Search

ชื่นชมรัฐบาลอินโดนีเซียปกป้องลิงอุรักอุตังใกล้สูญพันธุ์-ฟ้องร้อง 6 บริษัทสร้างความเสียหายให้สิ่งแวดล้อม-แหล่งอาศัย

สำนักข่าว The Guardian online รายงานเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ว่า นักอนุรักษ์ต่างชื่นชมมาตรการที่ “จำเป็นอย่างยิ่ง” และเรียกร้องให้มีการคุ้มครองอย่างเร่งด่วนมากขึ้น หลังจากที่ลิงอุรังอุตังตาปานูลีที่ใกล้สูญพันธุ์ถูกทำลายไปมากถึง 11% จากเหตุอุทกภัยและดินถล่มที่เกิดขึ้นในระบบนิเวศที่เปราะบางในเขตบาตังโตรู(Batung Toru) ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ซึ่งคร่าชีวิตลิงอุรังอุตังตาปานูลีไปมากถึง 11% ของประชากรโลก ได้กระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบอย่างกว้างขวางต่อบริษัทเหมืองแร่ในพื้นที่ในช่วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติทางนิเวศวิทยาดังกล่าว

ทั้งนี้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่เจ้าหน้าที่สืบสวนได้ค้นหาหลักฐานว่าบริษัทเหล่านั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อแหล่งต้นน้ำบาตังโตรู(Batang Toru)และกาโรกา (Garoga) ก่อนเกิดภัยพิบัติ ซึ่งทำให้กระแสน้ำ โคลนและท่อนไม้ไหลทะลักเข้าสู่หมู่บ้านคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 1,100คน ขณะนี้ รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการแล้ว

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ปราโบโว ซูเบียนโต ได้ประกาศมาตรการหลายอย่างเพื่อเอาผิดบริษัทต่างๆ ในสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าเป็น“การรบกวนในระดับที่อาจทำให้ลิงชิมแปนซีที่หายากที่สุดในโลก สูญพันธุ์” “และนี่คือข่าวที่พวกเราเฝ้ารอซึ่งเป็นเหมือนลมหายใจเฮือกใหญ่ที่ระบบนิเวศบาตังโตรู(Batang Toru) ต้องการอย่างยิ่ง”

อแมนดา ฮูโรวิตซ์ หัวหน้าฝ่ายสินค้าป่าไม้ขององค์กรไม่แสวงผลกำไรด้านการอนุรักษ์ Mighty Earth ซึ่งต่อสู้กับภัยคุกคามต่อป่าตาปานูลีมาอย่างยาวนาน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคมผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศว่าจะเพิกถอนใบอนุญาตของ 28 บริษัท ทำให้การดำเนินงานในพื้นที่ดังกล่าวต้องหยุดชะงักลง ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตของบริษัทเหมืองแร่ PT Agincourt Resources ที่เป็นเจ้าของเหมืองทองคำมาร์ตาเบะและใบอนุญาตของ PT North Sumatera Hydro Energy ผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ริมแม่น้ำบาตังโตรู

ส่วนใบอนุญาตอื่นๆ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้และการปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามผลการสอบสวนของคณะทำงานด้านการควบคุมพื้นที่ป่าของประเทศ โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงสิ่งแวดล้อมของประเทศ ได้ฟ้องร้องบริษัท 6 แห่ง ซึ่งระบุเพียงอักษรย่อเท่านั้น เป็นจำนวนเงิน 4.8 ล้านล้านรูเปียห์ (211 ล้านปอนด์) ในข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศบาตังโตรู

ทั้งนี้กระทรวงฯ ระบุว่า บริษัททั้ง 6 แห่งเป็นต้นเหตุของความเสียหายที่ไม่ระบุรายละเอียด ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 2,500 เฮกตาร์ (6,200 เอเคอร์) ในลุ่มน้ำของภูมิภาค

ขณะที่ผู้แทน บริษัท PT Agincourt Resources ระบุว่าเพิ่งทราบเรื่องการเพิกถอนใบอนุญาตจากรายงานข่าวของสื่อมวลชนและกำลังติดตามเรื่องนี้กับหน่วยงานกำกับดูแล โดยบริษัทเคารพการตัดสินใจของรัฐบาลทุกประการและรักษาสิทธิของตนตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้การดำเนินงานที่เหมืองได้หยุดชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม นักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียเสริมสร้างการคุ้มครองพื้นที่ป่าบาตังโตรูมานานแล้ว เนื่องจากลิงอุรังอุตังตาปานูลีซึ่งใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งสามารถพบได้เฉพาะในป่าผืนนี้เท่านั้น ผลการตรวจสอบเบื้องต้นหลังเหตุการณ์น้ำท่วมเกาะสุมาตราชี้ให้เห็นว่า ลิงอุรังอุตังตาปานูลีประมาณ 800 ตัว อาจตายไปประมาณ 6.2% ถึง 10.5% ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

เหมืองมาร์ตาเบ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท PT Agincourt Resources ตั้งอยู่ที่เมืองบาตังโตรู จังหวัดสุมาตราเหนือ เอริก เมจาร์ด นักมานุษยวิทยาชีวภาพ กล่าวว่า ทีมงานจะเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้ เพื่อประเมินผลกระทบต่อลิงอุรังอุตังในพื้นที่อย่างละเอียด แต่ดินถล่มส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในส่วนตะวันตกของระบบนิเวศ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ เวสต์บล็อก นั้น แทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัททั้ง 6 แห่งที่ถูกฟ้องร้องเลย

“เท่าที่เราทราบ สาเหตุหลักมาจากปริมาณฝนที่ตกหนักมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อป่าไม้บนเนินลาดชันในพื้นที่ตอนในของเขตตะวันตก แน่นอนว่าเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำและเหมืองทองคำส่งผลกระทบต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของลิงอุรังอุตังตาปานูลี แต่ความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ดินถล่มยังไม่แน่ชัด” นักมานุษยวิทยาฯกล่าวอย่างไรก็ตาม นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมมองว่าการกระทำของรัฐบาลเป็นชัยชนะของชาวตาปานูลี