Search

เหมืองทองในรัฐคะฉิ่นขยายตัวพุ่งหลังรัฐประหารแต่ชีวิตชาวบ้านไม่ดีขึ้น- แม่น้ำดินปนเปื้อนพิษอย่างหนัก-กองกำลังสนับสนุนรัฐบาลทหารพม่าปล่อยให้ทำกันเสรี

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าว Kachin News Group รายงานว่า นับตั้งแต่การยึดอำนาจของกองทัพพม่า ส่งผลให้มีการขยายการทำเหมืองแร่ทองในเมืองปูต่าโอ่ รัฐคะฉิ่น ทางเหนือสุดของประเทศพม่าเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และกำลังส่งผลให้สภาพแวดล้อมในพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยแม่น้ำกลายเป็นดินโคลน ทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่เปลี่ยนไป โดยการทำเหมืองทองได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วใน 5 ตำบลของเมืองปูต่าโอ่ โดยชาวบ้านจำนวนมากเต็มใจขายที่ดินให้กับผู้ประกอบการเหมือง

ชาวบ้านคนหนึ่งจากหมู่บ้านโหล่งชาหย่าง ในเมืองปูต่าโอ่กล่าวว่า มีการทำเหมืองทองคำมากเกินไป และกำลังทำลายพื้นที่เกษตรกรรม โดยสารพิษจากเหมืองทองได้ปนเปื้อนสู่แม่น้ำ และทำให้ปลาลดจำนวนลงเรื่อยๆ

“การทำเหมืองทอง ได้ทำให้สภาพอากาศร้อนขึ้น การทำเกษตรก็ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนที่ผ่านมา นอกจากนี้การขุดบ่อและการขุดบ่อส้วมทำได้ยากขึ้นเพราะมีแนวโน้มที่จะเกิดดินถล่มมากขึ้น นี่คือผลกระทบที่เรากำลังเผชิญอยู่ การทำเหมืองทองได้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างมาก ลำธารกลายเป็นโคลน จนแทบไม่มีสัตว์น้ำเหลืออยู่เลย” ชาวบ้านรายนี้กล่าว

ทั้งนี้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการทำเหมืองทองคำอยู่ในตำบลหม่าฉั่นบ่าว และบริเวณรอบๆ หมู่บ้านอินข่าก่า จูซุต น่ำคำ และหมู่บ้านนัมฉ่าบัม และทางใต้ของแม่น้ำมาลีข่า ซึ่งชาวบ้านได้ขายที่ดินของให้กับธุรกิจทำเหมือง บางรายก็ขุดหาทองคำเองในบริเวณที่ดินของตน

สื่อคะฉิ่นยังรายงานว่า ในเมืองปูต่าโอ่นั้น มีการทำเหมืองทองคำเกิดขึ้นเกือบทุกแม่น้ำสายเล็กใหญ่ ซึ่งในตำบลปู่ต่าโอ ตำบลหม่าฉั่นบ่าว ตำบลนอกมัง และตำบลก่องหลั่งพู เขตเมืองปู่ต่าโอ่ ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนรัฐบาลทหารพม่า ซึ่งอนุญาตให้ผู้ประกอบการเหมืองสามารถขุดหาทองคำได้ทุกพื้นที่หากได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน

ขณะที่ในตำบลซัมพราบรัม ซึ่งเป็นอีกพื้นที่หนึ่งในเมืองปู่ต่าโอ่ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังเอกราชคะฉิ่น KIA (Kachin Independence Army) มีการทำเหมืองทองตามแนวแม่น้ำมาลีข่าและในพื้นที่ชนบทโดยรอบ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการทำเหมืองหนาแน่นที่สุดในเมืองปูต่าโอ่เช่นเดียวกัน ขณะที่กลุ่มติดอาวุธที่ควบคุมเมืองปูต่าโอ่ไว้ ไม่ได้มีข้อบังคับหรือการใช้กฎระเบียบที่เฉพาะเจาะจงหรือเป็นระบบสำหรับการทำเหมืองทองคำในพื้นที่ แต่กลับอนุญาตให้ใครก็ตามสามารถทำเหมืองอย่างเสรี ตราบใดที่จ่ายภาษีและได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน

