที่หน่วยงานราชการที่เครื่องจักรใหญ่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย เข้าไม่ได้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้พื้นที่ชั้นในสามารถระบายน้ำได้คล่องตัวขึ้น แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าได้ ส่วนโจทย์ใหญ่และชาวแม่สายยังคงทวงถามเพราะมีความกังวล น่าจะเป็นเรื่องความชัดเจนในโครงการระยะยาว 3,000 ล้านบาท ว่ารัฐจะมีทางออกอย่างไรให้กับบ้านเรือน 840 หลัง ที่ต้องเผชิญชะตากรรมในเขตรับน้ำโดยที่ยังไม่มีหลักประกันเรื่องการเยียวยาที่จับต้องได้จริง



