Search

คนชายแดนแห่ตุนน้ำมัน ลาว-พม่าน้ำมันเกลี้ยงปั๊มต้องข้ามมาเติมฝั่งไทย-ผวจ.เชียงรายต้องออกมาตรการคุมเข้มห้ามเติมใส่แกลลอนทำเกษตรกรเดือดร้อนต้องดูดเอาจากรถ

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ประชาชนในประเทศเมียนมาและลาวต่างตื่นตระหนกแห่นำยานพาหนะข้ามแดนมาต่อคิวเติมน้ำมันในไทยยาวเหยียดตั้งแต่อำเภอแม่สายไปจนถึงอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย โดยเฉพาะที่ด่านแม่สายซึ่งมีรถป้ายทะเบียนเมียนมาหนาแน่นกว่า 50% ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันใน อ.แม่สาย  อ.แม่จัน  และ อ.เชียงแสน รวมทั้ง อ.เมือง เชียงราย หลายแห่งน้ำมันหมดเกลี้ยงจนต้องปิดให้บริการชั่วคราว

ขณะที่ อ.เวียงแก่น ที่เป็นอำเภอที่ติดชายแดนลาว พื้นที่ส่วนใหญ่ทำเกษตร ประชาชนต้องเข้าคิวรอนานข้ามวันเพื่อรอรับน้ำมันล็อตใหม่ 40,000 ลิตรที่ถูกเติมหมดอย่างรวดเร็วตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา

ควาทตื่นตระหนกอันเกิดจากสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล โดยเฉพาะการห้ามเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้ส่งแรงกระเพื่อมถึงพื้นที่ชายแดนจังหวัดเชียงราย หลังเกิดกระแสข่าวว่าทางการไทยมีคำสั่งระงับการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านยกเว้นลาว

ขณะที่นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ออกประกาศควบคุมการจำหน่ายน้ำมัน 6 ข้อ ดังนี้

1.ให้สถานีบริการปันส่วนขายน้ำมันแก่ประชาชนสัญชาติไทยเพื่อการเกษตรและการขนส่งในชีวิตปกติเป็นอันดับแรก 2.ห้ามกรอกใส่ถังหรือแกลลอนโดยเด็ดขาด หากจำเป็นต้องใช้ในภาคเกษตรหรือก่อสร้าง ต้องลงทะเบียนชื่อและวัตถุประสงค์โดยละเอียด 3.         ชาวต่างชาติต้องลงทะเบียนทุกครั้ง หากพบการซื้อปริมาณมากเกินความจำเป็น เจ้าหน้าที่มีสิทธิลดปริมาณหรือปฏิเสธการขาย

4. ปฏิเสธการขายแก่ชาวต่างชาติที่วนกลับมาเติมมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน 5.หากน้ำมันในแม่สายไม่เพียงพอ ให้พิจารณาไปใช้บริการในอำเภอใกล้เคียงที่มีน้ำมันสำรอง 6.หากพบการกักตุนหรือปฏิเสธการขายโดยไม่มีเหตุผล ให้แจ้งสำนักพลังงานจังหวัดเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรการดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบในทางปฏิบัติ เนื่องจากพนักงานหน้างานต้องเร่งบริการรถที่ต่อคิวยาวจนไม่มีเวลาจัดการระบบลงทะเบียน ทำให้เกษตรกรไทยที่จำเป็นต้องใช้แกลลอนซื้อน้ำมันไปใส่เครื่องจักรกลการเกษตรถูกปฏิเสธ ทำให้ชาวบ้านบางส่วนต้องใช้วิธีดูดน้ำมันจากถังรถยนต์ถ่ายใส่ภาชนะเพื่อนำไปใช้งานเกษตรกรรมแทน

ขณะที่สถานการณ์ด้านด่านพรมแดนมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) พบว่าการส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว ยังดำเนินการได้ตามปกติ โดยเช้าวันเดียวกันมีรถบรรทุกน้ำมันผ่านด่านแล้ว 4 คัน และเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมาผ่านออกไปมากกว่า 10 คัน ซึ่งถือเป็นจำนวนปกติ