สื่อคะฉิ่นรายงานว่า การหลั่งไหลเข้ามาของแรงงานต่างถิ่นในพื้นที่ทำเหมืองทอง ได้นำไปสู่สถานการณ์ความขัดแย้งและข้อพิพาทกับคนในท้องถิ่นและพบมีการใช้ยาเสพติดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งกระทบในด้านความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนท้องถิ่น ยิ่งไปกว่านั้น เด็กๆในพื้นที่กลับถูกดึงดูดให้ไปทำงานในเหมืองทองคำมากขึ้นเรื่อยๆแทนที่จะไปโรงเรียน เนื่องจากพวกเขาสามารถได้รับค่าจ้างที่น่าดึงดูดใจ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลในระยะยาวเกี่ยวกับการศึกษาของคนรุ่นต่อไป

ชาวบ้านจากหมู่บ้านน่ำคำคนหนึ่งกล่าว “เด็กๆ ไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว พวกเขาสนใจแต่การขุดทอง พ่อแม่บางคนยังสนับสนุนเสียด้วยซ้ำ การทำงานในเหมืองทองทำให้พวกเขามีรายได้ ดังนั้นความสนใจของพวกเขาจึงเปลี่ยนจากการศึกษาไปเป็นการขุดทอง คุณธรรมของเด็กบางคนก็แย่ลงเมื่อเริ่มมีรายได้ อนาคตของเด็กๆเหล่านี้กำลังกลายเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก นี่เป็นอีกหนึ่งผลกระทบจากการทำเหมืองทอง”

ขณะที่นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า แม้ว่าการขุดหาทรัพยากรจะแพร่หลายในรัฐคะฉิ่น อย่างไรก็ตามโครงการเหล่านี้กลับสนับสนุนด้านสุขภาพ การศึกษา หรือการพัฒนาสังคมในท้องถิ่นน้อยมาก ตรงกันข้าม กลับก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก

“สถานการณ์เป็นเช่นเดียวกันเกือบทุกพื้นที่ที่มีการทำเหมืองหยกและเหมืองทองคำ ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นไม่ได้ดีขึ้นเลย ตรงกันข้าม สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติกลับได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ภูเขาถูกกัดเซาะ และทุกปีในฤดูมรสุมก็เกิดน้ำท่วม อ่างเก็บน้ำในเหมืองหยกแตก และการถล่มของสถานที่ทิ้งดิน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก” นางซินดี้ อ่อง ผู้อำนวยการกลุ่มสิ่งแวดล้อมคะฉิ่น (Kachin Environmental Group KEG) กล่าว

นางซินดี้ อ่อง ยังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดนโยบายเฉพาะเพื่อบรรเทาผลกระทบของการทำเหมืองทองคำต่อชีวิตของชุมชนท้องถิ่น

ทั้งนี้ ก่อนการรัฐประหาร การทำเหมืองทองคำใกล้พื้นที่อยู่อาศัยในเมืองปูต่าโอ่อยู่ในระดับน้อยมาก อย่างไรก็ตาม แต่การรัฐประหาร สถานการณ์กลับแย่ลง โดยพื้นที่ทำเหมืองได้ขยายเข้าไปในหมู่บ้าน โดยพบมีการทำเหมืองทองคำเพิ่มขึ้นจำนวนมากตามแนวแม่น้ำอิระวดี รวมถึงพื้นที่รอบสะพานบาลามินติ่น ในเมืองมิตจีนา เมืองหลวงของรัฐคะฉิ่น รวมถึงมีการทำเหมืองขยายไปถึงในตัวเขตเมืองด้วยเช่นเดียวกัน

On Key

Related Posts

20 ผู้นำหมู่บ้านชายขอบยื่นหนังสือถึง “สุชาติ”ขอถนนผ่านขสป.แม่ยวมฝั่งขวา-เผยเป็นเส้นทางเก่าใช้หนีน้ำหลาก ทีมที่ปรึกษา-กรมอุทยานลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง-ทหารเห็นด้วยกับถนนความมั่นคง