
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวกันตรวดีไทมส์สื่อท้องถิ่นในรัฐคะเรนนี ประเทศพม่า รายงานว่า สะพานข้ามแม่น้ำสาละวิน ในรัฐคะเรนนี เขตในเมืองผาซอง ซึ่งกำลังเกิดการสู้รบอย่างหนัก ถูกวางระเบิดทำลาย โดยแหล่งข่าวที่ทราบเหตุการณ์เปิดเผยว่า สะพานข้ามแม่น้ำสาละวินในเมืองผาซอง ถูกวางระเบิดทำลายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นอกจากนี้ สะพานข้ามแม่น้ำทูชอง (Htu Chaung) ก็ถูกทำลายเช่นกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นฝีมือของฝ่ายใด
สำนักข่าวคะเรนนีรายงานว่า สะพานข้ามแม่น้ำสาละวินที่ผาซองเป็นสะพานหลักที่ชาวบ้านในพื้นที่ผาซอง–แม่เจ๊ะ ใช้สัญจร โดยเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2558 ส่วนทูชองเป็นลำน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน ตั้งอยู่บนถนนสายหลักที่เชื่อมระหว่างเมืองบอลาเคกับกับเมืองผาซอง โดยกองทัพพม่าได้ใช้เส้นทางบอลาเค–ทูชอง–ผาซอง เป็นเส้นทางหลักในการเปิดปฏิบัติการรุกทางทหารตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 เพื่อพยายามยึดคืนการควบคุมเมืองผาซอง
“หลังจากเปิดปฏิบัติการรุกเป็นเวลา 7 เดือน ฝ่ายสภาทหารพม่าได้เผยแพร่ข้อมูลเชิงโฆษณาชวนเชื่อว่า สามารถเข้าควบคุมตัวเมืองผาซองได้เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กองกำลังฝ่ายต่อต้านยืนยันว่า สถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง” สื่อคะเรนนีระบุ
กันตรวดียังรายงานอีกว่าชาวบ้านมีความกังวล หลังสะพานข้ามแม่น้ำสาละวินที่เมืองผาซองถูกระเบิด ทำให้ปัญหาในพื้นที่จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น เรื่องผลกระทบต่อเนื่องจะทำให้การค้าและการคมนาคมในพื้นที่ยิ่งยากลำบากมากขึ้น
ชายวัย 30 ปีรายหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง กล่าวว่าในแง่เหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ถือว่าเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าสุขภาพ อีกอย่างหนึ่งคือ การขนส่งสินค้าต่างๆ ก็ล่าช้าไปหมดแล้ว ถ้าพูดกันตรง ๆ เหมืองแร่ดีบุกมอชีก็ใช้สะพานนี้เป็นเส้นทางหลักในการสัญจร ตอนนี้พอสะพานถูกระเบิด ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการหาเส้นทางใหม่
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ จากสถานการณ์การสู้รบที่ตึงเครียดระหว่างกองทัพสภาทหารพม่ากับกองกำลังฝ่ายต่อต้านในพื้นที่ ฝ่ายต่อต้านได้สั่งปิดการสัญจรผ่านสะพานข้ามแม่น้ำสาละวินที่ผาซอง ต่อมาในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ กองทัพสภาทหารพม่าได้กลับเข้ามาควบคุมตัวเมืองผาซองได้อีกครั้ง ทำให้ฝ่ายต่อต้านตัดสินใจทำลายสะพานในเช้าวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เพื่อสกัดเส้นทางลำเลียงกำลังและเสบียงของฝ่ายทหาร
สมาชิกกองกำลังฝ่ายต่อต้านรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า “มีเหตุผลหลายประการจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องระเบิดสะพาน”
ขณะที่เยาวชนคนหนึ่งในพื้นที่ผาซองมองว่า การทำลายสะพานจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาในพื้นที่ให้รุนแรงมากขึ้น
“ตามปกติแล้ว ถ้าสะพานใช้งานไม่ได้ การคมนาคมก็จะล่าช้าอย่างมาก แต่การทำลายสะพานเพราะสถานการณ์ทางทหารหรือไม่ พวกเราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นได้ หากเป็นการตัดสินใจทางทหาร ก็คงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารที่ตัดสินใจ พวกเราในฐานะประชาชนก็ต้องยอมรับทั้งผลดีและผลเสียที่ตามมา”เยาวชนกล่าว
หลังจากสะพานข้ามแม่น้ำสาละวินที่ผาซองถูกระเบิด ชาวบ้านระบุว่าการค้า เส้นทางลำเลียงสินค้า และภาคสาธารณสุขในพื้นที่จะประสบความยากลำบากมากขึ้น อีกทั้งปัญหาการคมนาคมอาจทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ขณะเดียวกันชาวบ้านยังประเมินว่า หากกองทัพสภาทหารพม่ารสามารถเข้าถึงฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวินที่ผาซองได้ ความสูญเสียอาจไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่สะพานแห่งเดียว แต่อาจมีสิ่งอื่นต้องแลกมามากกว่านั้นอีกด้วย
ทั้งนี้สะพานข้ามแม่น้ำสาละวินดังกล่าวเป็นสะพานที่เชื่อมต่อกับด่านชายแดนไทยสองด่าน คือ ด่านห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม และด่านเสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และข้ามไปถึงเมืองลอยก่อ ที่ผ่านมาเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญ