Search

กสม. ลงพื้นที่ตามจี้รัฐแก้วิกฤตน้ำพิษปนเปื้อน ‘กก-สาย-รวก-โขง’ ดันเป็นวาระแห่งชาติ ชี้งบ สทนช. 188 ล้านแค่แก้ปัญหาระยะสั้น เสนอตั้งศูนย์ตรวจโลหะหนัก-เร่งสำรวจความเสียหายก่อนจ่ายชดเชยประชาชน

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569  ที่ห้องพญาพิภักดิ์ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย น.ส.ศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และนายประเสริฐ  จิตต์พลีชีพ รอง ผวจ.เชียงราย ร่วมเป็นประธานการประชุมตรวจสอบและติดตามเรื่องร้องเรียนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคประชาสังคมเข้าร่วม

น.ส.ศยามล เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำและมลพิษในพื้นที่จังหวัดเชียงรายว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้มีข้อเสนอแผนการย้ายแหล่งน้ำประปาไปยังบริเวณฝายแม่ลาว ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 2,000 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการผลักดันให้การจัดการคุณภาพน้ำข้ามพรมแดนเป็นวาระแห่งชาติ โดยจำเป็นต้องมีการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่มีกรอบงบประมาณชัดเจนเพื่อเสนอต่อรัฐบาล

กรรมการ กสม. กล่าวอีกว่า แผนดังกล่าวต้องครอบคลุมถึงมิติทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์ตรวจมลพิษและศูนย์ตรวจวัดโลหะหนัก ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานที่กลุ่มมหาวิทยาลัยในพื้นที่ (มทร.ล้านนา เชียงราย, ม.ราชภัฏเชียงราย, ม.พะเยา และ ม.แม่ฟ้าหลวง) ได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณกว่า 68 ล้านบาท เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังและวิเคราะห์ผลกระทบ

“เรื่องสุขภาพแม้จะมีการตรวจอยู่บ้างแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเพิ่มเติม เพื่อตรวจหาสารตกค้างสะสมในร่างกายอย่างครอบคลุม สิ่งเหล่านี้ควรถูกบรรจุอยู่ในวาระแห่งชาติและแผนปฏิบัติการ เพราะเป็นการเฝ้าระวังระยะยาว” นางสาวศยามลกล่าว

สำหรับแผนงานโครงการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำแม่น้ำข้ามพรมแดน เสนอโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่มีกรอบงบประมาณรวม 188.36 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติงบกลางนั้น ล่าสุดในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานสภาพปัญหาที่รุนแรงขึ้นจากรายงานของ กสม.  และเตรียมจัดสรรงบกลางมาดำเนินการ อย่างไรก็ตามโครงการส่วนใหญ่ภายใต้งบนี้ เช่น การเฝ้าระวังความปลอดภัย หรือการศึกษาออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำ ยังเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งไม่สอดรับกับแนวทางการแก้ปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน

ในส่วนของการชดเชยเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ กสม. เสนอให้มีการจัดทำกรอบสำรวจความเสียหายอย่างเป็นระบบ โดยให้จังหวัดหารือร่วมกับภาควิชาการและภาคประชาชน เพื่อกำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจน

“ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นการจ่ายค่าชดเชย แต่ต้องเริ่มจากการสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงก่อน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ การท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นฐานในการกำหนดกรอบการเยียวยาในอนาคต เรายังตอบไม่ได้ว่าจะจ่ายอย่างไร จนกว่าจะได้ข้อมูลที่รอบด้าน ซึ่งอาจต้องรวมถึงการประเมินเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคตด้วย” น.ส.ศยามลกล่าว

ทั้งนี้ กสม. เตรียมรวบรวมข้อเสนอและข้อเท็จจริงทั้งหมด เสนอต่อ ครม. เพื่อพิจารณา โดยจะเน้นย้ำให้รัฐบาลเร่งจัดสรรงบประมาณตั้งต้น สำหรับให้คณะทำงานในพื้นที่ลงไปสำรวจความเสียหายโดยเร็วที่สุด ซึ่งถือเป็นกระดุมเม็ดแรกก่อนนำไปสู่มาตรการเยียวยาที่เหมาะสมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับรายละเอียดแผนงานโครงการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำข้ามพรมแดนลุ่มน้ำโขงเหนือ ได้มีการเสนอขอจัดสรรงบประมาณของหน่วยงานราชการรวม 188.36 ล้านบาท แบ่งเป็นระยะเร่งด่วนและแผน 5 ปี โดยมีโครงการสำคัญคืองบ 10 ล้านบาทเพื่อทำโครงการเฝ้าระวังความปลอดภัยโลหะหนักตัวอย่างน้ำประปาหมู่บ้านและอาหารที่สัมผัสแม่น้ำกก สาย รวก โขง พื้นที่จังหวัดเชียงราย เสนอโดย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย

งบ 21.84 ล้านบาทเป็นการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำเพื่อศึกษาการปนเปื้อนสารเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก สาย รวก โขง พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เสนอโดย สำนักงานควบคุมมลพิษและสิ่งแวดล้อมที่ 1

งบ 8.52 ล้านบาทในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดและควบคุมระบบน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม วงเงิน 6 ล้านบาท และการเก็บข้อมูลน้ำกกและลำน้ำสาขา เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ แก้ไขปัญหา และอบรมให้ความรู้กับประชาชน วงเงิน 2.52 ล้านบาท เสนอโดย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย

นอกจากนิ้ยังเสนอของบ 80 ล้านบาทในการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ ออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำกก จังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดลำน้ำแม่น้ำกก เสนอโดย สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 กรมทรัพยากรน้ำ

อย่างไรก็ตาม กรอบวงเงิน 188.36 ล้านบาทนี้ ยังไม่รวมงบของกลุ่มเครือข่าย 4 มหาวิทยาลัย วงเงิน 68.0 ล้านบาท ที่นำเสนอ 9 โครงการย่อย เน้นงานวิจัยและนวัตกรรมชุมชน เช่น การปรับปรุงคุณภาพน้ำประปาชุมชนเพื่อบำบัดสารหนู การพัฒนาระบบเตือนภัยออนไลน์ และการจัดตั้งศูนย์ตรวจวัดคุณภาพน้ำ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะเสนอผ่านหน่วยงานใด

ด้านนายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (สคพ.ที่ 1) เชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อ ครม. ได้รับทราบแผนงานและเตรียมจัดสรรงบประมาณแล้ว ทาง สคพ.ที่ 1 ก็มีแผนสำหรับงบประมาณที่นำเสนอไว้อย่างชัดเจนภายใต้การจัดทำตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ขณะนี้ทาง สคพ.ที่ 1 ได้ดำเนินการตรวจแม่น้ำสาละวินเพิ่มเติมด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องแบ่งงบประมาณส่วนอื่นมาใช้ เนื่องจากมีการลงพื้นที่เพิ่มขึ้นและเพิ่มความถี่ในการตรวจมากขึ้นกว่าปกติมาก ดังนั้น หากทาง สทนช. ในฐานะผู้เสนอโครงการฯ เรียกดูแผนรายละเอียด ทาง สคพ. ก็มีความพร้อมที่จะนำเสนอได้ทันที

———

On Key

Related Posts