เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เพจกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานว่า นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯสั่งการด่วนให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง เร่งดำเนินการทำลายเส้นทางตัดใหม่และฟื้นฟูสภาพป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายอย่างถึงที่สุด และให้เร่งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
นายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง กล่าวว่า ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายมาโดยตลอด โดยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินได้มีหนังสือแจ้งความดำเนินคดีไปยังสถานีตำรวจภูธรเสาหิน ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งมีนายนาวี ศิลป์สุภากุล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ เป็นผู้แจ้งความกล่าวโทษ และพยานยืนยันตัวบุคคลจำนวน 2 คน
สำหรับประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่ามีการแบ่งคดีหรือไม่รายงานผลนั้น นายชัยชาญยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากการกระทำผิดเกิดขึ้นใน 2 พื้นที่ คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจสอบสวนของ สภ.เสาหิน และพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สภ.แม่ลาหลวง การแยกสำนวนจึงเป็นไปตามมาตรา 19 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ใช่การอำพรางหรือแบ่งคดีแต่อย่างใด อีกทั้งทางสำนักฯ ได้รายงานผลการตรวจยึดพื้นที่บุกรุกจำนวน 2-1-58 ไร่ ให้อธิบดีกรมอุทยานฯ ทราบผ่านผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2568 แล้ว
นายชัยชาญกล่าวว่า ได้สั่งการให้นายเอกชัย บัญญัติโลก หัวหน้าชุดสายตรวจปราบปรามฯ เข้าแจ้งความเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่ลาหลวง เพื่อดำเนินคดีกับอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ในฐานะผู้สั่งการให้มีการตัดทำเส้นทางดังกล่าว โดยมีหลักฐานสำคัญเป็นบันทึกการประชุมหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ซึ่งระบุพฤติการณ์ชัดเจน โดยพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวัน
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบถนนเส้นนี้ปรับปรุงใหม่จากเส้นทางที่ชาวบ้านใช้ระหว่างหมู่บ้านขุนแม่สอง ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง กับหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯโดยดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2568 โดยมีผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่งเป็นเจ้าของเครื่องจักร รวมถึงเป็นผู้รับเหมาขุดเจาะถนนเพื่อขนส่งสินค้าเกษตร
วันเดียวกันนายณัฐวุฒิ พรมบุรี ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน นายสมจินต์ เนตรประดิษฐ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายอำนวย ยอดคำ หัวหน้าสายตรวจปราบปรามฯ สจป.ที่1 สาขาแม่ฮ่องสอน สายที่ 2 นายปิยะนัฐ ปินทกูลหน.หน่วยฯ มส.4 (แม่ลาน้อย) เจ้าหน้าที่หน่วยฯ มส.4 (แม่ลาน้อย) หน่วยๆ มส.5 (แม่สะเรียง) และหน่วยฯมส.6 (สบเมย) ร่วมกับนายรัชพล ยาใจ นายอำเภอแม่ลาน้อย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ลาน้อย กำนันผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ลาหลวง ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบบริเวณวัดแม่ลาหลวง ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จังหวัดแม่แม่ฮ่องสอนพบว่ามีไม้แปรรปจำนวนมากอยู่ในอาคารที่กำลังก่อสร้าง
ทั้งนี้ขณะเข้าทำการตรวจสอบไม้ดังกล่าว มีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 40 – 50 คนทำการประท้วงและตะโกนไม่ให้เจ้าหน้าที่ขนไม้ออกไป บางคนถึงกับร่ำไห้เพราะไม้จำนวนนี้ชาวบ้านระบุว่าได้รวบรวมเงินจากบริจาคกันมาหลายปีเพี่อซื้อไม้สะสมสำหรับสร้างวิหารของวัดที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ โดยชาวบ้านได้ร่วมกันขนไม้กลับไปในอาคารสิ่งปลูกสร้างเดิม อย่างไรก็ตามไม่สามารถเจรจาพูดคุยได้ กลุ่มเจ้าหน้าที่เกรงว่าจะมีปะทะกันรุนแรงจึงได้ทำการถอนกำลัง
นายจวน สุจา สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)บ้านสันติพัฒนา ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ชาวบ้านได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อซื้อไม้ในการจัดสร้างวิหารเพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆทางศาสนา เช่น บวชสามเณรฤดูร้อน โดยเป็นศาลาไม้สักหลังใหญ่ และช่วยกันเก็บหอมรอมริบมาแล้วหลายปี แต่ละปีก็มีการทอดกฐินและทอดผ้าป่า โดยซื้อไม้สักจากชาวบ้านและไม่ได้ซื้อจากโรงเรื่อย ส่วนใหญ่เป็นไม้สักเก่าที่ชาวบ้านเก็บไว้
นายจวนกล่าวว่า แต่เมื่อวันก่อนกรมทางหลวงได้เตรียมมาสร้างสะพานข้ามน้ำแม่ลาหลวง จึงใช้รถแบ็คโฮปรับพื้นที่เพื่อสร้างสะพานแบริ่งทำให้ขุดต้นสัก 2 ต้นในพื้นที่ของกรมทางหลวง ชาวบ้านจึงขอนำไปไว้ที่วัดเพื่อสร้างวิหาร
“แต่จู่ๆเมื่อเช้านี้มีหน่วยข่าวและหน่วยงานต่างๆพากันเข้ามาตรวจค้นในวัด เขาทำท่าจะขนย้ายไม้ทั้งหมดออกไป เราพยายามบอกให้เขาเอาแค่ 2 ท่อนที่กรมทางหลวงขยายสะพาน แต่เขาไม่ยอมอ้างว่าจะเอาไปรายงานเจ้านาย แต่ชาวบ้านไม่ยอมเพราะพวกเราไม่เคยมีใครเอาไม้ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว แต่เอามาสร้างศาลาในวัด พวกเราอุตส่าห์ร่วมกันสมทบทุน เพียงแต่ยังไม่ค่อยมีเวลาสร้าง เพราะต้องขอแรงร่วมกันสร้าง ทีละนิดละหน่อยตามกำลังศรัทธา ตอนนี้เราคงต้องเร่งสร้างเพื่อไม่ให้ไม้ไปกองไว้”สมาชิก อบต.แม่ลาหลวง กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม้เหล่านี้เกี่ยวข้องกับการสร้างถนนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวาหรือไม่ นายจวนบอกว่าไม่เกี่ยวกันเลย เพราะวัดอยู่ห่างจากถนนเส้นนั้นกว่า 10 กม. และเข้าใจว่าการสร้างถนนดังกล่าวเป็นงบประมาณของทางอุทยานฯเอง
———–
