สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า องค์การอวกาศแห่งรัสเซีย หรือรอสคอสมอส (Roscosmos) โดยนายดมิทรี บาคานอฟ หัวหน้า Roscosmos ได้พบกับพลเอกอาวุโสมินอ่องหลาย ผู้นำกองทัพพม่าพม่าในเมืองหลวงเนปีดอว์ และได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการบินอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมกับ ดร.โซมินหม่อง ผู้อำนวยการองค์การอวกาศของพม่า โดยฝ่ายรัสเซียกล่าวว่าจะดูแลกระบวนการคัดเลือกและการฝึกอบรมนักบิน และยกย่องข้อตกลงนี้ว่าเป็นก้าวสำคัญในการขยายความสัมพันธ์ทวิภาคี
อย่างไรก็ตามแถลงการณ์ของรัฐบาลทหารพม่าเกี่ยวกับการประชุมครั้งนี้ไม่ได้กล่าวถึงการฝึกอบรมนักบินอวกาศ เพียงแต่ระบุว่าทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือในด้านเทคโนโลยีอวกาศและโครงการด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียม
นอกจากนี้ Roscosmos ยังระบุว่า พม่าจะเป็นเจ้าภาพสถานีเก็บรวบรวมข้อมูลการนำทางด้วยดาวเทียม GLONASS ของรัสเซีย และระบบติดตามวัตถุอันตรายใกล้โลก โดยได้มีการจัดสรรที่ดินไว้แล้วสำหรับโครงการนี้ที่มหาวิทยาลัยวิศวกรรมการบินและอวกาศพม่าในเมืองเม็กถิลา เขตมัณฑะเลย์
ขณะที่พลเอกมินอ่องหลาย ได้แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการดาวเทียมนาโนสำหรับนักศึกษาของรัสเซีย โดยคณะผู้แทนรัสเซียได้เยี่ยมชมนิทรรศการขององค์การอวกาศพม่าและพบปะกับนักศึกษาด้วยเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้การเดินทางของนายบาคานอฟเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลทหารพม่ากำลังเตรียมจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งพม่ายังคงพึ่งพารัฐบาลมอสโกอย่างมากในด้านการสนับสนุนทางการเมือง ยุทโธปกรณ์ทางทหาร และการสนับสนุนทางเทคนิค โดยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัสเซียยังได้ประกาศว่า นายวลาดิมีร์ ปูติน ได้อนุมัติข้อตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างรัสเซียและพม่า ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในการลงทุนของรัสเซียในภาคพลังงานของพม่า นอกจากนี้รัสเซียยังได้รับสัญญาในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กในพม่าอีกด้วย
ทั้งนี้ความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างรัสเซียและพม่าเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2565 เมื่อพลเอกมินอ่องหลาย ได้เข้าเยี่ยมชมฐานปล่อยจรวดของรัสเซีย ในเดือนมีนาคม 2568 โดยพลเอกมินอ่องหล่ายและปูตินได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลงแยกต่างหากเกี่ยวกับ “การสำรวจอวกาศอย่างสันติ” ซึ่งพลเอกมินอ่องหลายได้กำกับดูแลองค์การอวกาศพม่าโดยตรง และเมื่อเดือนพฤศจิกายนของปีที่แล้ว ยังได้เป็นประธานในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์อวกาศในย่างกุ้งด้วย
สื่อพม่ารายงานว่า แม้ว่าการร่วมมือนี้ถูกมองว่าเป็นไปอย่างสันติ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าระบบดาวเทียมอาจเสริมสร้างขีดความสามารถในการสอดแนมและกำหนดกลุ่มเป้าหมายของกองทัพพม่า รวมถึงการติดตามฝ่ายกองกำลังต่อต้านและระบุที่ซ่อน โดยพลเอกมินอ่องหลาย มักพูดถึงความสำคัญของปัญญาประดิษฐ์ ความเหนือกว่าทางไซเบอร์และดาวเทียมในสงครามสมัยใหม่อยู่เสมอ
มีรายงานด้วยว่า ผู้นำของพม่ายังได้ขอความช่วยเหลือด้านอวกาศจากจีนด้วยเช่นเดียวกัน ในระหว่างการเดินทางเมื่อปีที่แล้ว โดยพล.อ.มินอ่องหล่ายได้ขอรับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีดาวเทียมจากมหาวิทยาลัยหวู่ฮั่น (Wuhan University) และหารือเกี่ยวกับความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน (Harbin Institute of Technology – HIT) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันด้านอวกาศชั้นนำของจีน




