Search

เผยถนนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวาเป็นเส้นทางเดินเก่าระหว่างชุมชน-ประชาคมหมู่บ้านต้องการให้ปรับปรุงเพื่อความรวดเร็วส่งตัวผู้ป่วย-ครูสะดวกเดินทางไปสอน-อธิบดีกรมอุทยานฯโต้กลับนักกล่าวหา

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาการตัดถนนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบวินัยร้ายแรงอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ขณะเดียวหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)ได้เข้าไปตรวจกองไม้ในวัดแม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย เพื่อยึดไปเป็นไม้ของกลางโดยอ้างว่าเป็นไม้จากการตัดถนนแต่ชาวบ้านร่วมกันคัดค้านเนื่องจากเป็นไม้ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างอุโบสถ ว่าในช่วง 2 วันที่ผ่านมาตนได้ลงพื้นที่วัดแม่ลาหลวง และหมู่บ้านที่กำลังเกิดปัญหา

นายสะท้านกล่าวว่าวัดแม่ลาหลวงกำลังก่อสร้างโบสถ์ซึ่งส่วนบนเป็นไม้ส่วนล่างเป็นปูน ทราบจากชาวบ้านว่าเป็นไม้ที่พุทธศาสนิกชนชาวบ้านสะสมไว้และนำมาทอดผ้าป่าเพื่อสร้างอุโบสถ และจากการเรียนถามเจ้าอาวาสและกำนันแม่ลาหลวง ทราบว่าอุโบสถแห่งนี้ก่อสร้างมาแล้วสิบกว่าปีแต่ยังไม่เสร็จ ล่าสุดถูกเจ้าหน้าที่มาบุกค้นและเชื่อมโยงกับขบวนการค้าของเถื่อน ชาวบ้านไม่ได้รู้สึกกลัวแต่ไม่อยากให้เรื่องนี้มาเกี่ยวข้องกับวัดเพราะเป็นศูนย์รวมใจที่ชาวบ้านร่วมทำบุญ ตอนนี้ระดมแรงมาจากหมู่บ้านใกล้เรือนเคียงและ อ.ขุนยวม เพื่อมาช่วยกันก่อสร้างวัดให้เสร็จเร็วที่สุด

นายสะท้านกล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่บ้านห้วยกองเป๊าะ ทราบว่าชาวบ้านละแวกนี้ต่างเห็นว่าการทำถนนเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ในการสัญจรลงจากดอยมาในเมือง ช่วยย่นเวลาสะดวกขึ้นมาก เป็นการพัฒนาการคมนาคมให้แก่ประชาชน ที่สำคัญคือชาวบ้านที่เจ็บไข้ได้ป่วยนั้น การเดินทางไปสถานพยาบาลโดยใช้ถนนเส้นเดิมจาก ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง ออกมาในเมืองใช้เวลานานมาก ไม่ต่ำกว่า 5-6 ชม. ทำให้บางรายเสียชีวิตระหว่างทาง เช่นเดียวกับเรื่องการศึกษา ครูก็เดินทางไปสอนเด็กใช้ถนนสายนี้ขึ้นดอยก็สะดวกกว่าเส้นทางเดิม ชาวบ้านพูดกันมากเรื่องนี้ว่าไม่สบายใจที่ถูกนำมาโยงกับเรื่องการค้าของเถื่อน

“เส้นเดิมวิ่งไปตามลำห้วย หน้าฝนก็ลำบากมาก เจ็บไข้ไปไม่ทันเจอหมอหลายชีวิตต้องสูญเสียไปก่อน” ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อเสนอต่อรัฐบาลมีอย่างไร นายสะท้านตอบว่า เราเห็นว่าเส้นทางนี้หากพัฒนาจะได้ประโยชน์แก่ประชาชนหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านแม่ต๊อบ บ้านสล่าเชียงตอง บ้านวาทู บ้านแม่สอง บ้านขุนแม่สอง ซึ่งกฎหมายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเข้มข้น ชาวบ้านก็อยากให้รัฐบาลมาดูแล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นต้องทำ หมู่บ้านเหล่านี้เป็นหมู่บ้านดั้งเดิม มีถิ่นฐานอยู่มาก่อนประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หากพัฒนาได้ก็จะช่วยประชาชนได้หลายมิติ ล่าสุดมีกระแสว่าจะมีการมาค้นบ้านชาวบ้านด้วย เวลานี้ชาวบ้านรอกันอยู่

ขณะที่นายสมชาย เสนาะ ผู้รับจ้างขับแบ็คโฮ กล่าว่า ตนถูกเรียกไปที่สถานีตำรวจเพื่อไปเป็นพยาน โดยตอนแรกที่เข้าไปทำงานสร้างถนนเพราะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบอกว่าเป็นพื้นที่รับผิดชอบของเขาซึ่งจะพัฒนาตัดถนน และให้ตนทำนำร่องไปก่อน

“ผมรับจ้างขับรถแบ็คโฮโดยมีเจ้าหน้าที่มาชี้จุดให้ทำ เครื่องจักรเป็นของเรา แต่เขามาให้ทำโดยไม่ได้จ่ายค่าจ้าง เขาออกน้ำมันให้ เขาบอกว่าทำนำร่องไปก่อน หากงบประมาณมาค่อยมาคุยกัน ชาวบ้านก็เชื่อ ก่อนหน้านั้นมีการประชุมทำประชาคม มีเจ้าหน้าที่หลายคนมาร่วม จากนั้นจึงเริ่มทำถนน 18 ตุลาคม 2569”นายสมชาย กล่าว

