Search

พบสารหนู-ตะกั่วในตัวอย่างข้าวริมแม่น้ำกก-สาย แต่ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน นักวิจัยชี้กระจายจากห่วงโซ่อาหารเข้าสู่คนหลังตรวจพบปัสสาวะชาวนาพบสารปนเปื้อน แนะเร่งจัดทำแผนที่ความเสี่ยงชุมชน “อธิบดีคพ.”แจงการจัดซื้อเครื่องตรวจคุณภาพน้ำหลังถูกวิจารณ์การกำหนดสเปค

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภายโดยชุมชน (Community Health Impact Assessment Platform-CHIA Platform) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการตรวจคุณภาพน้ำของแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงครั้งที่ 14 ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาซึ่งพบว่าในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาย มีสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ขณะที่แม่น้ำกกและแม่น้ำรวกพบสารโลหะหนักไม่เกินค่ามาตรฐาน ว่าชี้ให้เห็นสารหนู ยังคงเป็นมลพิษหลักที่น่ากังวล เนื่องจากตรวจพบการปนเปื้อนอย่างต่อเนื่อง และสามารถสะสมได้ในเมล็ดข้าวซึ่งเป็นอาหารหลัก ซึ่ง CHIA Platform อยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบทางสุขภาพแบบเร่งด่วน (Rapid HIA) เพื่อดูความเชื่อมโยงของการรับสัมผัสมลพิษและสุขภาพ ที่ได้ตรวจตัวอย่างข้าวจากนาที่ใช้น้ำชลประทานจากแม่น้ำกกและน้ำสาย พบสารหนูอนินทรีย์ในทุกตัวอย่าง และยังพบตะกั่ว 6 ตัวอย่างจาก 10 ตัวอย่าง นอกจากนี้ยังพบปรอท 1 ตัวอย่าง

“เมื่อตรวจปัสสาวะของชาวนาจำนวน 6 คนที่กินข้าวจากแปลงที่ตรวจพบสารหนู ผลปรากฎว่าทุกคนพบการปนเปื้อนสารหนูอนินทรีย์ในปัสสาวะ แต่ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน จะเห็นได้ว่า มลพิษที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมได้ค่อยๆ แผ่กระจายเข้าไปสู่ห่วงโซ่อาหารและเข้าสู่คนแล้ว ซึ่งต้องรีบหาวิธีป้องกันก่อนที่จะมีคนป่วย” สมพร กล่าว

ผู้อำนวยการ CHIA Platform กล่าวว่า ในขณะที่ทางรัฐบาลยังไม่สามารถควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมได้ จึงเสนอให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) โดยสาธารณสุขจังหวัดร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เร่งสื่อสารความเสี่ยงเพื่อให้ชาวบ้านตระหนัก ปรับตัว และป้องกันตนเองได้ ปรับวิธีการเฝ้าระวังสุขภาพจากที่ใช้เจ้าหน้าที่เป็นศูนย์กลาง มาใช้หลักการสาธารณสุขมูลฐานชุมชนซึ่งมีประชาชนเป็นศูนย์กลางเพื่อการเฝ้าระวังเชิงรุก

“ควรสนับสนุนให้มีการจัดทำแผนที่ความเสี่ยงในระดับชุมชน สร้างความรอบรู้ด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม สนับสนุนเครื่องมือให้ชาวบ้านสามารถทำการประเมินความเสี่ยงได้ด้วยตนเอง และจัดระบบให้ชาวบ้านที่มีความเสี่ยงสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึง รวดเร็วและทันเวลา โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็ก”สมพร กล่าว

ขณะที่ในเพจของกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) ได้ข่าวโดยระบุว่า ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมนายธนัญชัย วรรรณสุขและนายจิระพงษ์ คูหากาญจน์ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าหน้าที่ คพ.ได้หารือกับนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) เข้าร่วม
นายสุรินทร์กล่าวว่า คพ. ได้นำเสนอโครงการสำคัญที่ต้องการขับเคลื่อน ผลการดำเนินงามตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ผลการตรวจวัดและการคาดการณ์คุณภาพน้ำ ความต้องการติดตั้งเครื่องมือเพิ่มเติม และการปัญหาอุปสรรค แนวทางการแก้ไข พร้อมทั้งนำเยี่ยมชมนิทรรศการการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ ศูนย์สื่อสาร

ทั้งนี้ เลขาธิการ สทนช. ได้ฝากประเด็นให้ คพ. พิจารณา ดังนี้ 1. การกำหนดค่าปริมาณสารหนูตามมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน ซึ่งแตกต่างกันระหว่างไทยกับเมียนมา รวมทั้งแนวทางการจัดการปริมาณตะกอนดิน ที่สะสมในแหล่งน้ำที่มีการปนเปื้อนของมลพิษ และการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในการใช้น้ำ

2.การจัดการน้ำเสียจากบ่อขยะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินบริเวณใกล้เคียง ควรมีการป้องกันและการจัดการอย่างไร 3. การจัดการคุณภาพน้ำระหว่างประเทศ โดยเน้นเรื่องมาตรฐานการเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำ ซึ่งจะขอหารือการดำเนินงาน โดยภาพรวมกับคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC) อีกครั้ง

