เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายบันยา (Banya) โฆษกสภาบริหารชั่วคราวรัฐคะเรนนี (Karenni State Interim Executive Council-IEC) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการตรวจพบน้ำในแม่น้ำสาละวินที่ไหลผ่านรัฐคะเรนนีปนเปื้อนสารหนูเกินค่ามาตรฐานว่า ขณะนี้ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนแล้วเพื่อให้ชุมชนต่างๆระมัดระวังในการใช้น้ำ รวมไปถึงเรื่องการบริโภคปลาและพืชที่ปลูกอยู่ริมแม่น้ำสาละวิน โดยทาง IEC มีแผนที่จะลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่แต่ละอำเภอรับทราบ แม้เป็นเรื่องยากเนื่องจากหลายพื้นที่กำลังเกิดการสู้รบ แต่อย่างน้อยก็มีพื้นที่ที่ IEC ควบคุมได้ ซึ่งก็จะเดินทางในพื้นที่เหล่านี้ก่อน
โฆษก IEC กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่ชุมชนริมแม้น้ำสาละวินนั้น ในรัฐคะเรนนีมีอยู่ไม่มาก และส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้น้ำในแม่น้ำสาละวินมาบริโภค แต่ใช้ประปาภูเขาจากลำห้วย แต่อาจมีปัญหาเรื่องที่ชาวบ้านต้องจับปลาในแม่น้ำสาละวินมากิน หรือใช้ดินริมแม่น้ำปลูกพืชซึ่งตรงนี้เราเป็นห่วงและจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้รับทราบ
นายบันยากล่าวว่า ได้หารือกับทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.)เกี่ยวกับการวางแผนในการเก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอนดิน ปลาและสัตว์น้ำ ส่งมาตรวจที่ห้องแล็บของ มช.
ผู้สื่อข่าวถามถึงแหล่งต้นกำเนิดสารโลหะหนักคือเหมืองแร่จะดำเนินการอย่างไร นายบันยากล่าวว่า พร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้มีการล้างสารเคมีลงลำน้ำโมโลซึ่งไหลลงแม่น้ำสาละวิน
“น้ำโมโลไหลลงจากดอยผ่านพื้นที่มอซี 110 กม. ผ่านเหมืองแร่ น้ำที่ใช้ล้างแร่ดีบุกก็เทลงลำน้ำโมโล ก่อนไหลลงสาละวิน แต่เหมืองแร่แห่งนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดแค่แค่ 1-2 ปี แต่สร้างมาแล้วนับร้อยปีซึ่งไม่เคยมีปัญหา แต่เมื่อปีที่แล้ว ได้มีการนำสารเคมีชนิดใหม่มาใส่เพื่อให้ได้แร่ดีบุกมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหา”โฆษก IEC กล่าว
นายบันยากล่าวว่า ได้มีการหารือกันแล้วว่าจะเร่งแก้ไขใน 3 รูปแบบคือ 1. น้ำที่ใช้ล้างดีบุกซึ่งปล่อยตรงลำน้ำโมโล ต่อไปจะต้องมีการสร้างบ่อพักทุกๆพื้นที่ที่ทำเหมือง โดยสารเคมีชนิดนี้จะเป็นดินตะกอน ถ้าใช้บ่อน้ำพักก็จะตกตะกอนทำสารเคมีไหลลงลำน้ำโมโลลดลง 2. หาสาเหตุว่าสารหนูตัวนี้เป็นสารในธรรมชาติหรือไม่ และการใช้ตัวคัดกรองได้หรือไม่ หากเราห้ามใช้จะทำให้สารนี้เข้าสู่ธรรมชาติน้อยลง คนผลิตสารเคมีคือจีนที่ส่งผ่านไทยเข้าไปยังรัฐคะเรนนี หากห้ามได้ก็จะลดปริมาณการใช้
3.หากปริมาณน้ำเยอะก็จะทำให้ปริมาณสารโลหะหนักลดลงเพราะเกิดการเจือจาง ดังนั้นอาจต้องมีการดูแลรักษาพื้นที่ป่าต้นน้ำให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะต้นน้ำโมโล โดยชาวคะเรนนีต้องหาวิธีปลูกป่า และกำหนดการอนุรักษ์ป่าไม้ให้กว้างขึ้น
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา IEC ได้ประกาศแจ้งเตือนและขอความร่วมมือประชาชนในรัฐคะเรนนีโดยระบุว่า ระหว่างวันที่ 18–24 ธันวาคม 2568 ได้มีการเก็บตัวอย่างน้ำแม่น้ำสาละวินที่ไหลผ่านรัฐคะเรนนี ครอบคลุม ตอนบนของแม่น้ำสาละวิน (บริเวณชายแดนรัฐฉาน–คะเรนนี) ตอนกลางของแม่น้ำสาละวิน ตอนล่างของแม่น้ำสาละวิน (บริเวณชายแดนคะเรนนี–กะเหรี่ยง/กอทูเล) รวมจำนวน 10 จุดและลำห้วยโมโล (Mo Lo Chaung) อีก 1 จุด ผลการตรวจวิเคราะห์พบว่า ระดับสารหนู (Arsenic) ในน้ำแม่น้ำสาละวินมีค่าระหว่าง 0.042–0.096 มิลลิกรัมต่อลิตร (mg/L) ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐาน 0.01 mg/L
ในประกาศแจ้งเตือนระบุว่า ปริมาณสารหนูที่สูงสงผลต่อการใช้น้ำดื่มโดยตรง การใช้ปรุงอาหาร การใช้เพื่อการเกษตร การบริโภคสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำปนเปื้อน และการสัมผัสโดยตรง และข้อแนะนำเร่งด่วนสำหรับประชาชน ห้ามนำน้ำจากแม่น้ำสาละวินและลำห้วยโมโลมาดื่มหรือใช้ปรุงอาหารโดยตรง หากจำเป็นต้องสัมผัสน้ำดังกล่าว ควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดทันที งดบริโภคสัตว์น้ำจากแม่น้ำสาละวิน (เช่น ปลา หอย กุ้ง เต่า ฯลฯ) และหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ห้ามรับประทานส่วนหัวและอวัยวะภายใน ห้ามบริโภคสัตว์น้ำทุกชนิดจากลำห้วยโมโลโดยเด็ดขาด



