Search

ป่าไม้-อุทยานฯตื่นยกพลตรวจสอบป่าริมน้ำยวมพบเอกชนรุกพื้นที่ป่าสงวนจับจองห้วยกุ้ง-ติดตั้งกล้องวงจรปิดพร้อมล้อมรั้วแถมบนภูเขามีการลักลอบขุดเหมืองแร่วุลแฟรมทำอุโมงค์ลึก 30 เมตร

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้ากรณีชาวบ้านในนามเครือข่ายประชาชนลุมน้ำยวม เงา เมย สาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ได้ทำหนังสือถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เพื่อขอให้มีการแก้ไขปัญหากรณีที่มีนายทุนบุกรุกป่าโดยการจับจองห้วยกุ้งซึ่งเป็นแหล่งกุ้งที่สำคัญริมแม่น้ำยวม และมีการขุดอุโมงค์เพื่อหาแร่บนภูเขาซึ่งพื้นที่ทั้งหมดอยูในเขตป่าอนุรักษ์เขตรอยต่อระหว่าง อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ภายใต้การดูแลของหน่วยงานภายใต้สังกัด ทส.

ล่าสุดหัวหน้าส่วนราชการ ทส.ในพื้นที่ได้ทำรายงานถึงผู้บังคับบัญชาภายหลังจากที่นายสุชาติได้สั่งการให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน โดยเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส 6 (สบเมย),หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้สบเมย เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักจัดการทรัยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน  ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสบเมย เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสบเมย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่เงา (เตรียมการ) เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (สาขาแม่สะเรียง),ชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยป้องกันรักษาป่าอำเภอสบเมย ร่วมกันลงพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบตามข้อร้องเรียน ของเครือข่ายประชาชนฯ

รายงานผลการตรวจสอบระบุว่า กรณีมีเอกชนบุกรุกห้วยกุ้งในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยาวมฝั่งขวานั้น พบมีการปลูกสร้างลักษณะเป็นที่อยู่อาศัยมีการล้อมรั้วลวดหนาม สามารถมองเห็นอย่างชัดเจน เมื่อตรวจสอบรอบๆ สิ่งปลูกสร้างพบมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ได้ทำการตรวจจับพิกัดด้วย GPS ตามพิกัด 47 Q 388669 UTM 1975012 พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในพื้นที่ คทช.(คณะกรรมนโยบายที่ดินแห่งชาติ)หรือไร่หมุนเวียนแต่อย่างใด แต่เนื่องจากใกล้เวลาพลบค่ำพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเส้นทางต้องอาศัยเรือเป็นยานพาหนะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ที่จะปฏิบัติงาน หน่วยฯ จะเข้าดำเนินการตรวจยึดในวันพรุ่งนี้ โดยได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ของหน่วยฯ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่เงา (เตรียมการ) นอนเฝ้าดูแล รายละเอียดต่างจะนำเรียนในชั้นต่อไป

ส่วนกรณีทำเหมืองแร่ดีบุกในป่านั้น ผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ไม่พบร่องรอยเส้นทางการนำแร่ออกมาแต่อย่างใด และได้สอบถามคนขับเรือได้ให้ข้อมูลว่าเรือมีขนาดเล็กไม่สามารถบรรทุกแร่ซึ่งมีน้ำหนักมากได้ ประกอบกับฤดูแล้งแม่น้ำตื้นเขิน ไม่สามารถบรรทุกหนักได้

“ได้ประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส 6 (อำเภอสบเมย) ปรากฏว่า หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส 6 (สบเมย) ได้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบพื้นที่มีการลักลอบขุดเหมืองแร่ดีบุกตามที่มีการร้องเรียนว่ามีนายทุนสนับสนุนให้ชาวบ้านขุดแร่นำออกมาขาย และมีการขุดอุโมงลึกเข้าไปในภูเขา เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส 6 (สบเมย) ได้ให้ข้อมูลว่าได้เข้าตรวจสอบเหมืองแร่ท้องที่บ้านทียาเพอ หมู่ที่ 8 ตำบลสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่น้ำยวมฝั่งขวา ร่วมกับ ผู้นำชุมชน สำรวจพื้นที่เหมืองแร่ภายในถ้ำ พบว่า เป็นแร่วูลแฟรม ระยะทางจากปากถ้ำจนถึงด้านในสุดประมาณ 30 เมตรและมีการขออนุญาตตามประทานบัตรที่ มส0014. 3/4111 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2560 ตามหนังสือกรมป่าไม้ ที่ ทส 1602.3/7401 ลงวันที่ 22 เมษายน 2560”รายงานของอุทยานฯแม่เงาระบุ

นส.เพียรพร ดีเทศน์ กรรมการบริหาร Rivers and Rights กล่าวว่าขณะนี้ลุ่มน้ำสาละวิน พรมแดนไทยพม่า ตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนสารโลหะหนักที่เป็นพิษ สารหนูและปรอทในลำน้ำเกินค่ามาตรฐาน สาเหตุหลักคาดว่าเนื่องจากมีการทำเหมืองแร่ที่ไม่มีการควบคุมทางตอนบนของลุ่มน้ำและลำน้ำสาขาในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เหมืองแร่แรร์เอิร์ทในเขตของกองกำลังว้า UWSA ในรัฐฉาน ดังนั้นสำหรับประเทศไทย การรักษาคุณภาพลำน้ำสาขาที่อยูในประเทศไทยให้คงความเป็นธรรมชาติ เป็นแหล่งน้ำสะอาดและให้นิเวศบริการ ecosystem services เป็นสิ่งที่สำคัญมาก

นส.เพียรพรกล่าวว่า ในเขต จ.แม่ฮ่องสอน จ.ตาก มีลำน้ำสาขาสำคัญคือ แม่น้ำเมย ยวม เงา และลำห้วยต่างๆ จำเป็นต้องส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกับชุมชน โดยเฉพาะชาติพันธุ์ปกากญอ ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่ร่วมรักษาป่ารอยต่อสามจังหวัดภาคเหนือมาหลายชั่วอายุคน

 “หน่วยงานรัฐต้องตรวจเข้มเหมืองแร่หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่จะสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศ ขณะนี้สหประชาชาติ UN ได้ออกรายงานว่าน้ำสะอาดของโลกกำลังหมดไป ติดลบขั้นล้มละลาย (global water bankruptcy) แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน กำเนิดจากหิมะใสสะอาดที่หิมาลัย วันนี้กลับต้องปนเปื้อนในระดับที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ดังนั้นแหล่งน้ำสะอาดที่เรามีอยู่ในตอนนี้ต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด อย่าให้เกิดการรุกล้ำหรือทำลายได้”นส.เพียรพรกล่าว

————–