แหล่งข่าวจากด่านศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรยังไม่มีคำสั่งระงับหรือห้ามการส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว แต่อย่างใด ซึ่งตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มีนาคม มีตัวแทนบริษัทชิปปิ้งติดต่อสอบถามว่ายังสามารถนำรถน้ำมันผ่านแดนข้ามไปลาวได้หรือไม่ เนื่องจากมีกระแสข่าวสะพัดว่าทางการไทยจะระงับการส่งออก อย่างไรก็ตามทางศุลกากรได้รับหนังสือจากทางกรมธุรกิจพลังงานยืนยันว่ายังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ และยังไม่มีคำสั่งห้ามรถน้ำมันส่งน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน

 เช่นเดียวกับที่ท่าเรือห้าเชียง สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ที่เริ่มระบายรถบรรทุกน้ำมันที่ตกค้างออกสู่ท่าเรือแล้วหลังมีความชัดเจนจากส่วนกลาง

ขณะที่สำนักงานกระทรวงพลังงานได้ออกประกาศ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ว่าได้กำหนดมาตรการที่เข้มงวดสำหรับสถานีบริการน้ำมันทุกแห่งให้เปิดให้บริการตามปกติ และห้ามมิให้มีการกักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ดังนั้น เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาและบริการ กระทรวงพลังงานจึงขอความร่วมมือจากประชาชน หากท่านพบเห็นสถานีบริการน้ำมันใดมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ให้แจ้งทางการคือ 1. ปิดหัวจ่ายน้ำมันชั่วคราวหรือถาวรโดยไม่มีเหตุผล และไม่ได้ติดป้ายเตือนล่วงหน้า 3 วัน 2. ฉวยโอกาสขายน้ำมันในราคาที่สูงกว่าราคาปกติที่รัฐกำหนด 3. ปฏิเสธการขายน้ำมันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

ผู้ประกอบการชิปปิ้ง กล่าวว่า ในกรณีที่น้ำมันถูกบรรจุขึ้นถังรถบรรทุกและเดินทางออกจากคลังน้ำมัน รวมถึงมีการทำสัญญาซื้อขายเสร็จสิ้นแล้ว จะยังคงสามารถดำเนินการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ตามระเบียบเดิม แต่ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่าทางคลังน้ำมันจะงดจ่ายน้ำมันกรณีที่มีสัญญาซื้อขายไปแล้วหรือไม่

ขณะที่ประชาชนจากแขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว ให้สัมภาษณ์ว่าสถานีบริการน้ำมันในแขวงหลวงน้ำทาและบ่อแก้วหลายแห่งต้องปิดตัวลงชั่วคราวเนื่องจากขาดแคลนน้ำมัน ทำให้ประชาชนต้องเร่งนำรถเข้ามาเติมในฝั่งไทย อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานีบริการน้ำมันรายใหญ่ใน อ.เชียงของ พนักงานยืนยันว่าแม้ผู้ใช้บริการจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า แต่ปริมาณน้ำมันสำรองยังเพียงพอและไม่เกิดภาวะแตกตื่นกักตุนเหมือนจุดอื่น ส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตตามปกติของคนในพื้นที่และรถจาก สปป.ลาว ที่ข้ามมาซื้อสินค้าตามวงรอบปกติ โดยยังไม่พบสัญญาณการกักตุนน้ำมันในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด

———–

On Key

Related Posts

แนะผลักดันปัญหามลพิษข้ามแดนเป็นวาระแห่งชาติ-ทีมนักวิจัยที่ตรวจพบสารหนูปนเปื้อนในเล็บ-เส้นผมชาวบ้านริมแม่น้ำกกจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย-เสนอรัฐจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงทางสุขภาพ-จี้เปิดเผยข้อมูลผลการศึกษาต่างๆให้สาธารณชนรับทราบ