สื่อท้องถิ่นไทใหญ่ Ngao Leng Mun Mai รายงานเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569ว่า ผู้นำระดับสูงของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองกำลังรัฐฉานใต้ RCSS/SSA (Restoration Council of Shan State/ Shan State Army) นำโดยพลเอกเจ้ายอดศึก และผู้นำระดับสูงของพรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองกำลังรัฐฉานเหนือ SSPP/SSA (Shan State Progress Party/Shan State Army) นำโดย นายพลเปิ่งฟ้า ผู้นำหมายเลข 3 และพันเอกจายสู้ จาก SSPP/SSA ได้หารือกันอย่างไม่เป็นทางการที่เมืองกุ๋นเหง ทางใต้รัฐฉาน ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายได้เข้าร่วมงานยกฉัตรเจดีย์ในพื้นที่
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับ RCSS/SSA เปิดเผยว่า ผู้นำทหารไทใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้พบกันที่เขตพื้นที่ของ RCSS/SSA แห่งหนึ่งโดยได้ร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งบรรยากาศในการพบกันอย่างไม่ทางการครั้งนี้เต็มไปด้วยความชื่นมื่นและบรรยากาศสบายๆ โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมร้องเพลงร่วมกัน อย่างไรก็ตาม การพบกันครั้งนี้ ไม่ได้เป็นในลักษณะการหารือทางการเมือง แต่เป็นการพบกันของผู้นำทั้งสองฝ่ายน่าจะเป็นการกลับมาสร้างความเชื่อใจและความใกล้ชิดระหว่างกันอีกครั้ง
ทั้งนี้ภาพวิดีโอที่ทั้งสองฝ่ายได้พบและหารือกันได้ถูกแชร์ในโซเชียลและสร้างความยินดีให้กับชาวไทใหญ่ที่ผู้นำทางทหารทั้งสองฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน
“ผมบอกได้เลยว่า การพบกันของผู้นำทางทหารทั้งสองฝ่ายในครั้งนี้ ทำให้ชาวไทใหญ่ที่ตั้งตารอมานานมีกำลังใจมากขึ้น หากทั้งสองฝ่ายจัดกิจกรรมเช่นนี้เรื่อยๆ เชื่อว่าจะทำให้ทหารของทั้งสองฝ่ายมีความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น และไม่แน่ว่า อาจจะสามารถทำให้เป็นกองทัพเดียวกันได้” แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับ RCSS/SSA กล่าว
มีรายงานว่า ในช่วงพบกันพลเอกเจ้ายอดศึกได้กล่าวว่า “เราเป็นคนเชื้อชาติไทใหญ่และอยู่ในเมืองไต (รัฐฉาน)เหมือนกัน ที่เราได้มาพูดคุยกันในวันนี้ ก็เพื่อแผ่นดินรัฐฉานทั้งหมด เรามีประวัติศาสตร์ เรามีชาติ เรามีภาษา เรามีที่สักการะบูชาพึ่งพิง ในรัฐฉาน ไม่ได้แค่มีชาวไทใหญ่ แผ่นดินนี้ไม่ได้เป็นแค่ของคนไทใหญ่ ยังมีพี่น้องชาวว้า ชาวลาหู่ พี่น้องชาวดาระอั้ง (ปะหล่อง) พี่น้องลีซอและพี่น้องชาวอาข่า พวกเราได้อยู่ร่วมกันมา ดังนั้นพวกเราต้องรวมใจเป็นหนึ่งเดียว เราเคยต่อสู้กันมาหลายปีในอดีต นั่นเป็นบทเรียนสำหรับเรา ดังนั้น อดีตจึงเป็นบทเรียน เราต้องเดินไปข้างหน้า การเดินไปข้างหน้าให้มันเกิดผลดีกับทหารของเราและประชาชนของเราทุกเชื้อชาติ การพบกันครั้งนี้ให้เป็นสิ่งที่เราระลึกถึง”
ขณะที่นายพลเปิ่งฟ้ากล่าวว่า “การมานั่งกินข้าวร่วมโต๊ะของทหาร RCSS/SSA และทหารไทใหญ่ SSPP/SSA สร้างความดีใจให้กับทุกคน เพื่อให้เป็นกองทัพเดียวในอนาคตนั้น หน้าที่อยู่บนบ่าของทุกคนแล้ว”
ทั้งนี้สื่อไทใหญ่ระบุว่า แม้ในอดีตจะเกิดวิกฤติความขัดแย้งของทหารไทใหญ่ทั้งสองฝ่าย นับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายลงนามหยุดยิงเมื่อเดือนพฤศจิกายนของปี 2566 ทำให้สถานการณ์ของทั้งสองฝ่ายดีขึ้น การพบกันของทั้งสองฝ่ายในครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีงานยกฉัตรเจดีย์ในพื้นที่เมืองกุ๋นเหงเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีการนิมนต์ครูบาบุญชุ่ม พระเกจิชื่อดังที่ชาวไทใหญ่เคารพนับถือมาทำพิธีทางศาสนาในครั้งนี้ด้วย
อีกด้านหนึ่ง กลุ่มเยาวชนไทใหญ่จากหลากหลายกลุ่มได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันเยาวชไทใหญ่ระบุว่า สถานการณ์ของชาวไทใหญ่นับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อปี 2564 และมาจนถึงปฏิบัติการ 1027 ทางภาคเหนือของรัฐฉาน ทำให้ชาวไทใหญ่ยังคงต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากไม่รู้จบ เช่นบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากสงคราม ชาวไทใหญ่ถูกกดขี่และถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ถูกสังหารจากกลุ่มติดอาวุธ ถูกขับไล่จากภูมิลำเนา ถูกยึดที่ดินทำกิน
นอกจากนี้ชาวไทใหญ่ยังเผชิญกับปัญหาสังคมมากมาย เช่นปัญหายาเสพติด ปัญหาการพนันและปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ที่เพิ่มสูขึ้น รวมไปถึงปัญหาการค้ามนุษย์ การค้าประเวณีที่กระทบกับวัฒนธรรมของชาวไทใหญ่เป็นต้น
ในบางตอนของแถลงการณ์ระบุด้วยว่า กองกำลังทหารของชาวไทใหญ่ขณะนี้ไม่สามารถปกป้องคุ้มครองและช่วยเหลือชาวไทใหญ่ที่กำลังถูกกดขี่รังแกแต่อย่างใด โดยมีท่าทีเฉยเมยกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับคนไทใหญ่ ดังนั้น ทางกลุ่มเยาวชนไทใหญ่จึงได้ออกมาเรียกร้องให้กองกำลังไทใหญ่ทุกกลุ่มหันกลับมาทำหน้าที่ปกป้องประชาชนในด้านความปลอดภัยและผลประโยชน์ของประชาชนชาวไทใหญ่
