สำนักข่าว Kachin News Group รายงานเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ว่าองค์กรเอกราชกะฉิ่น (Kachin Independence Organization – KIO) เปิดเผยว่า ได้มีการเจรจาและบรรลุข้อตกลงกับบริษัทจีนเพื่อดำเนินการขุดแร่หายากหรือแรร์เอิร์ธในเมืองชิบเวและเมืองปางวา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของ KIO โดยใช้แนวทางที่มุ่งลดผลกระทบและความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด
พันเอกนอร์บู โฆษก KIO กล่าวว่า ทางองค์กรได้กำชับไปยังบริษัทจีนให้ดำเนินการขุดแร่ด้วยวิธีการที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่หายาก
“เราได้พูดคุยกับบริษัทต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร้การควบคุมเหมือนที่ผ่านมา และได้บรรลุข้อตกลงให้ใช้วิธีการที่ช่วยลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินงานอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังได้หารือเพื่อยกระดับเทคโนโลยีให้สามารถคุ้มครองป่าไม้ ต้นไผ่ แม่น้ำลำธาร ปลา และสิ่งมีชีวิตในน้ำ รวมถึงกำหนดให้พื้นที่ที่มีการขุดแร่แล้ว ต้องได้รับการฟื้นฟูเท่าที่สามารถทำได้”โฆษก KIO กล่าว
ก่อนหน้านี้แหล่งขุดแร่หายากในเมืองเมืองชิบเวและเมืองปางวา เคยอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังประชาชนและกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่สังกัดกองทัพพม่า ต่อมาในช่วงปลายปี 2024 กองทัพเอกราชกะฉิ่น (Kachin Independence Army – KIA) ได้เข้ายึดพื้นที่ดังกล่าว หลังจากนั้น KIOซึ่งเป็นองค์กรด้านการเมือง ได้ทำงานร่วมกับบริษัทจีนที่มีอยู่เดิม ทำให้กิจการขุดแร่กลับมาดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วราว 1 ปี
พันเอกนอร์บูกล่าวว่า ในช่วงที่ KIA เริ่มเข้าควบคุมพื้นที่ ได้มีการรวบรวมข้อมูลจำนวนแหล่งขุดแร่หายากในพื้นที่เมืองชิบเวและเมืองปางวา แต่รายละเอียดเชิงลึกนั้นจะอยู่ในการดูแลของฝ่ายการเงินของ KIO
ทั้งนี้บริษัทจีนที่เคยร่วมงานกับกองกำลังประชาชนในอดีต ขณะนี้ได้ตกลงปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล KIO และดำเนินการขุดแร่หายากต่อไป โดยต้องได้รับการอนุญาตจากทั้งรัฐบาลจีนและรัฐบาล KIO
ผู้ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ระบุว่า นอกจากการเปลี่ยนแปลงผู้ควบคุมพื้นที่แล้ว รูปแบบและกลไกการดำเนินงานของการขุดแร่หายากในเมืองชิบเวและเมืองปางวา ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด ขณะที่แรงงานในพื้นที่กล่าวว่า KIO ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งขุดแร่อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
“ก่อนหน้านี้ผู้บังคับบัญชาจาก KIA เคยมาบอกว่าไม่ให้ถางป่าบนภูเขาจนโล่งเตียน บางพื้นที่บริษัทจีนเคลียร์ภูเขาจนหมดแล้ว บางแห่งก็ยังไม่ทำ แต่เวลาที่เจ้าหน้าที่ KIA มา หากไม่ตรวจสอบอย่างละเอียด บริษัทจีนบางแห่งก็จะถางป่าบนภูเขาจนโล่งทั้งหมด อย่างไรก็ตาม รัฐบาล KIO ได้สั่งห้ามการกระทำลักษณะนี้ ซึ่งในอดีตสมัยที่อยู่ภายใต้กองกำลังประชาชน ไม่เคยมีการตรวจสอบแบบนี้ ปัจจุบัน KIA จะเข้ามาตรวจพื้นที่เดือนละ 1-2ครั้ง”คนงานรายหนึ่ง กล่าว
เขายังระบุว่า บริษัทจีนส่วนใหญ่ เมื่อขุดแร่จากภูเขาเสร็จแล้ว จะเก็บขยะเท่าที่ทำได้ แต่ยังไม่มีการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
พันเอกนอร์บูกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาตให้บริษัทใหม่เข้ามาขุดแร่เพิ่มและไม่มีการขยายพื้นที่หรือกำหนดแหล่งขุดใหม่ในพื้นที่เมืองชิบเวและเมืองปางวา
อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ดำเนินการอยู่เดิมยังคงมีการถางป่าบนภูเขาเพิ่มเติมเพื่อทดสอบการขุด หากพบแหล่งที่มีแร่หายาก ก็จะเปิดพื้นที่ขุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 มีผู้แทนรัฐบาลจีนบางส่วนเดินทางมายังเมืองปางวา ซึ่งพันเอกนอร์บูระบุว่า การเดินทางดังกล่าวน่าจะเป็นเพียงการลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทและพลเมืองจีนที่ทำเหมืองแร่หายากเท่านั้น ไม่น่าจะเป็นการเจรจาด้านนโยบายเกี่ยวกับแร่หายากกับ KIO โดยขณะนี้ KIA ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดของกรณีดังกล่าว
KIO ระบุว่า รัฐบาลของตนได้กำหนดนโยบายให้นำรายได้จากการขุดแร่หายากในพื้นที่ชิบเวและเมืองปางวา ไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะด้านการศึกษา สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนและสะพาน
ทั้งนี้พื้นที่เมืองชิบเวและเมืองปางวา ในรัฐกะฉิ่น ถูกกองทัพเอกราชกะฉิ่น (KIA) และกองกำลังพันธมิตรเข้ายึดครองได้ในช่วงปลายปี 2567 และปัจจุบัน แหล่งขุดแร่หายากทั้งหมดในรัฐกะฉิ่นอยู่ภายใต้การควบคุมของ KIA โดยแร่หายากยังคงถูกส่งออกไปยังประเทศจีนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
หลังการรัฐประหาร ระหว่างปี 2021–2024 การส่งออกแร่หายากจากรัฐกะฉิ่นไปยังประเทศจีนเพิ่มขึ้นในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ และหลังจาก KIA เข้าควบคุมพื้นที่ชิบเวและเมืองปางวา ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา บริษัทแร่หายากของจีนยังได้เริ่มขยายการขุดไปยังพื้นที่ทางตะวันออกของรัฐฉาน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพว้า (United Wa State Army -UWSA) อีกด้วย