4.การเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อใช้ประกอบการบริหารจัดกาคุณภาพน้ำทั้งระบบ
นอกจากนี้ สทนช. จะขอหารือในรายละเอียดของการดำเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับกาจัดซื้อเครื่องตรวจวัดคุณภาพน้ำซึ่ง คพ.ได้มีการแก้ไข TOR ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อาจมีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในการตรวจสอบสารโลหะหนักอาจไม่ละเอียดพอ ว่าก่อนหน้านี้การจัดซื้อกระจัดกระจายและได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)ว่าการที่ คพ.ซื้อของควรอยู่ที่เดียวและไม่ใช่ว่าซื้อเครื่องๆเดียวกัน แต่ส่วนกลางกำหนดสเปคหนึ่งและส่วนอื่นก็ทำอีกสเปคหนึ่ง ตนจึงได้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่โดยรวมการจัดซื้อมาไว้ที่ส่วนกลาง

“เครื่องตรวจวัดคุณภาพน้ำทุกเครื่องที่เราซื้อ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องที่ทางสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ ที่ 12 ต้องการจัดซื้อหรือเครื่องที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ICP(เครื่องตรวจวัดธาตุ) มี 2 แบบคือ OES เครื่องราว 5 ล้านบาท และ MS เครื่องละ 10 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างกันนิดเดียวคือ OES ตรวจแล้วได้ผลเร็ว จริงๆแล้วทำให้ทราบค่าได้ต่ำกว่า 0.01 มก./ล.อยู่แล้ว แต่ด้วยที่มาตรฐานแต่ละเครื่องมีค่าฝีมือ ซึ่ง OES ทำได้ แต่เนื่องจากห้องตรวจมีมาตรฐาน ISO เวลาคุยอะไรก็มักจะไม่คุยเพียงที่เกินมาตรฐาน ISO ของเราจึงมักจะจบลงที่ค่า 0.01 มก./ล. ซึ่งเรามักบอกว่าต่ำกว่า 0.01 มก./ล.แต่ไม่ได้บอกค่า จริงๆรู้ค่า”นายสุรินทร์ กล่าว

อธิบดี คพ.กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดการร้องเรียนจากบริษัทผู้ผลิตบางแห่ง เพราะ จริงๆแล้วตัว TOR ยังไม่ได้เวียนเลย เพียงแต่ได้บอกไปว่าการจัดซื้อจัดจ้างต้องมีมากรายเพราะไม่เช่นนั้น ไม่เกิดการแข่งขัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า TOR ที่ สคพ.12 เขียนมาและ TOR ที่ส่วนกลางทำขึ้นแตกต่างกันอย่างไร นายสุรินทร์กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของกรรมการ TOR เพราะโดยหลักการแล้วตนจะไม่เข้าไปแทรกแซง โดยจะปล่อยให้เขาทำโดยต้องมีมากรายและตอบโจทย์ของ คพ.

“เครื่องตรวจนี้เป็นเครื่องตรวจโลหะหนัก ไม่ได้ตรวจค่าสารใดสารหนึ่ง จึงต้องตอบโจทย์ภาพรวมของกรมได้เพื่อตรวจหลายๆตัว”นายสุรินทร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าปัจจุบันแม่น้ำหลายสายในภาคเหนือทั้งแม่น้ำโขง แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำสาละวินต่างก็เผชิญการปนเปื้อนสารโลหะหนัก ได้วางแผนตรวจไว้อย่างไรบ้าง อธิบดี คพ.กล่าวว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ สคพ.1ต้องทำงานหนักมากเพราะบุคลากรจำกัด แต่ต้องวิ่งงานไกลมาก ทั้งแม่น้ำสาละวินและแม้น้ำโขง

นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา สคพ.1 ได้จัดสัมมนาภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ และขับเคลื่อนการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพน้ำดิบ และน้ำประปา เพื่อการอุปโภคบริโภค ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วยผู้แทนองค์กรปกครองท้องถิ่นและผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย ประกอบด้วย เทศบาลตำบลท่าสุด จำนวน 11 หมู่บ้านองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม จำนวน 12 หมู่บ้าน และองค์การบริหารส่วนตำบลริมกก จำนวน 7 หมู่บ้าน รวมทั้งสิ้น 30 หมู่บ้าน จำนวน 44 คน

ผอ.สคพ.1 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ คพ.ได้ตรวจคุณภาพน้ำประปาชุมชนริมแม่น้ำกกใน 10 แห่ง พบว่ามี 4 แห่งที่ปนเปื้อนสารโลหะหนักแต่ไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่หากไม่ทำอะไรอาจมีปัญหาขึ้นในอนาคต ดังนั้นนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มีคำสั่งให้เป่าล้าง เพราะนับตั้งแต่น้ำท่วมเมื่อปี 2567 หลายบ่อถูกน้ำท่วมแต่ยังไม่มีการเป่าล้างเลย ดังนั้น คพ.จึงได้ดำเนินการเป่าล้างให้