นายสมชายกล่าวว่า ถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางเก่าที่ชาวบ้านเดินเท้าเพื่อลัดดอย ตั้งแต่รับงานมาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ ทำให้คิดอะไรไม่ออก

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับเอกสารการทำประชาคมหมู่บ้านเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 โดยมีการทำประชาคมหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย เรื่องแผนการทำถนนเชื่อมต่อไปหมู่บ้านขุนห้วยแม่สอง ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง โดยมีหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวานำเสนอแผน ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบว่าการทำถนนเส้นนี้เข้าไปในพื้นที่ป่า และห้ามบุคคลใดนำไม้ทุกชนิดออกจากป่าตลอดแนวถนน หากพบว่ามีบุคคลใดลักลอบนำไม้ออกมาต้องยุติการทำถนนทันที การประชาคมดังกล่าวลงนามโดยชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่รัฐหลายคนรวมถึงหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา

วันเดียวกันนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯแถลงว่า ข้อมูลที่ถูกกล่าวอ้างว่าตนอยู้เบื้องหลังไม่เป็นความจริง และมีการพาดพิงจากบุคคลที่ทำให้เกิดความเสียหาย จึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรี

“ยืนยันว่า ผมไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ตามที่ถูกกล่าวหา และขอบคุณที่มาช่วยกันทำงาน แต่ต้องระมัดระวังการให้ข่าวและบุคคลอื่น เพราะกระทบคนที่ตั้งใจทำงาน และถ้ายังไม่หยุด ก็ต้องพิจารณากระบวนการตามกฎหมาย”นายอรรถพล กล่าว

อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวว่า กรมอุทยานฯ ได้ติดตามเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2568 หลังได้รับรายงานจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ว่ามีการลักลอบทำถนนลำลองขนาดกว้างประมาณ 3 เมตร ผ่านพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา เป็นระยะทาง 6.6 กิโลเมตร และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน อีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบพื้นที่พบไม้มีค่าถูกตัดโค่นรวมกว่า 329 ท่อน คิดเป็นปริมาตร 156.94 ลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งหมด

นายอรรถพล กล่าวว่าเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งโยกย้ายเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในพื้นที่เพิ่มเติมอีก 2 รายที่มีส่วนพัวพัน นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง แจ้งความดำเนินคดีอาญากับอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกหลังจากถูกสั่งย้ายมาประจำกรมฯ ก่อนหน้านี้ และได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนเชิงลึกร่วมกับตำรวจเพื่อสนับสนุนการทำงานที่จำกัดด้านกำลังพล จนสามารถติดตามตรวจยึดรถไถและรถแบคโฮที่ใช้กระทำผิดได้สำเร็จ พร้อมทั้งเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับรถดังกล่าวมาสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว

อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวว่า อดีตหัวหน้าเขตฯ มีพฤติการณ์หลอกลวงชาวบ้านว่ามีโครงการจัดทำถนนและได้รับงบประมาณมาแล้ว โดยขอให้ชาวบ้านสำรองเงินลงทุนดำเนินการไปก่อน ซึ่งกรมอุทยานฯ ยืนยันว่าไม่มีแผนงานหรืองบประมาณดังกล่าวจริง และเรื่องถูกเปิดโปงหลังจากชาวบ้านไม่ได้รับเงินจึงเข้าร้องเรียนต่อสำนักฯ แม่สะเรียง จนนำไปสู่การตรวจสอบพบความจริง

“กรมอุทยานฯ กำลังเร่งขยายผลร่วมกับฝ่ายตำรวจและทหารเพื่อสืบสวนหาวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการตัดถนนเส้นนี้ ที่ห่างจากแนวชายแดนเพียง 5 กิโลเมตร ว่ามีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในทางลึกหรือกลุ่มขบวนการอื่นหรือไม่ โดยยืนยันว่าได้รับรายงานและคุยกับท่านรัฐมนตรีโดยตลอดตั้งแต่วันแรก และจะดำเนินการเอาผิดทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลยตามกฎหมายให้ถึงที่สุด”นายอรรถพล กล่าว

On Key

Related Posts

เผยถนนใน ขสป.แม่ยามฝั่งเป็นเป็นเส้นทางด้านความมั่นคง-ทหารเคยเตรียมดำเนินการ แต่ถูกอุทยานขวาง อดีตสส.ปชน.แนะมองบทเรียนจากภูมะเขือ “ทนายแย้”ชี้เป็นสิทธิของชุมชนดั้งเดิมที่ต้องเข้าถึงสาธารณูปโภค-ระบุหน่วยงานรัฐในพื้นที่รับรู้

เผยถนนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวาเป็นเส้นทางเดินเก่าระหว่างชุมชน-ประชาคมหมู่บ้านต้องการให้ปรับปรุงเพื่อความรวดเร็วส่งตัวผู้ป่วย-ครูสะดวกเดินทางไปสอน-อธิบดีกรมอุทยานฯโต้กลับนักกล่าวหา