
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 สื่อออนไลน์ท้องถิ่นในพม่า Network Media Group รายงานว่า ทหารพม่ากำลังพล 70 นาย ได้เดินทางเข้าไปในหมู่บ้านเจ้าก์ปิ่นกั่น เมืองหน่องอู เขตมัณฑะเลย์ และได้ทำการเผาทำลายบ้านเรือนในหมู่บ้านแห่งนี้กว่า 30 หลัง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 แต่เพิ่งได้รับการเปิดเผยเมื่อเร็วๆนี้
อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานชาวบ้านเสียชีวิต เนื่องจากได้พากันอพยพออกจากพื้นที่ก่อนที่ทหารพม่าจะเข้ามาโจมตีในพื้นที่
“ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านได้อพยพออกไปตั้งแต่คืนก่อนแล้ว เพราะเรารู้ว่ากองกำลังของรัฐบาลทหารกำลังจะมา ประมาณ 7 โมงเช้า ทหารพม่าก็มาถึง ตั้งฐานอยู่ในหมู่บ้าน และรื้อค้นบ้านเรือน ประมาณ 15:30 น. ควันก็ลอยขึ้นมา นั่นแสดงให้เห็นว่าบ้านเรือนกำลังลุกไหม้ จนกระทั่งทหารจากไปในตอนเย็น ชาวบ้านที่เป็นคนหนุ่มสาวจึงสามารถกลับมาดับไฟได้” ชาวบ้านวัย 40 ปีคนหนึ่งกล่าว
มีรายงานว่า ขบวนทหารพม่าออกเดินทางจากหมู่บ้านฉ่วยหล่าย ในเมืองหน่องอู เมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา โดยเดินทางด้วยรถบรรทุก 3 คัน ไปตามถนนที่เชื่อมระหว่างเมืองหน่องอูและเมืองเจ้าก์ปะด่าว
ชาวบ้านรายงานว่า ทหารพม่าได้พักค้างคืนที่หมู่บ้านซีส่ามิ้น ก่อนที่จะเดินเท้าต่อไปยังหมู่บ้านเจ้าก์ปิ่นกั่นในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยทหารพม่าได้จุดไฟเผาบ้านเรือนขณะที่ออกเดินทาง หลังจากปล้นสะดมตามบ้านเรือนที่ถูกทิ้งร้าง
“ทหารพม่าออกจากหมู่บ้านไปแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังไม่กล้ากลับไป พวกเขาจึงซ่อนตัวอยู่ในป่าใกล้เคียง กลิ่นไหม้ยังคงอบอวลอยู่ในหมู่บ้าน ชาวบ้านกลัวว่าทหารอาจจะกลับมา ทุกคนต่างรอจนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว” ชาวบ้านในหมู่บ้านเจ้าก์ปิ่นกั่นรายหนึ่งกล่าว
นอกจากหมู่บ้านเจ้าก์ปิ่นกั่นแล้ว มีรายงานว่า กองทัพพม่ายังได้เผาบ้านเรือนในหมู่บ้านมอนต่าย ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเจ้าก์ปิ่นกั่น ในเช้าวันที่ 27 มกราคม โดยบ้านเรือนราว 30 หลังคาเรือนถูกเผาทำลายเสียหายด้วยเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ในเมืองหน่องอู ทหารพม่าได้ออกตระเวนไปทั่วพื้นที่ชนบท เผาหมู่บ้าน และบังคับให้ชาวบ้านหลายพันคนต้องหนีเข้าไปในป่าใกล้เคียง ซึ่งหลายชีวิตกำลังต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน
ขณะที่สำนักข่าว Irrawaddy รายงานว่า กองทัพพม่าได้ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน 63 เมืองออกไปอีก 90 วัน มาตรการดังกล่าวถูกบังคับใช้ตามเมืองที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มต่อต้านกองทัพพม่าและกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ มีทั้งพื้นที่ที่ฝ่ายต่อต้านสามารถควบคุมได้ทั้งหมดหรือควบคุมได้บางส่วน
โดยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครอบคลุม 5 เมืองในรัฐคะฉิ่น 3 เมืองในรัฐคะเรนนี 2 เมืองในรัฐกะเหรี่ยง 7 เมืองในรัฐชิน 9 เมืองในเขตสะกาย 5 เมืองในเขตมะโกย 3 เมืองในเขตมัณฑะเลย์ 14 เมืองในรัฐยะไข่ และ 15 เมืองในรัฐฉาน นอกจากนี้ ในการประกาศแยกอีกฉบับ กองทัพพม่ายังได้ประกาศว่า กฎอัยการศึกจะยังคงมีผลบังคับใช้ตามเมืองเหล่านี้ด้วย


