Search

แนะรัฐบาลชุดใหม่เร่งเจรจากับกองกำลังชาติพันธุ์แก้ปัญหาเหมืองแร่ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำสาละวิน-จี้เดินหน้าหาแหล่งน้ำใหม่ ขณะที่ผลการตรวจน้ำกก-สาย-รวก-โขงครั้ง15 ยังพบสารโลหะหนักในหลายจุด คพ.แนะหลีกเลี่ยงใช้น้ำอุปโภคบริโภค

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ ว่าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แม่สามแลบให้สัมภาษณ์ถึงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำสาละวินรวมถึงดินริมตลิ่งครั้งล่าสุดโดยทีมคณะวิจัยจากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.)ที่พบสารโลหะหนักปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานตั้งแต่รัฐคะเรนนีจนถึงหมู่บ้านสบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือชุมชนริมน้ำสาละวินของไทยอยู่ท้ายน้ำแต่ต้นเหตุของการปล่อยสารโลหะหนักอยู่เหนือเขตประเทศไทยซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าไปได้ จึงอยากให้รัฐบาลชุดใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเจรจากับกลุ่มกองกำลังที่ดูแลพื้นที่เพราะการเจรจากับรัฐบาลทหารพม่าอย่างเดียวก็ไม่มีประโยชน์เพราะพื้นที่หลายจุดรัฐบาลทหารพม่าเข้าไม่ถึง

“เราอยากให้เจรจากับกองกำลังที่ดูแลพื้นที่ทำเหมืองแร่ เพราะอาศัยรัฐบาลทหารพม่ามาเจรจากับกลุ่มกองกำลังเหล่านี้ซึ่งต่อต้านกองทัพพม่าจึงเป็นเรื่องยาก ที่ดีที่สุดคือฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศของไทยควรเร่งหารือกับกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่ก็ตามโดยเฉพาะกรณีทำเหมืองแร่ เพราะขณะนี้ชาวบ้านกำลังเดือดร้อน”ว่าที่นายก อบต.แม่สามแลบ กล่าว

นายพงษ์พิพัฒน์กล่าวว่า ไม่ควรให้น้ำหนักกับเรื่องผลกระทบในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากนักเพราะขณะนี้กำลังเกิดผลกระทบข้ามแดนซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลควรเข้ามาแก้ไข โดยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าคือควรการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องและหาแหล่งน้ำใหม่เร่งด่วนเพราะที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐได้เข้ามาหาแหล่งน้ำใหม่แล้ว แต่ตอนนี้เรื่องเงียบหายไปโดยได้รับแจ้งว่าติดขัดเรื่องงบประมาณ แต่ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง ทำให้น้ำในลำห้วยหลายแห่งที่ชาวบ้านใช้จะเริ่มแห้ง

วันเดียวกันกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)ได้เผยรายงานผลการตรวจคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก-สาย-รวกและโขง ครั้งที่ 15 จากการเก็บตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 13 –16 มกราคม 2569 พบว่า ในแม่น้ำกกยังตรวจพบ “สารหนู” มีค่าเกินมาตรฐาน (มากกว่า 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร) ในบางพื้นที่คือบริเวณสะพานท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จนถึงสะพานมิตรภาพแม่นาวาง-ท่าตอน จ.เชียงใหม่ มีค่าระหว่าง 0.011 – 0.012 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนจุดอื่นๆ ในแม่น้ำกกมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานฯ

สำหรับแม่น้ำสายพบว่าสารหนูยังคงเกินมาตรฐานฯ ในทุกจุดตรวจวัด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.011 – 0.014 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่แม่น้ำรวกพบว่าทุกจุดตรวจวัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานฯ ส่วนแม่น้ำโขง ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พบว่าค่าสารหนูและโลหะหนักอื่นๆ ทุกจุดตรวจวัดมีค่าเป็นไปตามมาตรฐานฯ

คพ.ได้ออกบทวิเคราะห์และข้อแนะนำว่า จากการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 พบว่าคุณภาพน้ำมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล โดยในช่วงที่มีน้ำหลากหรือฝนตกหนัก ปริมาณน้ำท่าที่มากอาจช่วยเจือจางสารปนเปื้อนได้ในบางจุด แต่พื้นที่ต้นน้ำที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดมลพิษยังคงมีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสะสม ทั้งนี้คพ. ยังคงดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิดและรายงานสถานการณ์ให้ประชาชนทราบเป็นระยะ

“ขอแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ หลีกเลี่ยงการนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความขุ่นสูงไปใช้อุปโภคบริโภคโดยตรง หากจำเป็นต้องใช้ควรผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำหรือระบบประปาที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ”บทวิเคราะห์ คพ.ระบุ

———–

On Key

Related Posts

แนะผลักดันปัญหามลพิษข้ามแดนเป็นวาระแห่งชาติ-ทีมนักวิจัยที่ตรวจพบสารหนูปนเปื้อนในเล็บ-เส้นผมชาวบ้านริมแม่น้ำกกจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย-เสนอรัฐจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงทางสุขภาพ-จี้เปิดเผยข้อมูลผลการศึกษาต่างๆให้สาธารณชนรับทราบ